ตอนที่ 1540
ตอนที่ 1540 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1380
October 28, 2026
“พ่อของลูกสาวของคุณคือนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แถมเธอยังเป็นลูกสาวของนักวิทยาศาสตร์ คุณตาของเธอคือทหารกิตติมศักดิ์แห่งชาติ มีตำแหน่งที่มั่นคงในรัฐบาล และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตอนนี้ลูกสาวของคุณเป็นบุคคลสาธารณะ เมื่อเธอมาถึงจะมีคนมาขอลายเซ็นเธอ เพราะว่าความรู้สึกทั้งหมดของเธอดังนั้นจึงต้องปรับอารมณ์ของตนเอง”
ติงต้าเฉินหลับตาลงด้วยความรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ในใจยิ่งรู้สึกผิดกับลูกสาวของตนเองมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะในตอนแรกตระกูลพวกเขาพาลูกไป ตอนนี้ติงยียีคงจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกว่านี้แน่นอน
เย่เนี่ยนโม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร เขาก้าวมาข้างหน้าสองก้าว ทำให้เสียงของตนเองชัดเจนมากยิ่งขึ้น “ผมขอบคุณมากที่คุณเฝ้าคุ้มครองคนที่ผมคิดจะรักไปตลอดชีวิต ขอบคุณครับ”
คำพูดของเขาทำให้ขอบตาติงต้าเฉินร้อนผ่าว เขานึกถึงตอนที่ยียียังเด็กเธอนอนคว่ำอ่านคัมภีร์ตรีอักษร อยู่ใต้แสงไฟ ตอนนั้นเขากับภรรยายังเคยสาบานไว้ ลูกสามารถเรียนได้ไกลแค่ไหน ก็สนับให้เธอเรียนเท่านั้น
นานมากแล้ว ติงต้าเฉินในที่สุดก็หาเสียงของตนเองกลับมาได้ เสียงของเขามีร่องรอยของความมีอายุ ในความแหบแห้งเจือไปด้วยความจำใจ “คุณไปก่อนเถอะ ฉันอยากจะอยู่เงียบๆ”
เย่เนี่ยนโม่เดินมาตรงหน้าของเขา พูดอย่างนิ่งๆ “ผมคิดว่าคุณเข้าใจความรัก” เขาหมุนตัวไป คำพูดของเขาปรากฏอยู่ในสมองของติงต้าเฉิน
เขาคิดถึงแม่ของติงยียี คิดถึงความรักของตนเองในวัยหนุ่มสาว เขาเช็ดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รอจนอารมณ์กลับมาเป็นปกติสักหน่อยแล้วค่อยพูด “แต่ว่าในตอนแรกนั้นพวกเราไม่มีคนมาเป็นบุคคลที่3”
จริงๆ ยังเป็นเพราะเหตุผลนี้ เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างอดทน “ผมกับอ้าวเสว่ไปมาหาสู่กันช่วงหนึ่งกันจริง แต่ว่าคนที่ผมรักในตอนนี้คือยียี ในอนาคตเองก็ด้วย”
“แล้วคุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้ว? คุณรู้มั้ยว่าพวกเขาเป็นพี่สาวน้องสาวกัน?!” ใจติงต้าเฉินไม่ง่ายเลยที่จะสงบลงกลับฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
ลมหนาวพัดผ่านไป ทำให้แขนเสื้อของทั้งคู่ขยับ แขนเสื้อส่งเสียงดังขึ้นในทันที เย่เนี่ยนโม่ยืดตัวขึ้น “อ้าวเสว่เป็นความรับผิดชอบของผม เป็นความรับผิดชอบที่ทั้งชีวิตก็สลัดทิ้งไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณไม่ต้องมาวุ่นวายกับชีวิตของพวกเราอีก” เสียงของติงยียีดังมาจากด้านหลังของเขาในทันที
ร่างของเขานิ่งไป หันไปอย่างเชื่องช้า ติงยียีดีใจที่ตนเองอยู่ห่างจากเขาอยู่ไกล จนเขาไม่สามารถมองเห็นความรู้สึกเจ็บปวดใจของตนเอง และจะไม่ถูกสายตาของเขาแผดเผา
“ผมเข้าใจความกังวลของคุณ” เย่เนี่ยนโม่ค่อยๆ พูด สายตาจ้องมองเธออยู่สักพัก
ในใจของติงยียีมีความแปลกใจเล็กน้อย เขารู้? เธอมองสายตาที่เยือกเย็นสุขุมของเขา รู้ว่าเขาไม่ได้โกหก เธอยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ “รู้แล้วเป็นยังไงล่ะ? อย่างน้อยที่สุดคุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนเพื่อฉันได้ไม่ใช่หรือไง?”
“ยียี” เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว เธอโบกมืออย่างรีบร้อน เหมือนกำลังห้ามไม่ให้เขาพูดต่อไปอีกแล้วยังดูเหมือนว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ด้วย
เธอหันหลังไป พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันกับอ้าวเสว่คุณเลือกได้แค่คนเดียว”
ภาระหน้าที่กับความรักจะเลือกยังไง นี่เป็นปัญหาที่ยากที่สุดในศตวรรษ ดวงตาของเย่เนี่ยนโม่ลึกล้ำลง สีหน้าของเขาสงบนิ่ง
เขาหันไปพยักหน้าให้ติงต้าเฉิน ร่างของเขาผ่านตงยียีไป รู้สึกว่าร่างกายของเธอสั่นเทา เขาอยากจะโอบกอดเธอ กลับมองเห็นการปฏิเสธและการป้องกันในสายตาของเธอ
เย่ป๋อกับชิวไป๋มองหน้ากันอย่างรู้ทัน ในใจของทั้งคู่กังวลนิดหน่อย ใบไม้แห้งตกลงบนไหล่ของชิวไป๋ เย่ป๋อเอื้อมมือไปหยิบ เธอสะดุ้งเหมือนกับลูกแมวที่ตกใจ
“ขอโทษ ฉันแค่อยากจะช่วยเธอหยิบอันนี้นี่” ในมือของเย่ป๋อถือใบไม้อยู่ เขารู้ว่าเธอกลัว ในใจก็รู้สึกเจ็บ เธอกำลังหลบตนเองอยู่หรือ?
“ฉันไปขับรถ” ชิวไป๋พูดกับติงยียีอย่างรีบร้อน หลังจากนั้นหนีไปด้วยความงุนงง เย่ป๋อมองเธอจนลับสายตาไป
“คุณชอบชิวไป๋ใช่มั้ย?” ติงยียีจัดการอารมณ์ดีแล้ว แม้ว่าสีหน้ายังคงซ่อนความเศร้าไว้ไม่ได้ เธอมองตาของเขา อยากที่จะหาเบาะแสเล็กๆ จากในดวงตาของเขา
เย่ป๋อพยักหน้าอย่างฉับไว เธอโล่งออกไปทีหนึ่ง จากนั้นบอกว่า “เธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนไหวมากคนหนึ่ง คนในครอบครัวของคุณถือสาผู้หญิงที่ค่อนข้างอายุมากมั้ย?”
เย่ป๋อแปลกใจเล็กน้อย “หรือว่าหล่อนกังวลเรื่องนี้?” เห็นติงยียีพยักหน้า เขารีบอธิบายอย่างรีบร้อน : “ผมไม่มีคนในครอบครัว ตอนผมยังเด็กก็ถูกตระกูลเย่รับมาเลี้ยงแล้ว ตระกูลเย่ก็คือครอบครัวของผม อีกทั้งผมเองก็ไม่สนใจเรื่องอายุเลยสักนิด”
ติงยียีรู้ว่าเขาไม่ได้โกหก เธอถอนหายใจออกมา “แต่ว่าผู้หญิงสนใจ”
คำพูดของเธอทำให้เย่ป๋องงงวยนิดหน่อย จากที่เขาพูด หรือว่ามีอะไรสำคัญไปกว่าความรักอีกหรือ ความปวดร้าวของคุณชายเขาเองไม่อยากจะสัมผัสมันสักครั้ง คนที่รักกันแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ เดี๋ยวนะ รักกัน?!
“หล่อนรักผมเหรอ?” เย่ป๋อแทบจะถามออกไปอย่างเร่งรีบ ติงยียีงงงวยเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เผลอยิ้มออกมา “รักคุณหรือไม่รัก ฉันว่าให้เจ้าตัวมาบอกเองคงจะดีกว่านะ”
แล้วเย่ป๋อก็ก้มหัวขอโทษเล็กน้อย เขาก้มหัวไปทางเธอ พูดออกมาจากหัวใจ “ขอบคุณ” ติงยียีมองเขาเดินไกลแล้วออกไปหมุนตัวกลับมาช้าๆ “พ่อ พวกเราไปกันเถอะ”
ติงต้าเฉินพยักหน้า ใช้ไม้เท้าดันตัวให้ยืนขึ้นมาโดยไม่พูดไม่จา ทันใดนั้นพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ : “เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ให้บ้านหลังนี้กับลูกใช่มั้ย”
ติงยียียิ้มพลางส่ายหน้า เหมือนกับต้องการขอร้อง หยิบสัญญาออกมาเหมือนอยากทำให้เขามีความสุข “อีก2วันเซ็นสัญญา พ่อ ในที่สุดพวกเราก็มีบ้านเป็นของตนเองแล้วนะ”