ตอนที่ 942
ตอนที่ 942 สาวใช้ตัวแสบ846
October 28, 2026
ตอนที่ 942 สาวใช้ตัวแสบ846
“อาการของเด็กน้อยไม่ค่อยสู้ดีนัก จะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน ก็อยู่ที่การดูแลของพวกคุณ”คำพูดของหมอส้งผุดขึ้นมาในหัวของเย่เชินหลิน เขานั้นขับรถมาอย่างเร่งรีบและขับฝ่าไฟแดงมาไม่รู้กี่แห่งแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็จำไม่ได้เช่นกัน
เย่เชินหลินนั้นมาถึงโรงพยาบาลด้วยความรีบร้อน พอมาถึงเขาก็กลายเป็นจุดรวมสายตาของผู้คน เขารีบจอดรถโดยที่ไม่ได้เหลียวแลรถหรูของตนเลยแม้แต่น้อย รีบวิ่งจนแทบอยากจะบินเข้าไปในโรงพยาบาลแล้ว
เซี่ยชีหรั่นนั้นได้เจอกับหมอส้งกลางทาง จึงทำให้เย่เจิ้งเหิงก็ถูกนำเข้าห้องฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนห้องพักที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้นั้น มีเพียงเธอที่อยู่ตามลำพังเท่านั้น
เซี่ยชีหรั่นรู้สึกว้าเหว่ เธอนั้นอยากจะออกไปเดินเล่นข้างนอก สถานที่แห่งนี้นั้นมันรู้สึกอึดอัดจนทำให้เธอเครียด
หากเป็นสมัยก่อนนั้น เซี่ยชีหรั่นคงจะไม่แยแสเย่เชินหลินเช่นนี้ หากเย่เชินหลินนั้นจะเข้าใจเธอผิดมันก็เป็นเรื่องของเขา แต่ตอนนี้นั้นมันไม่เหมือนเดิมแล้ว เธอนั้นรักเขามาก กว่าเขาและเธอจะก้าวข้ามอุปสรรคมาจนถึงวันนี้นั้น มันไม่ง่ายเลย
แล้วตอนนี้เย่เชินหลินยังจะเชื่อเธออยู่ไหม?
คุณคิดว่าหากเด็กไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เขาจะเสียใจไหม เย่เชินหลินจะคิดว่าคุณฆ่าเขาหรือเปล่า”ทันใดนั้นคำพูดของส้งหลิงหลิงก็ผุดขึ้นมา แต่เซี่ยชีหรั่นก็ยังคงคิดว่าเย่เชินหลินนั้นจะยังคงเชื่อเธอ แต่เย่เจิ้งเหิงนั้นเป็นลูกของเขา เขาจะยังเชื่อตัวเองอยู่อีกไหม? เซี่ยชีหรั่นเริ่มหวั่นใจ
เซี่ยชีหรั่นเดินไปยืนข้างๆต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งของโรงพยาบาล เธอต้องการที่จะสงบสติอารมณ์ และครุ่นคิดว่าเธอนั้นควรที่จะพูดกับเย่เชินหลินอย่างไรดี แม้ว่าเย่เชินหลินจะไม่ได้เอ่ยปากเองว่าส้งหลิงหลิงนั้นเสียสติ แต่พฤติกรรมในตอนเช้าที่เขาแสดงต่อส้งหลิงหลิงนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขานั้นคิดว่าส้งหลิงหลิงนั้นเสียสติไปแล้ว
หลังจากที่เย่เชินหลินเข้าไปภายในโรงพยาบาล เขาก็เริ่มเดินช้าลง และครุ่นคิดว่า ทำไมในเวลาอันสั้นนี้เย่เจิ้งเหิงถึงได้มีอาการกำเริบได้ พอเขาเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นเซี่ยชีหรั่นยืนอยู่ข้างๆต้นไม้ เธอนั้นกำลังแหงนหน้ามองฟ้า ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความกังวล
เซี่ยชีหรั่นก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงได้หันไปมอง ก็พบว่าเย่เชินหลินนั้นกำลังเดินมาหาเธอ ความแข็งแกร่งในตัวของเซี่ยชีหรั่นกำลังจะกลายเป็นฟองอากาศ แล้วค่อยๆเริ่มแตก ทีละฟองทีละฟอง
เธอก้าวเท้าก้าวใหญ่แล้วรีบเข้ามากอดเย่เชินหลินไว้แน่น ร่างกายของเธอนั้นสั่นเล็กน้อย
“ขอโทษ ขอโทษ……”
เย่เชินหลินไม่พูดไม่จา จากนั้นก็ลูบหัวเซี่ยชีหรั่น
หมอส้งบอกว่าโอกาสที่เด็กน้อยนั้นจะรอดชีวิตมีน้อยมาก แต่ไม่ได้บอกว่าเด็กน้อยนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เย่เชินหลินเกลียดที่สุดที่เขานั้นปากไม่ตรงกับใจ
“ไม่เป็นไรนะ พวกเราเข้าไปดูเด็กน้อยกันเถอะ”เย่เชินหลินนั้นไม่ได้ถามอะไรเซี่ยชีหรั่น สายตาของเขานั้นลุ่มลึก ไม่มีใครมองออกว่า เขานั้นคิดอะไรอยู่ เซี่ยชีหรั่นก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกไปเช่นกัน
“คุณเย่”เมื่อพ่อบ้านพบว่าเซี่ยชีหรั่นนั้นไม่ได้อยู่ในห้อง จึงคิดที่จะออกไปตาม และให้เซี่ยอี้ชิงรออยู่ตรงนั้น หากคุณหมอมีเรื่องอะไรก็จะแจ้งให้พ่อบ้านทราบอีกที
เย่เชินหลินพยักหน้า แล้วจูงมือเซี่ยชีหรั่นเดินเข้าไป
“อี้ชิงคุณออกมาทำไมล่ะ?”พอเซี่ยชีหรั่นเห็นเซี่ยอี้ชิงความรู้สึกกลัวนั้นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“คุณเย่ คุณนาย ผมขอโทษหมอส้ง บอกว่าพวกเรานั้นมาส่งเด็กน้อยช้าเกินไป”เซี่ยอี้ชิงไม่กล้าสบตาเย่เชินหลิน
มาส่งเด็กน้อยช้าเกินไป มาส่งเด็กน้อยช้าเกินไป
ภายในหัวของเซี่ยชีหรั่นนั้นได้ยินเพียงประโยคนี้ ส่วนประโยคอื่นนั้นเธอไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย ส้งหลิงหลิงคุณนั้นโหดเหี้ยมเหลือเกิน ใช้ประโยชน์จากลูกของตนเอง เธอยังรู้สึกเช่นนี้ แล้วเย่เชินหลินล่ะ?เซี่ยชีหรั่นหันไปดูเย่เชินหลิน ท่าทีของเขานั้นสงบเงียบ ปฏิกิริยาของเขานั้นไม่เหมือนกับที่คาดเดาไว้เลย
เขายังไม่ทันได้กลับมาดูใจเลย เย่เจิ้งเหิงก็จากไปเสียแล้ว
เย่เชินหลินไม่ได้กลับไปที่บริษัทฝู้ซื่อกรุ๊ป แต่กลับนั่งรถของเซี่ยอี้ชิง กลับตระกูลเย่
ส้งหลิงหลิงนั่งเหม่อลอยอยู่ชั้นสอง หลังจากที่ได้ยินเสียงเปิดประตู หล่อนก็ลุกขึ้น ลูกต้องไม่เป็นอะไร เซี่ยชีหรั่นได้พาลูกไปส่งโรงพยาบาลแล้ว หล่อนแอบมองไปที่ช่องของประตูอย่างระมัดระวังว่าใครมา
เย่เชินหลิน เซี่ยชีหรั่น เมื่อเห็นเย่เชินหลิน ส้งหลิงหลิงก็รู้สึกกลัวครู่หนึ่ง ไม่ทันไรคิ้วของหล่อนก็เลิกขึ้น ตอนนี้หล่อนนั้นเป็นคนเสียสติ ขอเพียงแค่แกล้งเป็นคนบ้าต่อไป ถึงจะสามารถใส่ร้ายเซี่ยชีหรั่นได้
“พี่สาว พี่สาว พี่กลับมาแล้ว”ส้งหลิงหลิงนั้นไม่สนใจสายตาของคนอื่น รีบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยชีหรั่น
กระทั่งตอนนี้ส้งหลิงหลิงก็ยังแกล้งบ้า?เซี่ยชีหรั่นส่ายหัวอย่างจนปัญญา สีหน้าท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน เธอนั้นคิดไม่ออกจริงๆว่า หากส้งหลิงหลิงรู้ว่าลูกของตนนั้นเสียชีวิตแล้วยังจะแกล้งเสียสติได้อีกไหม
“ส้งหลิงหลิง เลิกแกล้งเถอะ ลูกของเธอได้จากไปแล้ว”เซี่ยชีหรั่นนั้นคิดว่าหากส้งหลิงหลิงไม่ขัดขวางเธอ เด็กคนนี้ก็คงจะไม่ตาย เมื่อคิดถึงการจากไปของชีวิตน้อยๆนี้ เซี่ยชีหรั่นก็รู้สึกเกลียดตนเองและเกลียดส้งหลิงหลิงด้วย
“ส้งหลิงหลิง คุณรู้ไหม หมอส้งบอกว่า เด็กน้อยถูกนำมาส่งโรงพยาบาลช้าไป”เซี่ยชีหรั่นคว้ามือทั้งสองข้างของส้งหลิงหลิงและจ้องมองไปที่หล่อน เป็นครั้งแรกที่เธอใช้น้ำเสียงที่ดังและหนักแน่นในการพูด พูดไปด้วย น้ำตาก็ไหลอาบออกมา
การกล่าวโทษส้งหลิงหลิงในเรื่องนี้นั้นไม่ผิด แต่เธอนั้นก็มีความผิด ไม่ว่าหล่อนจะบ้าจริงหรือแกล้งบ้า เธอก็ไม่ควรที่จะให้หล่อนได้เข้าใกล้กับเด็กน้อย
ขณะที่ส้งหลิงหลิงถูกเซี่ยชีหรั่นเขย่าไปทั้งตัว และได้ยินว่าเด็กน้อยนั้นไปถึงโรงพยาบาลช้าไป โลกทั้งใบของส้งหลิงหลิงก็แทบจะถล่มทลาย หล่อนนั้นเสียใจที่ใช้ลูกของตนเป็นเครื่องมือ เมื่อคิดถึงเด็กทารกจากไปเพราะความเห็นแก่ตัวของตนเอง สองมือของส้งหลิงหลิงก็กุมอยู่บนหัว และเขย่าหัวของตนเองอย่างแรง
ไม่ ไม่ ฉันไม่ได้ทำร้ายเด็ก ไม่ใช่ เซี่ยชีหรั่นต่างหาก!
“ส้งหลิงหลิง เป็นเพราะหล่อน แม้ว่าฉันกับคุณจะเคยมีเรื่องบาดหมางกัน แต่เด็กน้อยนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ทำไมคุณถึงได้?”เซี่ยชีหรั่นไม่สามารถพูดต่อไปได้ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา
สายตาของหล่อนจ้องมองไปที่เซี่ยชีหรั่น สีหน้านั้นไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก หล่อนก็รู้สึกงงงวยเช่นกัน
ที่ทำให้ลูกของตนเองต้องตาย