ตอนที่ 1558
ตอนที่ 1558 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1398
October 28, 2026
มีคนรู้สึกยินดีกับความโชคร้ายของคนอื่น มีคนที่ไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเองส้งน่าเม้มปากสีชมพูของเธอ เริ่มที่จะระมัดระวังคนที่ชื่อติงยียีคนนี้ขึ้นมา
การฝึกซ้อมในช่วงบ่ายสำหรับติงยียีนั้นพูดง่ายๆก็คือเป็นการฝึกที่โหดร้ายราวกับปีศาจ เธอต้องเดินเป็นเส้นตรงบนเวทีพร้อมกับชามใส่น้ำครึ่งชาม ตอนที่เดินจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งร่างกายของเธอก็เปียกปอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส้งน่าที่วางชามน้ำอยู่บนหัวเดินได้อย่างสบายๆนั้นมองความครึกครื้นของเธอจากทางด้านข้าง จงใจเดินไปอยู่ด้านหลังตัวเธอและพูด: “หลีกทางหน่อย หลีกทางหน่อย ฉันจะเดิน”
ติงยียีอยากที่จะหลีกทางให้ รีบเดินเกินไป ชามที่อยู่บนหัวก็ตกลงมา เธอรีบยื่นมือออกไปรับ แต่ขากลับลื่น การกระทำที่ต่อเนื่องนั้นทำให้ร่างกายของเธอเอนตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“ระวัง!” เอเลนและชิวไป๋ที่อยู่ด้านล่างเวทีร้องตะโกนออกมาพร้อมกัน ติงยียีที่อยู่ภาวะมึนงงก็รู้ว่ามีแขนแข็งแรงมารั้งเอวของเธอเอาไว้
แขนคู่นั้นรัดแน่นที่เอวของติงยียี การกระทำแบบนี้ทำให้คนทั้งสองแนบชิดกันเป็นอย่างมาก สีหน้าที่แตกต่างกันในสถานที่เกิดเหตุ ชิวไป๋รีบวิ่งขึ้นมาบนเวทีดึงติงยียีออกมาจากอ้อมกอดของเอเลน
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”เธอพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ในขณะเดียวกันก็ส่งสายตาแหลมคมเตือนเอเลน คนหลังก็เอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า ยิ้มอย่างไม่มีพิษกับทั้งคนและสัตว์
“ฉันไม่เป็นไร แต่ขาน่าจะพลิกนิดหน่อยแล้ว”ติงยียีหันตัวไปพูดกับเอเลนด้วยความเกรงใจ: “ขอบคุณ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเอเลนกว้างขึ้น “ไม่ต้องขอบคุณ มีอะไรที่ไม่เข้าใจคุณสามารถมาหาผมได้ ไม่อย่างนั้นไปถ่วงความก้าวหน้าของทุกคนจะไม่ดี”
ชิวไป๋ขมวดคิ้ว เธอรู้สึกมาโดยตลอดว่าสายตาของเขานั้นไม่ถูกต้อง การเปิดเผยความนัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในครั้งนี้นั้นบ้าเกินไป เธอกลัวว่าติงยียีจะฟังไม่ได้ออก กำลังจะออกไปด้านหน้าปฏิเสธ ติงยียีเปิดปาก “ต้องขอโทษเป็นอย่างมากที่ฉันถ่วงความก้าวหน้าของทุกคน ฉันจะตั้งใจฝึกฝน”
ส้งน่าที่อยู่ด้านข้างตะโกนออกมาอย่างอ่อนหวาน “อาจารย์เอเลน ฉันรู้สึกว่าท่าทางของฉันเหมือนว่าจะมีปัญหานิดหน่อย”
เอเลนมองติงยียี หมุนตัวเดินไปหาส้งน่าเพื่อชี้แนะ ชิวไป๋พยุงติงยียีลงจากเวที “ไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหม?”
“ความจริงแล้วเจ็บนิดหน่อย แต่ว่าในกรณีแบบนี้จะสามารถพูดว่าเจ็บได้ยังไงกัน ทนไปก่อนละกัน”ติงยียีมองคนอื่นที่อยู่บนเวทีอย่างห่อเหี่ยวใจ เขาฝึกซ้อมออกมาได้แย่มากจริงๆ
ชิวไป๋จ้องเขม็งไปที่เอเลน ในใจกำลังคิดว่าเขานั้นสนใจติงยียีหรือเปล่า อีกฝ่ายเหมือนว่ารับรู้ถึงสายตาของเธอ จึงหันมายิ้มให้เธอ
ติงยียีเห็นสายตาทั้งสองคนที่ตรึงแน่นมั่นคงไปที่อีกฝ่าย ภายในจนั้นตกตะลึง ชิวไป๋คงจะไม่ได้ถูกใจเอเลน เข้าแล้วนะ ถ้าอย่างนั้นเย่ป๋อจะทำยังไง?
หลังจากเรียนเสร็จ ชิวไป๋ก็ออกไป ติงยียีกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง ขณะที่อยากจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาทันทีน้ำ
เสียงของเย่เนี่ยนโม่ฟังไม่ออกถึงอารมณ์โมโห เธอได้ยินเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดเป็นครั้งคราว สองคนหาบทสนทนามาพูดคุยกัน ส่วนใหญ่ติงยียีจะเป็นฝ่ายพูด เย่เนี่ยนโม่ที่ฟังอยู่ข้างๆ ตอบกลับเธอประโยคสองประโยคเป็นครั้งคราว
ติงยียีรู้สึกค่อนข้างง่วง พูดพึมพำ: “ฉันคงจะต้องไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ยังจะต้องจับตามองเอเลน”
“เอเลน?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางปลายสายโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกได้แม้กระทั่งว่าเขาที่อยู่ทางปลายสายโทรศัพท์นั้นลุกขึ้นเดินไปที่ด้านหน้าของหน้าตา
เธอพยักหน้า พอคิดได้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นการกระทำของตัวเอง จึงรีบพูด“อืม เหมือนว่าเอเลนจะสนใจชิวไป๋มากทีเดียว วันนี้ทั้งสองคนมองหน้ากันไปมาอยู่ตั้งนาน”
เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีการตอบสนอง แต่ว่าติงยียีมีความรู้สึกแปลกๆว่าอีกฝ่ายนั้นพยายามผลักดันให้เธอพูดต่อ เธอจึงพูดต่อไป: “ที่จริงแล้วเอเลนนั้นดีทีเดียว เวลาสอนก็ตั้งอกตั้งใจ ละเอียดรอบคอบเป็นอย่างมาก แต่ว่าถ้าอยู่กับชิวไป๋จริงๆ ฉันรู้สึกแปลกๆอยู่”
“ติงยียี”โทรศัพท์มือถือก็มีเสียงเบาทุ้มดังออกมาทันทีทันใด ราวกับท่วงทำนองจากขลุ่ยไม้ไผ่จีน “อยู่ห่างๆจากเอเลนหน่อย”
น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่ก็มีความน่าเกรงขามที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ติงยียีตกตะลึง “ทำไมละ เขาเป็นอาจารย์ของฉันนะ”
เสียงของทางต้นสายโทรศัพท์มือถือนั้นกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อนที่เป็นเสียงเรียบเฉยและเกียจคร้าน “เด็กดี เชื่อฟังนะ”
น้ำเสียงเกียจคร้านนี้ คล้ายกับน้ำเสียงปลอบโยนเบาๆ แก้มทั้งสองข้างของติงยียีแดงก่ำ อดไม่ได้ที่จะใช้มือพัดความร้อนที่แผ่กระจายบนแก้มอย่างไม่หยุดหย่อน ตอบรับเบาๆ “อือ”
วางสายโทรศัพท์ เธอกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง รู้สึกว่าตัวเองนั้นนอนไม่หลับ อุณหภูมิความร้อนบนใบหน้าไม่ลดลงเลย ขนาดใบหูเองก็ยังร้อนลวกไปด้วยเหมือนกัน
“แปลกจริง นี่ทำไมรู้สึกเหมือนกับว่ากินเหล้าจนเหมาแบบนี้ละ?”เธอพึมพำยิ้มเหมือนคนโง่มองโทรศัพท์มือถือที่เก็บเข้าไปแล้ว
ปลายสายโทรศัพท์มือถือ เย่เนี่ยนโม่พยายามจดจ่อไปที่รายงาน ผ่านไปสักพักใหญ่ถึงจะพบว่าที่ทำไปนั้นไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะมองตัวอักษรหรือสัญลักษณ์อะไรก็ตามบนคอมพิวเตอร์ก็ทำให้เขาคิดถึงติงยียีได้ไปเสียทุกอย่าง
คิ้วของเขาขมวดแน่นทั้งๆที่ยังไม่ได้ยินอะไรเลย จากสัญชาตญาณของผู้ชายนั้น เอเลนคนนั้นน่าจะไม่ใช่สนใจในตัวของชิวไป๋ คนที่เขาต้องการจริงๆก็คือติงยียี ไอ้โง่นั้นทำให้เขาโมโหจริงๆ!
อ้าวเสว่ผลักประตูเข้ามา หลังจากมองเห็นท่าทางโหดเหี้ยมของเขาก็กลัวจนผงะถอยหลังไป เธอพูดอย่างระมัดระวัง: “ขอโทษ ฉันมารบกวนคุณหรือเปล่า?”
สีหน้าของเย่เนี่ยนโม่มืดครึ้มเล็กน้อย พูด: “ทำไมไม่ไปพักผ่อน?”
อ้าวเสว่พูดด้วยรอยยิ้มหวาน “ฉันกับคุณน้าเชี่ยจะไปซื้อเสื้อผ้าให้ลูก คุณอยากจะไปด้วยหรือเปล่า?”