ตอนที่ 1544
ตอนที่ 1544 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1384
October 28, 2026
เขาลูบหลังมือเธอ และพูดอย่างอ่อนโยน:“วางใจเถอะ ผมจะจัดการให้ดีเอง”
ช่วงบ่าย
หลังจากติงยียีเลิกงานจากกองถ่ายก็วิ่งกลับมาที่ตระกูลติงอย่างมีความสุข หน้าบ้านของตระกูลติงมีรถขนของจอดอยู่คันนึง บริษัทขนของกำลังขนเฟอร์นิเจอร์จากในบ้านออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ชิวไป๋ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย เย่ป๋อเดินออกมาจากในบ้าน หลังจากเห็นติงยียีแล้วได้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม จากนั้นถึงเคลื่อนย้ายสายตาไปที่บนตัวชิวไป๋
ติงยียีดึงชิวไป๋ไปข้างๆแล้วถามเสียงเบา“พวกเธอเป็นอะไรไป?”
“เป็นอะไรยังไง?”ชิวไป๋มองซ้ายมองขวาแล้วพูดเรื่องอื่น แววตาของเธอเหม่อลอย ติงยียีไม่ปล่อยยอมเธอไปหรอก ได้พูดอย่างตรงไปตรงมา:“หลายวันนี้มานี้เธอหลบหน้าเย่ป๋อตลอด ไหนบอกมาซิว่ามันยังไงกันแน่ ไม่งั้นฉันจะไปถามเขาแล้วนะ”
เธอทำท่าเหมือนจะไป ชิวไป๋รีบดึงตัวเธอไว้“อย่า!”มองสีหน้าแววตาเจ้าเล่ห์ของติงยียี เธอถอนหายใจและได้พูดต่อ:“เขามาบอกรักฉัน”
“นี่ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?เธอชอบเขา เขาก็ชอบเธอ”ติงยียีนึกถึงเย่เนี่ยนโม่แล้วในใจหวานชื่น
ชิวไป๋ส่ายหัว“เราไม่มีทางอยู่ด้วยกัน”แววตาของเธอมีความเศร้าและความเด็ดขาดเผยอยู่ ทำให้คนอดเสียใจเพราะเธอไม่ได้
ติงยียีอยากเกลี้ยกล่อม แต่เธอได้รีบหยุดประเด็นนี้“ดู คุณลุงมาแล้ว ฉันไปประคองคุณลุงขึ้นรถก่อน”
มองดูร่างเงาของชิวไป๋วิ่งหนีไปอย่างเร่งรีบ ติงยียีได้แต่ถอนหายใจแล้ววิ่งตามไป
เพิ่งถึงบ้านใหม่ สาวใช้ทั้งหลายก็ได้เดินออกมาจากประตูและพูดพร้อมเพรียงกัน:“คุณหนู คุณท่าน”
ติงต้าเฉินตกใจหมดเลย เขาถือไม้เท้าไว้พร้อมพูดว่า:“นี่มันอะไรกัน?”
เย่ป๋อพูดด้วยรอยยิ้ม:“นี่เป็นคนที่ยืมตัวมาจากตระกูลเย่ชั่วคราว มาช่วยทำความสะอาดบ้านครับ”
สาวใช้คอยประคองติงต้าเฉินเข้าไปในบ้าน ส่วนติงยียีได้มองดูรอบๆ เวลานี้เย่ป๋อส่งเสียงออกมา“คุณชายไม่อยู่ที่นี่ครับ เขากำลังประชุมอยู่”
บอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกยังไง ติงยียีตอบด้วยเสียงเศร้า บริษัทขนย้ายของและเหล่าสาวใช้ที่อยู่ข้างหลังกำลังทำงานกันอย่างฮึกเหิม เธอตบแก้มตัวเองเบาๆ บังคับให้ตัวเองมีความสุขขึ้นมา
ค่ำคืนที่บ้านใหม่
ผู้คนนั่งล้อมอยู่โต๊ะเดียวกัน อาหารบนโต๊ะอุดมสมบูรณ์มาก ติงต้าเฉินตั้งใจซื้อเบียร์มาลังนึงโดยเฉพาะ ทุกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ติงยียีหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำแล้วชิ่งออกมา เธอลงมาชั้นล่าง จากนั้นได้เดินไปตามพื้นหินกรวดที่คดเคี้ยวของชุมชนอย่างช้าๆ
ทั้งสองข้างทางของถนนหินกรวดได้ปลูกเถาวัลย์ไว้ ได้ให้ความสวยงามอีกแบบกับฤดูหนาว แสงไฟรอบๆชุมชนมืดสลัว มีแค่เธอที่เดินอยู่เงียบๆคนเดียว
จู่ๆสายลมเย็นพัดมา เธอตัวสั่นและได้ดึงเสื้อขนแกะให้แน่นขึ้น ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าก้องมา เธอนึกแค่ว่ามีคนกำลังออกมาเดินเล่นเหมือนกับเธอ จึงได้หลีกไปข้างๆหน่อย
เสียงฝีเท้าได้หยุดลงในที่ๆห่างจากข้างหลังเธอหลายก้าว มีความรู้สึกคุ้นเคยโผล่ขึ้นมา เธอหันไปมอง จากนั้นได้มองคนที่คิดถึงทั้งวันทั้งคืนคนนั้นอย่างอึ้ง
เย่เนี่ยนโม่ยังใส่ชุดสูทอยู่ บนไหล่ไม่รู้มีหิมะตกใส่ตั้งแต่เมื่อไหร่ สีขาวโพลนอยู่ใต้แสงจันทร์ดูสะดุดตาสุดๆ
ทั้งสองห่างกันแค่ก้าวเดียว เธอมองหน้าเขา เขาเองก็มองหน้าเธอ สายลมฤดูใบไม้ร่วงได้พัดพามาอีก ทำให้รูปร่างของเธอยิ่งเพรียวบางขึ้นไปอีก
เขาขมวดคิ้ว จากนั้นได้ถอดเสื้อคลุมออกแล้วก้าวมาข้างหน้า
เธอปล่อยให้เขาเคลื่อนไหว จู่ๆรู้สึกได้ว่าลำคอตัวเองเย็นเฉียบ เธอก้มหน้าเล็กน้อย นั่นคือสร้อยคอทรงหยดน้ำเส้นนึง เพชรที่มีขนาดใหญ่เท่าหัวแม่โป้งวิบวับอยู่ใต้แสงจันทร์ เธอลูบจับสร้อยคอ คอยสัมผัสสร้อยคอได้รับความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายเธอ
“ชอบมั้ยครับ?”เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยพร้อมมองเธอด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน ขนตาที่งอนยาวกระทบเป็นเงาที่ใบหน้าเขา
“อืม ชอบค่ะ”ติงยียีก้มหน้าจับสร้อยคอยที่ลำคอย ใบหน้ากระเพื่อมด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
จู่ๆเธอเงยหน้าขึ้น แล้วเขย่งขาไปจูบที่แก้มของเขาอย่างไวทีนึง
เย่เนี่ยนโม่อึ้งไปครู่นึง จากนั้นมุมปากได้เผยรอยยิ้มออกมา เขาเข้าใกล้เธออย่างช้าๆ เธอหลับตาลงและรอความสุขคืบคลานเข้ามาหา
จู่ๆเสียงมือถือได้ดังขึ้นในเวลานี้ ติงยียีลืมตาขึ้นมาอย่างเก้อเขิน จากนั้นได้ถอยหลังไปหลายก้าวและแกล้งทำเป็นมองดูวิว
เย่เนี่ยนโม่มองเธอด้วยรอยยิ้ม ทีนี้ถึงรับสายขึ้นมา
“เนี่ยนโม่ ฉันรู้สึกไม่สบายท้องเลยค่ะ คุณมาดูฉันหน่อยได้มั้ยคะ?”เสียงของอ้าวเสว่เหมือนเสียงแมวน้อยยังไงอย่างงั้น เธอคอยอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
หัวใจของเย่เนี่ยนโม่หวั่นไหว ไม่ว่ายังไง เขามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อลูกในท้องของเธอ เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า:“รู้แล้ว ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ติงยียีคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเขา พอได้ยินเขาจะไป สายตาได้เศร้าหมองลงมาทันที ทั้งหมดนี้ เย่เนี่ยนโม่ล้วนเห็นอยู่ในสายตา แต่เขากลับจนปัญญา
ยังไม่รอให้เขาได้เปิดปากพูด ติงยียีก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาแล้ว“เรื่องงานอีกแล้วใช่มั้ยคะ คุณรีบไปเถอะค่ะ”