ตอนที่ 1523
ตอนที่ 1523 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1363
October 28, 2026
พวกเขาส่งเสียงหวีดร้องอยู่บนรถสีสันสดใสที่วิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆ สัมผัสได้ถึงลมเย็นที่หนาวจนทิ่มแทงกระดูกได้
สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่มหึมาในเวลานี้ก็เหมือนกับเด็กที่ถูกทอดทิ้ง สามารถมองเห็นโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างได้รางๆ เขามองอย่างเงียบๆ นี่คือก้าวแรกที่เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อต้องการทำลายตระกูลเย่ให้พังพินาศ
“นี่! คุณมาทำอะไรที่นี่ ที่นี่ไม่มีการก่อสร้างแล้ว รีบไปเถอะ” คนงานที่มาลาดตระเวนถือไฟฉายพลางส่องไปที่เขา พร้อมตะโกนบอกเขา
เขาเหมือนกับรูปปั้นหินแกะสลักยืนนิ่งไม่ไหวติง คนงานก้มหน้าบ่นพึมพำ หันหน้าเดินกลับไปข้างๆเพื่อร่วมงาน ถอนหายใจ “งานนี้ตระกูลเย่ทำไม่ได้แล้ว งั้นตรุษจีนจะมีเงินให้ลูกไปเรียนได้ยังไง”
“ใช่ ก็มีความหวังว่างานนี้จะมีรายได้ไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก นี่ก็ยังคิดอยู่ว่าจะไปหางานที่ไหนดี”
ลมพัดจนถุงปูนซีเมนต์ที่ใต้เท้าของเขาส่งเสียงดังกรอบแกรบ เขาก้มลงมองเหมือนเขาจะตกใจอย่างนั้น นานพักใหญ่ เขาก็หมุนตัวเดินจากไปด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก นำมาซึ่งความเยือกเย็น
เขาเดินไป สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าของท้องถนน เดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมายในใจ ไม่รู้ว่าเดินไปนานแค่ไหน เขาก็มาถึงประตูหน้าบ้าน
ด้านข้างก็คือบ้านตระกูลเย่ หลังจากที่พ่อตายไปแล้วแม่ก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป ส่วนเขาหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็จากไปอย่างเตลิดเปิดเปิง ที่นี่สำหรับเขาแล้วก็คือกรงขัง คือแผลเป็น
เขายืนอยู่ที่ประตู เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตีสองครึ่งแล้ว ห้องภายในบ้านกลับยังมีแสงไฟสว่างอยู่ เขารู้นั่นคือห้องหนังสือของพ่อ
ทันใดนั้นด้านหลังผ้าม่านก็มีเงาคนคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ จากนั้นมือสองข้างก็ยื่นออกมาปิดหน้าต่าง เขาสังเกตว่าร่างด้านหลังผ้าม่านผอมบาง ในใจเศร้าโศกหดหู่แทบไม่ไหว
“พี่โจ๋ซวน” เสียงเล็กๆดังมาจากด้านข้าง ราวกับกลัวว่าจะรบกวนเขา เสียงเบาลงอีก
เย่ชูฉิงออกมาจากหัวมุมกำแพง จมูกเย็นเฉียบจนแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งแตก เธอเลียริมฝีปากอย่างยากเย็นเล็กน้อย
เธอสวมเพียงแค่เสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์ กระดุมของเสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์ติดผิด ดูตลกเล็กน้อย เธอก้มศีรษะมองลงตามแนวดิ่ง รีบปลดกระดุมใหม่ “เมื่อกี้ฉันรีบร้อนออกมา เลยติดกระดุมผิด”
มือคู่หนึ่งยื่นมาใต้ดวงตาของเธอ ไห่โจ๋ซวนผลักมือเธอออกเบาๆ ช่วยเธอปลดกระดุมทีละเม็ด จากนั้นก็ติดใหม่อีกครั้งให้ถูก
เธอไม่กล้าเงยหน้า น้ำตาหยดลงบนหลังมือเขา นิ้วมือของเขาสั่นเล็กน้อยราวกับเป็นโรคทางประสาท ติดกระดุมต่อไป
ในที่สุดแสงสว่างภายในห้องก็ดับมืดลง ทั้งสองคนยืนอยู่ภายใต้แสงไฟข้างถนน แมลงเม่าจำนวนเล็กน้อยบินวนรอบแสงอบอุ่นสีเหลืองนวลไม่ยอมไปไหน
เย่ชูฉิงก้มหน้ารอจนเขาหมุนตัวเดินจากไป เธอตามหาเขาทั้งคืน สุดท้ายก็ได้แต่เฝ้ารอให้เขาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ โชคดีที่เธอหาเขาเจอที่นี่อีกครั้ง โชคร้ายก็คือ เขาอาจจะไม่ได้สนใจเลย อาจจะรู้สึกว่าตนเองน่ารำคาญ
เธอก้มหน้าคิดฟุ้งซ่าน จนกระทั่งมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวถูกจูงไป มือที่จูงเธออบอุ่นและแห้งกร้าน สามารถกุมมือทั้งมือเธอเอาไว้ได้ ราวกับสัมผัสได้ว่ามือของเธอเย็นเฉียบ สองมือที่จูงเธอนั้นยิ่งจับแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เธอเดินตามไห่โจ๋ซวนไปอย่างซื่อๆ ส่วนสูงของเธอเห็นเพียงแค่แผ่นหลังกว้างของเขา เธอมองไม่เห็นสีหน้าเขา แต่กลับสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มที่มุมปากเขา
ลมแรงมาก ถนนยาวไกล ไฟข้างทางลากเงาของร่างที่ตามกันมาหน้าคนหลังคนจนยาวมาก ทำให้ถนนเส้นที่ยาวไกลดูสั้นลงมากอย่างเห็นได้ชัด
ภายในห้องผู้ป่วย ติงยียีจำไม่ได้ว่าตนเองถามเย่ป๋อกี่รอบแล้ว “เขาไม่เป็นไรจริงๆใช่มั้ย หาหมอแล้วหรือยัง”
เย่ป๋อที่ยืนอยู่อีกข้างยิ้มพลางเอ่ยว่า “จะยังไงคุณชายก็เป็นผู้ชาย ก็หวังว่าจะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดต่อหน้าคนที่ตนเองรัก คุณยียีไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ”
ติงยียีได้แต่พยักหน้า เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชิวไป๋เดินเข้ามา ตอนที่มองเห็นเย่ป๋อสายตาของทั้งสองคนก็เปล่งแสงสว่างวาบ แต่ทว่าไม่มีใครมีพิรุธเลยสักนิดเดียว
“ยียี คุณลุงเป็นยังไงบ้าง” ชิวไป๋เอาตะกร้าผลไม้วางบนโต๊ะพลางเอ่ยถาม ติงยียีส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “คุณหมอบอกว่าในสมองพ่อยังมีเลือดคั่งอยู่ ตอนนี้ใช้วิธีกายภาพบำบัดก่อน ดูว่าเห็นชัดเจนหรือไม่”
ชิวไป๋มองเห็นเธอท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันช่วยเธอยกเลิกงานไปเยอะมากแล้ว แต่ครั้งนี้มีรายการวาไรตี้โชว์รายการหนึ่งฉันคิดว่าเธอควรจะไปร่วมด้วย”
“วาไรตี้โชว์เหรอ ไม่เคยร่วมรายการวาไรตี้โชว์มาก่อนเลยนี่คะ” ติงยียีมองเธออย่างสงสัย
ชิวไป๋พยักหน้า “ครั้งก่อนที่เธอทิ้งดีไซเนอร์ชาวปารีส ผลกระทบเลวร้ายมาก งานที่บริษัทจัดให้เธอ เธอจำเป็นต้องไป อีกหนึ่งสัปดาห์จะบันทึกเทป”
ติงยียีพยักหน้าอย่างอับจนปัญญา เวลานี้เองจู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสียงเย่ชูฉิงสะอึกสะอื้น “พี่ยียี พี่โจ๋ซวนหายไปแล้ว ฉันหาเขาไม่เจอ”
รอจนพวกของติงยียีมาถึง เย่ชูฉิงก็ร้องไห้น้ำตาท่วมแล้ว บอดี้การ์ดของตระกูลเย่ยืนห้อมล้อมอยู่รอบๆ
“เขาไม่ต้องการฉันแล้วแน่ๆ จึงโทรหาพ่อ แล้วตนเองก็หนีไป” เย่ชูฉิงร้องไห้สะอึกสะอื้น
ติงยียีรีบตบหลังเธอเบาๆเพื่อปลอบเธอ “เนี่ยนโม่รู้เรื่องหรือยัง”
เย่ชูฉิงพยักหน้าสะอึกสะอื้น ทุกคนมองไปยังเย่ป๋อเป็นสายตาเดียวกัน คิดจะล้วงข้อมูลจากเขา เย่ป๋อที่หน้าเคร่งขรึมแดงเล็กน้อยภายใต้สายตาที่จับจ้องของชิวไป๋ เขาถอนหายใจ “คุณโจ๋ซวนไม่ได้เป็นอะไรครับ พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วง”
“เขาอยู่ที่ไหน” ดวงตาแดงก่ำของเย่ชูฉิง มองเขาทันที ชิวไป๋แม้จะไม่รู้จักเย่ชูฉิง แต่ก็เศร้าเสียใจไปกับเธอด้วย พูดว่า “คุณก็รีบบอกมาเถอะ เธอร้องไห้จนจะตายแล้วนะ”
เย่ป๋อไม่สามารถปฏิเสธคำขอร้องของเธอได้ อาจจะพูดได้ว่าอยากจะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าเธอด้วยจิตใต้สำนึก เขาถอนหายใจ เปิดโทรทัศน์ “วันนี้คุณโจ๋ซวนจัดงานแถลงข่าวโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ คุณชายเองก็เพิ่งรู้เมื่อครู่นี้เองครับ”