ตอนที่ 729
ตอนที่ 729 สาวใช้ตัวแสบ 633
October 28, 2026
ตอนที่ 729 สาวใช้ตัวแสบ 633
เขาไม่อยากให้มีส้งหลิงหลิงคนที่สองโผล่มา วิธีที่ดีที่สุดในการยับยั้งปัญหาในอนาคตก็คือทำให้เธอตัดใจให้หมด ให้เธอไปเจอเซี่ยชีหรั่นก็ดีเหมือนกัน ผู้หญิงของเขาเพอร์เฟคขนานนั้น แน่นอนว่าขับไล่เธอได้สำเร็จแน่
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เย่เชินหลินจึงเผยยิ้มมารยาทพลางพูดอย่างถ่อมตนว่า “องค์หญิงต้องการไปพำนักที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ นั้นเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้ของเย่เชินหลิน”
“งั้นก็เอาตามนั้นนะ ตอนกลางวันพวกเราไปเที่ยวชมที่เมืองโบราณก่อน ส่วนอาหารเย็นคงต้องรบกวนพ่อครัวของที่คฤหาสน์คุณแล้วนะคะ”
หลังจากที่เย่เชินหลินรับปากแล้ว เขาก็ได้โทรไปหาหลินหลิงและออกคำสั่งให้เธอไปจัดเตรียมทุกอย่างที่คฤหาสน์ไว้
เขายังกำชับไว้เป็นพิเศษว่าก่อนที่องค์หญิงจะเดินทางไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่ ห้ามเปิดเผยให้คนอื่นรู้ว่าองค์หญิงจะไปทานข้าวเย็นที่คฤหาสน์ตระกูลเย่เด็ดขาด
ระหว่างทางที่เซี่ยชีหรั่นเดินทางไปทำงาน เธอเห็นหลังที่คุ้นตาจากหน้าต่างรถ เธอรีบเปิดกระจกรถลงพลางตะโกนเรียก “โม่เสี่ยวจุน!”
หลายวันมานี้โม่เสี่ยวจุนเปิดบริษัทของตัวเองขึ้น ระหว่างทางที่กำลังไปทำงานได้ยินเสียงคนเรียกเขา เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างมาก
ร่างกายของเขาชะงักไป เท้าก็หยุดเดินอัตโนมัติ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้หันกลับไป แต่กลับก้าวเท้าเดินให้ไวยิ่งขึ้น
เสี่ยวจุน
เขาจะต้องเป็นเสี่ยวจุนแน่ ไม่งั้นไม่มีทางที่เขาจะไม่หันกลับมา
“โม่เสี่ยวจุน!” เซี่ยชีหรั่นลดเสียงให้ต่ำลงและเรียกเขาอีกครั้ง เสียงนี้ไม่ได้เรียกเพื่อให้เขาได้ยิน
โม่เสี่ยวจุนต้องการที่จะมีชีวิตใหม่แล้ว เธอไม่ควรทำให้ในชีวิตของเขามีเงาของเธออีก
เธอเลือกแบบนี้ทำให้เขายากที่จะยอมรับได้
เธอเข้าใจความคิดของเขา
ในเวลานี้เธอรู้สึกเสียใจที่ตื่นเต้นจนเธอหลุดปากเรียกเขาออกไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้หันกลับมา แต่ว่าในใจเขาจะต้องไม่สงบแน่ๆ เธอมองไปยังแผ่นหลังของโม่เสี่ยวจุนอย่างเลื่อนลอย สุดท้ายก็เอากระจกรถขึ้น
เย่เชินหลินไม่ได้อยู่ในรถด้วย เขาออกคำสั่งให้เพิ่มความปลอดภัยให้กับเซี่ยชีหรั่นเป็นพิเศษ ดังนั้นตอนนี้ในรถคันนี้จึงมีบอดี้การ์ดอยู่หลายคน
คนขับรถรู้วิธีการต่อสู้ เบาะข้างคนขับมีบอดี้การ์ดนั่งอยู่หนึ่งคน และข้างหลังยังมีเซี่ยอี้ชิงนั่งขนามข้างกับเธอ
“พี่เซี่ย พี่รู้จักผู้ชายคนนั้นหรือ?”เซี่ยอี้ชิงถาม
“อืม รู้จัก เขาคือพี่ชายฉันเอง แต่ว่าระหว่างเราสองคนเกิดเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”เซี่ยชีหรั่นไม่มีอะไรต้องปิดบังเซี่ยอี้ชิง ไม่แน่ว่าคนๆนี้อาจจะตามเธออีกหลายปี ถือว่าเขาเป็นคนกันเอง เธอไม่มีอะไรต้องปิดบังเขา
“ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด พูดคุยกันให้เข้าใจก็จบแล้วนิ พี่เซี่ยจะให้ผมไปเรียกเขาไว้ให้ไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะ ฉันยังต้องรีบไปทำงาน”
สีหน้าที่เศร้าโศกของเซี่ยชีหรั่นจางหายไปจนดูสงบนิ่งมากขึ้น แต่ว่าในใจของโม่เสี่ยวจุนกลับไม่สงบเอาเสียเลย หลังจากที่เขารีบเดินจากไป เขาได้แอบอยู่ในมุมแห่งหนึ่งที่เซี่ยชีหรั่นมองไม่เห็นพลางมองไปยังรถที่เธอนั่งแล่นออกไป คิ้วขมวดตลอดไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย
ความห่วงหาที่มีต่อเซี่ยชีหรั่น บางที่อาจจะเป็นความเคยชิน หลายปีผ่านมาแล้วแต่กลับลืมไม่ลง
ในตอนนั้นไห่ฉิงฉิงได้เข้าหาอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ แต่เขาทำมันไม่ได้
เขาไม่อยากจะแตะต้องเธอ ทั้งๆที่ยังลืมเซี่ยชีหรั่นไม่ได้ เขาอยากให้ทั้งกายและใจของเขาเป็นของเธอ
“เสี่ยวจุน คุณกำลังดูอะไรอยู่คะ?” ไม่รู้ว่าไห่ฉิงฉิงที่ไปซื้ออาหารเช้าให้เขา ได้มายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ สายตาสาดส่องไปยังทิศทางที่เขามองไปอย่างสงสัย
ทะเบียนรถคันนั้นเธอรู้จัก นั้นคือรถของเย่เชินหลิน เหมือนว่าคนที่นั่งอยู่ในนั้นจะเป็นเซี่ยชีหรั่น
เธอรู้ว่าต่อให้โม่เสี่ยวจุนจะพูดจาโหดร้ายแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ลืมเธอไม่ได้
นัยน์ตาของไห่ฉิงฉิงมืดลงพลางถอนหายใจ แต่ว่าไม่นานเธอก็กลับมาเป็นปกติ
“ไม่มีอะไร” โม่เสี่ยวจุนหันกลับมาและพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เขารู้ว่าในใจของไห่ฉิงฉิงมีความไม่พอใจอยู่บ้าง และเขาไม่อยากจะให้เธอเสียใจเพราะเรื่องของเซี่ยชีหรั่น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าไห่ฉิงฉิงจะสายตาดีขนานนี้ เธอเห็นป้ายทะเบียนรถอย่างชัดเจน
“ลืมไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เสี่ยวจุนถ้าคุณลืมไม่ได้ แล้วทำไมต้องหลอกตัวเองว่าต้องตัดใจด้วยล่ะ ไม่สู้เราหาเวลามารวมตัวกันดู อย่าได้ทรมานตัวเองอีกเลย”
“คุณคิดมากไปแล้ว กินข้าวเช้าเถอะ หิวรึยัง?” ท่าทีของโม่เสี่ยวจุนอ่อนโยน แต่ไห่ฉิงฉิงก็ทันได้เห็นดวงตาอันเศร้าสอยของเขา
“โอเค กินข้าวเช้ากัน”ไห่ฉิงฉิงไม่ได้พูดไปกว่านั้น โม่เสี่ยวจุนรับอาหารเช้าไป ไห่ฉิงฉิงคล้องแขนของเขาไว้พลางเดินไปอาคารสำนักงานด้วยกัน
เขาไม่อยากพูดถึงก็แล้วกัน ไห่ฉิงฉิงก็อยากจะเห็นแก่ตัวสักครั้ง คืนนี้แหละเธอต้องการที่จะกลายเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ เป็นผู้หญิงของเขาอย่างแท้จริง เธอเชื่อว่าขอแค่ร่างกายของพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ความรักที่เขามีต่อเซี่ยชีหรั่นก็จะค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลาเอง ต้องมีสักวันที่ไห่ฉิงฉิงจะมีน้ำหนักในใจของโม่เสี่ยวจุนมากกว่าเซี่ยชีหรั่น จะต้องมีวันนั้นอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเธอจะคิดแบบนั้น แต่หลังจากที่แยกย้ายไปทำงานของใครของมันกับโม่เสี่ยวจุนแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะโทรหาไห่ลี่หมิน เพื่อถามถึงสถานการณ์ของเซี่ยชีหรั่นกับเย่เชินหลิน
ประมาณว่ารักใครก็เหมือนติดค้างคนนั้น เธอทนมองโม่เสี่ยวจุนมีเรื่องของหัวใจไม่ได้แม้แต่น้อย
เซี่ยชีหรั่นมาถึงบริษัท หลี่เหอไท้ยังคงทักทายเธอเหมือนเดิม จากนั้นค่อยไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
ตอนเที่ยงเซี่ยชีหรั่นได้รับข้อความจากเย่เชินหลินบอกว่าให้เซี่ยอี้ชิงทานข้าวเป็นเพื่อนเธอ เขามีเรื่องติดพันไปไหนไม่ได้