ตอนที่ 1539
ตอนที่ 1539 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1379
October 28, 2026
ในอพาร์ตเมนต์ไม่เก่าไม่ใหม่หลังหนึ่ง ติงต้าเฉินใช้ไม้เท้าเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง นายหน้าพูดอยู่ด้านข้าง “ห้องนี้ไม่เลวเลยนะ เป็นที่นิยมมาก เพราะว่าอยู่ใจกลางเมือง รอบข้างคึกคักมาก ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าของห้องต้องไปต่างประเทศกะทันหัน ก็ไม่ขายแบบถูกๆ”
“ชิวไป๋ เธอคิดว่าเป็นยังบ้าง?” ติงยียีหันหน้าไปถามชิวไป๋ พบว่าอีกฝ่ายหันหน้ามามองตนเองอย่างตื่นตกใจ ในสายตามีความสับสนมึนงงเล็กน้อย “เธอพูดว่าไงนะ?”
“เมื่อกี้คงจะไม่ใช่เย่ป๋อโทรมาหาใช่มั้ย?” ติงยียีคาดคะเนอย่างแปลกใจเล็กน้อย หัวใจของชิวไป๋บีบรัด รีบกล่าวปฏิเสธออกไป
นายหน้าเห็นคนสองคนคุยกันอยู่ สายตามองไปยังติงต้าเฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วยังมีแพนด้าด้วย “คุณชาย ท่านดูนี่สิ ห้องห้องนี้ได้รับแสงแดดจะต้องดีอย่างแน่นอน พื้นที่ภายในก็มีคนแก่กับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ทุกคนสามารถมาเล่นด้วยกันได้”
ตัวติงต้าเฉินเองตั้งแต่หลังได้รับบาดเจ็บก็ไม่ได้ไปทำงานอีก ชีวิตความเป็นอยู่ที่ผ่านมานั้นน่าเบื่อมาก ทันทีที่ได้ยินก็รู้สึกสนใจทันที
“นั้นต้องใช้เงินเท่าไหร่?” ติงยียีเห็นพ่อสนใจ ก็ยิ้มพลางถามราคาขาย
“พวกคุณวางใจได้เลย พวกเราเป็นบริษัทในเครือของตระกูลเย่ ที่เมืองตงเจียงมีใครไม่รู้จักตระกูลเย่ที่รวยเป็นอันดับหนึ่งบ้าง ราคาของพวกเรายุติธรรมมาก หนึ่งล้านสองแสนก็สามารถซื้อได้แล้ว”
“หนึ่งล้านสองแสน?!” ติงต้าเฉินตะโกนออกมา ค้ำไม้เท้าเตรียมเดินทันที “พวกเราไม่ซื้อแล้ว ยียีไปเถอะ”
“คุณชายกรุณารอสักครู่ ราคาหนึ่งล้านสองแสนนี้ก็ได้มาตรฐานแล้ว” นายหน้ารีบเดินตามมา แพนด้าก็จ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาดุร้าย เขาไม่กล้าจะก้าวต่อ ได้แต่เรียกติงยียี “คุณติง คุณลองพิจารณาอีกสักหน่อย”
“จริงๆ แล้วเธอบอกกับเย่เนี่ยนโม่สักคำ ห้องชุดนี้ก็จะเป็นของเธอแล้ว” ชิวไป๋เดินไปพลางพูดไป เห็นติงยียีถลึงตาใส่ตนเอง ก็รีบอธิบาย
“ฉันไม่ได้หยอกเธอเล่นหรอกเหรอ? เธอดูสิคุณลุงชอบที่นี่จริงๆ นะ”
ติงยียีก้มหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอบุ่มบ่ามมากเกินไป ครั้งหน้าต้องรอให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยพาพ่อมาดูบ้าน
คนกลุ่มหนึ่งเพิ่งจะลงจากตึก นายหน้าก็ยังไม่ยอมแพ้ “คุณติง ผมว่าคุณลุงต้องชอบมากอย่างแน่นอน ชีวิตของคนเรามีแค่ครั้งเดียว ตอนยังเด็กก็เพื่อลูก โตขึ้นมาหน่อยก็เพื่อหลาน สามารถดูแลพ่อแม่ให้ดีได้ก็ต้องดูแลพ่อแม่ให้ดีสักหน่อย”
ติงต้าเฉินที่เดินอยู่ด้านหน้าไม่พอใจ “เจ้าเด็กนี่พูดอะไรน่ะ ลูกของบ้านฉันเป็นลูกที่ดีที่สุดบนโลกนี้!”
มือถือของชิวไป๋สั่นเล็กน้อย เธอควานหามือถือที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เดินไปตรงหน้าของติงยียี “รอฉันสองสามนาทีจะได้มั้ย? ฉันไปทำธุระที่ด้านหน้าสักหน่อย”
ชิวไป๋รีบไปยังโรงแรมที่คุยกันไว้กับเย่ป๋อ ในบริเวณล็อบบี้ เย่ป๋อยืนอยู่ด้านข้าง เห็นเธอแล้วก็รีบทักทาย นัยน์ตาของเขาส่องประกาย “รีบวิ่งมาขนาดนี้ทำไม ดูเหงื่อคุณสิ” เขาพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวในกระเป๋าเสื้อสูทออกมา
แค่คิดจะส่งมันให้กับเธอ ชิวไป๋คิดว่าเขาต้องการจะแตะตัวเธอ จึงเอนตัวหลบการกระทำของเขา ทั้งคู่ต่างตกตะลึง
“คุณชายเย่กำลังรอฉันอยู่สินะ” เธอพูดจบก็รีบเดินเข้าไปในล็อบบี้ สายตาของเย่ป๋อมองตามหลังเธอไป ตอนนี้ที่ที่ไม่ไกลนักมีสายตาอีกครู่หนึ่งกำลังมองมาที่เขา เขาสบสายตาของคุณชายอย่างมึนงง จนกระทั่งชิวไป๋เดินไปตรงหน้าของคุณชาย ช่วยบังสายตาที่ค้นหานั้นไว้
“คุณชายเย่ ยียีรักคุณมากจริงๆนะ ถ้าคุณรักเธอเหมือนกัน ก็ช่วยเธอเยอะๆ หน่อย” ในน้ำเสียงของชิวไป๋สัมผัสได้ถึงความวิตกกังวลที่ต่างจากปกติ
“คุณมั่นใจหรือว่าที่คุณทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเธอ?” เย่เนี่ยนโม่จิบกาแฟ กวาดตามองเธอเหมือนยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม
ชิวไป๋รู้สึกว่าตนเองไม่มีทางหลบหนีต่อหน้าเขา ที่จริง เธอเห็นติงยียีเป็นเพื่อนคือเหตุผลหนึ่ง ยังมีเหตุผลอื่นอีก ถ้าหากว่าคุณชายเย่มัวแต่คลั่งรักติงยียีไปตลอด อย่างนั้นเธอ ในฐานะที่เป็นผู้จัดการของติงยียี ระดับชื่อเสียงทั้งในวงการนี้ก็จะได้รับความมั่นคงไม่ขาด โดยเฉพาะผู้จัดการของอันหรันที่ก็ติดตามอันหรันไปถึงฮอลลีวูด
เหตุผลพวกนี้ติดอยู่ในหัวสมองของเธอมาโดยตลอด ยังมีอีกเหตุผลที่เธอซ่อนเอาไว้นั้นก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น นั้นก็คือเธออยากเจอเย่ป๋อ ขอเพียงมีโอกาสสักหน่อย เธอก็อยากจะคว้ามันไว้
เย่ป๋อมองชิวไป๋ที่ยืนอยู่ เป็นครั้งแรกที่ต่อต้านความเห็นของคุณชาย เขาเดินไปตรงหน้าของทั้งสองคน ในสายตาที่มองคุณชายมีการขอร้องอยู่นิดๆ
“นั่งเถอะ” เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าลง ชิวไป๋เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก พยักหน้าแล้วนั่งลง ถึงแม้ว่าเครื่องทำความร้อนในล็อบบี้จะเปิดอย่างเต็มที่แล้ว แต่ว่าเธอก็ยังรู้สึกหนาวนิดหน่อย
“ช่วงนี้หล่อนเป็นอย่างไรบ้าง?” สายตาของเย่เนี่ยนโม่ค่อยๆ อ่อนโยนขึ้น หลังจากความตื่นเต้นในตอนแรกผ่านไป ตอนนี้เขาต้องหารือเรื่องนี้ให้ดีก่อน
ชิวไป๋พยักหน้า “กำลังดูห้องกับเธออยู่ อ๋อ ก็คือนายหน้าคนนั้น เขาบอกว่าเป็นพนักงานของตระกูลเย่ แต่บ้านราคาสูงไปหน่อยนะ”
ไม่ต้องให้เย่เนี่ยนโม่ชี้แนะ เย่ป๋อก็วิ่งออกไปด้วยความเร็วแล้ว สายตาของชิวไป๋อดไม่ได้ที่จะมองตามเขาไป
“คุณชิวกับเลขาของฉันคุ้นเคยกันมากนะ” เย่เนี่ยนโม่ใช้ประโยคยืนยัน แม้ว่าสายตาจะไม่ได้มองมาที่เธอ แต่ว่าก็ทำให้คนรู้สึกกดดันไปโดยปริยาย
“ฉันกับเขาไม่ได้คุ้นเคยกันสักนิด!” ชิวไป๋เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง เธอตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดของการคบกันกับเย่ป๋อทิ้งในทันทีภายในการถามตอบประโยคเดียว
นิ้วของเย่เนี่ยนโม่เคาะเบาๆ บนโซฟาหนังแท้ “เขาเป็นคนที่ทุ่มเทมากคนหนึ่งเลย ถ้าคุณแน่ใจว่าไม่สามารถยอมรับเขาได้ แบบนั้นก็อย่าให้ความหวังใดใดกับเขา”