ตอนที่ 895
ตอนที่ 895 สาวใช้ตัวแสบ 799
October 28, 2026
ตอนที่ 895 สาวใช้ตัวแสบ 799
ส้งหลิงหลิงกัดฟันไว้ด้วยความโกรธ แต่เธอทำอะไรกับฟางลี่น่าที่ไม่เคารพเธอเหมือนก่อนไม่ได้
ความจริงแล้วเธอก็ฟังบทสนทนาของพวกเขาไม่ชัดเจนเหมือนกัน เธอได้ยินแค่คำว่า“ตรวจเช็ค”สองคำ ซึ่งสองคำนี้อาจจะเป็นคำพูดธรรมดาแต่สำหรับคนทำผิดแล้วก็อาจจะรู้สึกอ่อนไหวได้
“เธอช่วยไปหยิบผ้าอ้อมของคุณชายน้อยให้หน่อยสิ” เธอสั่งสาวใช้ที่กำลังคุยกับฟางน่าอย่างเงียบๆ
เมื่อเกี่ยวข้องกับตัวน้อยเย่เจิ้งเหิงแล้วสาวใช้ก็ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งนั้น เธอจึงรีบขานตอบ ได้ค่ะ คุณส้ง จากนั้นก็รีบไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ในห้องรับแขกเหลือเพียงส้งหลิงหลิงกับฟางลี่น่า รอยยิ้มบนใบหน้าของส้งหลิงหลิงก็ได้หายไปในทันทีและเธอถามฟางลี่น่าอย่างเย็นชาว่า “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ว่าเมื่อกี้พวกเธอคุยเรื่องอะไรกัน”
“ทำไมฉันต้องบอกเธอด้วย?” ฟางลี่น่าเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสีหน้าที่ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ
ความจริงเธออยากเตือนส้งหลิงหลิงว่าตอนนี้เธอไม่ใช่ลูกสาวของอดีตรองประธานส้งอีกต่อไปแล้ว นกที่บินไม่ได้ก็ไม่ต่างอะไรจากไก่เดินดิน ตอนนี้ตำแหน่งของเธออาจเทียบไม่ได้กับสาวใช้คนนี้ด้วยซ้ำ
ส้งหลิงหลิงยิ้มอย่างเย็นชาแล้วโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของฟางลี่น่า “ฉันจะบอกเธอนะว่าเพราะอะไร เพราะว่าขอเพียงฉันพูดคำเดียวเซี่ยชีหรั่นก็จะไม่เชื่อเธอเลย ส่วนเย่เชินหลินก็คงไม่ต้องพูดถึง! เธออาจพูดถูก ตอนนี้ฉันไม่มีอำนาจที่จะช่วยเธอในทางที่ดีได้ แต่อย่าลืมนะว่าฉันทำอะไรกับเธอได้บ้าง เธอก็เห็นๆ อยู่ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร เย่เชินหลินก็จะเก็บฉันไว้ที่นี่อยู่แล้ว เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะว่าฉันเป็นแม่ของลูกไง จำใส่สมองเลยนะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องตายตัว”
ฟางลี่น่าสีหน้าเคร่งเครียดและทำอะไรไม่ถูกเลย เธอคิดย้อนไปถึงเมื่อก่อนที่ถูกส้งหลิงหลิงใช้งานเหมือนทาส ถ้าวันหนึ่งส้งหลิงหลิงคิดใส่ร้ายเธอจริงๆ เธอคงต้องถูกขับไล่ออกจากบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดๆ แล้วเธอบอกกับตัวเองว่าให้อยู่กับความจริง ณ ปัจจุบันจะดีกว่า
“ก็ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้ได้ข่าวว่าคุณเย่ให้หลินต้าฮุยตรวจสอบอะไรบางอย่างที่นี่ ฉันก็ได้ยินมาแค่นี้”
ส้งหลิงหลิงสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นเธอพูดต่อ “อ่อ คิดว่ามีเรื่องอะไรกัน ฉันเห็นพวกเธอกระซุบกระซิบกันคิดว่ามีเรื่องใหญ่ซะละ เขาจะตรวจอะไรก็ให้เขาตรวจไป เอาล่ะ เธอไปทำงานต่อเลย”
ก่อนที่ฟางลี่น่าจะหันเดินออกไปส้งหลิงหลิงก็หยุดเธออีกครั้งแล้วกระซิบเบาๆ “วันหลังมีเรื่องอะไรอย่าลืมบอกกันด้วยนะ”
ใครจะบอกเธอ วันหลังฉันจะอยู่ห่างเธอไกลๆ เลย ไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันสมรู้ร่วมคิดอะไรกับเธออีก
“จริงด้วย เธอช่วยฉันอุ้มลูกขึ้นไปข้างบนหน่อย ฉันเริ่มรู้สึกเมื่อยมือแล้ว” ส้งหลิงหลิงสั่งฟางลี่น่า
เนื่องจากพ่อบ้านเคยสั่งไว้ว่าคนใช้ทุกคนในบ้านต้องช่วยกันดูแลลูกชายของคุณเย่ ดังนั้นฟางลี่น่าจึงไม่กล้าปฏิเสธ แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม แต่เธอก็จำต้องฝืนทำตามคำสั่งแล้วอุ้มเย่เจิ้งเหิงขึ้นไป
ดูเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยเย่เจิ้งเหิงเริ่มชินกับผู้คนแล้ว เพราะมีสาวใช้ในบ้านหลายคนช่วยกันดูแล จึงทำให้เขาเคยชินกับการถูกคนไม่ซ้ำหน้าอุ้ม เมื่อฟางลี่น่าเข้ามาอุ้มเขา เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจใดๆ และยังนอนอยู่ในอ้อมแขนของเธออย่างสบายใจ
ฟางลี่น่าเห็นใบหน้าของเย่เจิ้งเหิงยิ่งโตยิ่งคล้ายเย่เชินหลินและเธอก็รู้สึกอิจฉามาก
หากเธอฉวยโอกาสมีลูกให้กับคุณชายได้ในตอนนั้น วันนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องห่วงอีกครึ่งชีวิตหลังของเธอและไม่จำเป็นต้องมาทำงานแบบนี้หรอก
แต่คนอย่างฉันฟางลี่น่าชีวิตนี้จะมีสิทธิ์ได้ขึ้นเตียงกับคุณเย่ไหม
หรือว่าจะต้องแก่ชราไปแบบนี้?
ถ้าส้งหลิงหลิงไม่กังวลใจในตอนนี้บางทีเธออาจรู้ทันความคิดของฟางลี่น่าและใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างแน่นอน แต่ในเวลานี้เธอคิดถึงเพียงเรื่องของหลินต้าฮุยที่กำลังตรวจสอบอะไรอยู่
โดยปกติแล้วหลินต้าฮุยจะแวะมาที่นี่และออกไปทันที แต่วันนี้เขาอยู่นานกว่าปกติ นั่นหมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่แน่นอน หรือว่าเขากำลังหาหลักฐานการเปิดเผยข้อมูลให้เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยอยู่?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ส้งหลิงหลิงรู้สึกประหม่าและรู้สึกลางสังหรณ์เริ่มไม่ดี
ถ้าคนอย่างเย่เชินหลินจะหาหลักฐานอย่างจริงจัง เกรงว่าเธอคงไม่ได้จบสวยเหมือนสองเรื่องที่แล้วที่เธอก่อไว้อย่างแน่นอน
เพราะจุดจบของสองครั้งที่แล้วไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมายเหมือนครั้งนี้
แม้จะทำให้เขาและเซี่ยชีหรั่นต้องเลิกกัน ซึ่งตอนนั้นทั้งสองก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ครั้งนี้เธอถึงขั้นทำให้เย่เชินหลินต้องบาดเจ็บ
เพราะความวิตกกังวลเธอจึงไม่กล้าอุ้มลูกขึ้นไปชั้นบนเอง ถ้าไม่ทันระวังจนทำให้เด็กหกล้มร้องไห้ขึ้นมาเธอคงไม่เหลือฟางเส้นสุดท้ายอย่างแน่นอน
เธอเดินไปคิดไปจนกระทั่งอาหารกลางวันก็ยังไม่เลิกกังวล ถ้าหากเขารู้ความจริงขึ้นมาเธอควรทำอย่างไร
เธอควรยอมรับหรือควรปฏิเสธ?
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดเธอต้องใช้เด็กเป็นที่กำบังของเธอ
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจก็คือเหมือนในบ้านจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แม้จะได้ยินเขาพูดกันแต่สถานการณ์ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ
ความกังวลของเธอจึงค่อยๆ สงบลงอีกครั้ง และหลังเที่ยงเธอได้งีบหลับพร้อมไปกับเจ้าตัวน้อยเย่เจิ้งเหิง
แต่ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“ใคร?” เธอถามอย่างกังวล
โดยปกติแล้วจะไม่มีใครรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอกับลูก ซึ่งเสียงเคาะประตูนี้ทำให้เธอรู้สึกตึงเครียดมาก
“คุณส้ง ผมหลินต้าฮุยเอง คุณเย่อยากพบคุณที่ชั้นล่างหน่อย”
งานเข้าแล้ว! ส้งหลิงหลิงขมวดคิ้วและคิดทันทีว่าเขารู้ความจริงแล้วใช่ไหม
เธอรีบมองไปที่ตัวน้อยเย่เจิ้งเหิงที่นอนอยู่บนเตียงและอธิษฐานในใจ ลูกจ๋า ลูกต้องช่วยแม่นะ