ตอนที่ 1541
ตอนที่ 1541หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1381
October 28, 2026
ชิวไป๋เดินมากอดติงยียีไว้ พร้อมพูดกับเย่เนี่ยนโม่ว่า:“ฉันดูแลเธอเองค่ะ คุณไปเถอะ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าแล้วมองติงยียีอย่างลึกซึ้งทีนึง บังคับให้ตัวเองมองข้ามสายตาที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือของเธอแล้ววิ่งไปตามทิศทางที่ผู้หญิงหนีไป
ติงต้าเฉินวิ่งได้ไม่ถือว่าเร็ว แต่โชคดีที่ผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าก็วิ่งได้ไม่เร็วเช่นกัน เห็นเธอวิ่งเข้าไปในปากซอยเล็กๆ แพนด้าได้วิ่งตามไปก่อน
จู่ๆมีเสียงปืนก้องมา ติงต้าเฉินตกใจ จากนั้นได้ถือไม้เท้ารีบวิ่งเข้าไปในซอย
ถูกบีบให้จนมุม หัวปืนดำสนิทในมือเธอได้เล็งเจ้าแพนด้าไว้
“แพนด้า กลับมา!”ติงต้าเฉินรีบเรียกแพนด้ามาที่ข้างกายตัวเอง ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน มือของติงต้าเฉินสั่นเล็กน้อย
ผู้หญิงเห็นแล้วได้มองเขาด้วยความเยาะเย้ย พร้อมทั้งเขยิบตัวไปที่ปากซอยอย่างระมัดระวัง ติงต้าเฉินกัดฟัน ในใจคิดถ้าให้เธอหนีไป วันข้างหน้าผู้หญิงคนนี้มาเล่นงานลูกสาวตัวเองอีกจะทำยังไง
ผู้หญิงคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะกระโจนมาจริงๆ เธอตกใจจนมือลั่น เสียงปืนได้ดังขึ้น หัวปืนสีดำมีเขม่าปืนฟุ้งอออกมา จากนั้นมือของเธอได้ถูกคนจับขึ้นไปสูงๆ
เย่เนี่ยนโม่มองเธออย่างเย็นชา“คุณลุงไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ”
ติงต้าเฉินถือไม้เท้าเดินมาข้างหน้า สีหน้าแววตาที่มองเย่เนี่ยนโม่ค่อนข้างตะลึงและละอายใจ ฉากเมื่อกี๊ช่างอันตรายจริงๆ อีกนิดเดียวก็จะยิงใส่เย่เนี่ยนโม่แล้ว
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า จากนั้นได้ใช้มือข้างนึงจับผู้หญิงไว้ มืออีกข้างดึงหมวกของเธอออก ผมที่ยาวสลวยได้ทิ้งตัวลงมา เขาหรี่ตาลงอย่างอันตราย“Emily?”
โม่ซวนหลินมองหน้าเขาอย่างหวาดผวา ปืนที่ถืออยู่ในมือได้ตกลงไปที่พื้น แววตาของเย่เนี่ยนโม่แฝงด้วยความอันตรายขั้นสุด
เวลานี้ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าที่ยุ่งเหยิงก้องมา ชายเสื้อดำหลายคนได้วิ่งมา เย่ป๋อก้าวมาข้างหน้า“คุณชายไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า ชายเสื้อดำหลายคนได้เดินมาจับโม่ซวนหลินไว้ เธอทั้งตกใจทั้งหวาดผวา คอยตะโกนอย่างเสียงดัง“ขอร้องคุณล่ะ อย่าจับฉันเลย ฉันสำนึกผิดแล้ว”
“คุ้มกันเธอให้ดีๆ”เย่เนี่ยนโม่พูดเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นที่เขาพยักหน้าให้ติงต้าเฉิน ก็ได้นั่งเข้าไปในรถที่บอดี้การ์ดขับมาแล้วจากไปอย่างไม่มีการลังเล
“เขาไม่เป็นไรใช่มั้ย”ติงต้าเฉินค่อนข้างเป็นห่วง หลังจากผ่านเรื่องเมื่อครู่นี้ ทำให้ท่าทีที่เขามีต่อเย่เนี่ยนโม่ได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เย่ป๋อปลอบใจเขา“คุณลุง ไม่เป็นไรครับ คุณชายไม่ชอบให้บอดี้การ์ดติดตาม แต่บอดี้การ์ดของตระกูลเย่ก็ไม่ใช่ย่อยหรอกครับ”
เย่ป๋อกลับมายังที่เหตุเกิดพร้อมติงต้าเฉิน ติงยียีเห็นพ่อตัวเองปุ๊บก็ได้เดินมาหา“พ่อ พ่อมาได้ไงคะ?!”
ติงต้าเฉินกับเย่ป๋อต่างก็เลือกที่จะปิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เอาไว้ เย่ป๋อได้พูดว่า“คุณยียี ผมพาคุณไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลครับ”
“เขาล่ะ?”ติงยียีเพ่งมองเขา ในใจยิ่งอยู่ยิ่งร้อนรน พร้อมทั้งได้พูดเสริมว่า“ตอนนี้ฉันอยากเจอเขา เขาอยู่ไหน?”
เย่ป๋อรู้อารมณ์ของเธอดี แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยที่ๆคุณชายไป ได้แต่พูดซ้ำว่า:“คุณยียี ผมพาคุณไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนดีกว่าครับ”
ชิวไป๋เดินมาปลอบเธอ“เราไปโรงพยาบาลกันก่อนดีกว่า เขาจะต้องมีธุระต้องทำแน่นอน ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวทำธุระเสร็จเขาจะต้องมาหาเธอแน่นอน”
แววตาที่เย่ป๋อมองมาที่เธอแฝงด้วยความซาบซึ้งเสี้ยวนึง เธอรีบหันหน้าหลบหลีกสายตาของเขา ติงยียีไม่อยากให้คนที่เป็นห่วงเธอเสียใจ จึงได้พยักหน้า
ผู้กำกับก็อนุญาติให้ลางาน ชิวไป๋กำลังจะไปขับรถ เย่ป๋อผายมือแล้วชี้รถสีดำที่จอดอยู่ห่างออกไปหลายเมตร พร้อมทั้งพูดว่า:“ขับคันนั้นครับ”
ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของรถสีดำยังมีรถคอยประกบอยู่สองคัน บอดี้การ์ดคนนึงได้เปิดประตูรถให้กับติงยียี เธอเห็นเขาค่อนข้างเคร่งขรึม นี่ถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนที่มีข่าวกับอันหรัน เคยมีบอดี้การ์ดสองคนโผล่ที่ๆพักเธอ ตอนนั้นพวกเขาบอกว่าไห่โจ๋ซวนส่งมาคุ้มกันเธอ ที่แท้คือเย่เนี่ยนโม่นี่เอง
เธอบอกไม่ถูกว่าในใจตัวเองมีความรู้สึกยังไง มีความซึ้ง มีความประหลาดใจ เธอสูดหายใจลึกๆทีนึงถึงทำให้อารมณ์สงบลงมา
รถขับเคลื่อนอย่างช้าๆ รถสองคันที่อยู่ด้านหลังและด้านหลังคอยขับตามรถคันกลางอย่างช้าๆ ชิวไป๋หันไปขึ้นรถแม่บ้านของตัวเอง พอประตูรถเปิดปุ๊บ เย่ป๋อก็ได้นั่งเข้าไปในรถเฉยเลย
“ทำไมคุณไม่ไปนั่งรถคันพวกนั้นคะ”ชิวไป๋ค่อนข่างตื่นเต้น พอนึกถึงทั้งสองคนต้องอยู่ในพื้นที่ๆมิดชิดและหายใจจากอากาศแผ่นเดียวกัน เขาใกล้กับเธอมาก แขนแนบอยู่ข้างกาย เธอแค่ยื่นมือก็สามารถเอื้อมถึงแล้ว
“ไปกันเถอะ”จู่ๆเย่ป๋อได้ไปหมุนวิทยุ เสียงดนตรีที่ดังขั้นมากะทันหันทำทั้งสองตกใจหมด ในที่สุดชิวไป๋ก็ได้หันหน้ามองมองเขา และเห็นแววตาที่อึดอัดของเขาอย่างชัดเจน
“คุณกำลังตื่นเต้น?”เธอเพิ่งถามออกมาก็รู้สึกเสียใจเลย แต่เสียดายบนโลกใบนี้ไม่มียาย้อนเวลา เย่ป๋อแค่ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็ได้ยอมรับอย่างไว“อยู่กับคุณแล้วผมชอบตื่นเต้นครับ”
ชิวไป๋กัดริมฝีปาก ริมฝีปากที่ทาลิปสีชมพูไว้ถูกกัดจนเป็นรอย เธอค่อยๆขับรถไปที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งแกล้งพูดอย่างไม่แคร์ว่า:“งั้นก็อย่าอยู่ด้วยกันสิคะ”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ”ทันใดนั้นมือของเย่ป๋อได้ยื่นมือไปจับแขนที่เธอจับพวงมาลัยไว้ เธอรู้สึกมือตัวเองเหมือนถูกลวกยังไงอย่างงั้น
เธอปล่อยมือออกกะทันหัน รถได้เสียหลักอยู่ข้างถนน เย่ป๋อรีบเอียงตัวจากเบาะนั่งข้างคนขับไปบังคับพวงมาลัย เสียงดัง“เอี๊ยด”เสียงนึง จากนั้นรถได้จอดลง
ชิวไป๋นั่งหายใจหอบอยู่ที่เบาะนั่งฝั่งคนขับ เธอกดปุ่มเลื่อนกระจกลง สายลมเย็นพัดเข้ามา“ขอโทษค่ะ”