ตอนที่ 1391
ตอนที่1391 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1291
October 28, 2026
ติงยียีไม่อยากให้ซ่งเมิ่นเจ๋เป็นห่วง จึงพูดอ้ำๆอึ้งๆสองสามประโยคกลับไป ด้านหน้ามีเงาแวบขับผ่านไป ติงยียีตะโกนขึ้น :“เย่ชูหวิน!”
“เย่ชูหวิน?” ซ่งเมิ่นเจ๋ที่อยากจะถามให้ชัดเจน แต่โทรศัพท์ได้ถูกวางสายเสียแล้ว ติงยียีวิ่งตามไปสองสามก้าว มองรถของเย่ชูหวินที่ยิ่งอยู่ยิ่งห่างไกลออกไปจากตัวเอง จึงถอดรองเท้ากีฬาของตัวเองออกแล้ววิ่งตามรถไปตีรถบิ๊กไบค์ของเย่ชูหวิน
รองเท้าตีเข้าที่เบาะหลังรถบิ๊กไบค์ รถจึงได้หยุดลง ติงยียี่วิ่งโซซัดโซเซไปที่ข้างๆเย่ชูหวิน แล้วก็หายใจหอบเหนื่อยอย่างแรง
“มีธุระเหรอ” เย่ชูหวินหันไปมองที่นั่งเบาะหลังรถตัวเอง สีเบาะรถถูกหมุดย้ำในรองเท้าของติงยียีครูดจนถลอกหลุดลอก แค่ค่าบำรุงรักษาก็เหยียบหลักหมื่น
“ช่วยๆหน่อย เพื่อนของฉันหายไป” ติงยียีรีบเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบ เย่ชูหวินจึงพูดย้ำว่า:“คุณหมายถึงแฟนของเนี่ยนโม่เหรอ”
ติงยียีพยักหน้า เย่ชูหวินสตาร์ทรถเบาๆ และหันหลังจะจากไป :“เรื่องเล็กๆแค่นี้เนี่ยนโม่จัดการเองได้”
ติงยียีวิ่งไปที่ด้านหน้ารถบิ๊กไบค์ของเย่ชูหวิน เย่ชูหวินเกือบจะชนเข้ากับติงยียี จึงรีบเหยียบเบรกแล้วตวาดขึ้น:“ติงยียี คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ รู้ไหมถ้าเมื่อกี้ผมไม่รู้แล้วเหยียบคันเร่ง คุณก็คงบินกระเด็นกระดอนไปแล้ว!”
ติงยียียืนอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกกลัวนิดหน่อย แต่ก็ยังใจกล้าฮึดพูดขึ้น :“คุณแค่บอกฉันมาว่าคุณรู้จักกลุ่มคนเหล่านี้ใช่หรือไม่ แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน ฉันสามารถไปเองได้!”
เย่ชูหวินลงจากรถ และเข้าไปสำรวจติงยียี ใกล้ๆ จากนั้นถามขึ้น:“คุณชอบเย่เนี่ยนโม่?”
ติงยียีชะงัก รีบแก้ตัวขึ้น:“ฉันไม่ได้ชอบสักหน่อย!”
“อย่างนั้นคุณก็เป็นคนแสนดี” เย่ชูหวินกล่าวเหน็บแนม ในโลกใบนี้คนแสนดีไม่สามารถอยู่ได้หรอก ติงยียีก้มหน้าแก้ต่างอธิบาย:“ฉันไม่ใช่คนแสนดีหรอก ฉันแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับตัวฉัน ถ้าหากฉันไม่ทำอะไรเลย ฉันก็จะรู้สึกไม่สบายใจ ฉันไม่อยากจะติดค้างใคร”
น้ำเสียงของติงยียียิ่งพูดยิ่งเบา และมือก็ถูกยัดด้วยหมวกกันน็อกอันหนึ่ง ติงยียีเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ เย่ชูหวินส่งสายตาบอกให้ติงยียีขึ้นรถ “ไม่ใช่บอกจะไปตามหาคนเหรอ ผมรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน พวกเราไปดูลาดเลากันก่อน”
เย่ชูหวินพาติงยียีไปถึงอาคารร้างแห่งหนึ่ง จากนั้นนำรถไปจอดซ่อนไว้ในที่ลับๆ แล้วเย่ชูหวินก็กระซิบขึ้นเบาๆ:“ คนพวกนี้เพิ่งจะมากันเมื่อเร็วๆนี้นี่เอง ได้ยินว่าใช้บิ๊กไบค์ในการแข่งพนันเงิน ไม่เพียงแต่บิ๊กไบค์ ยังมีพวกรถแข่งที่ผิดกฎหมาย”
ติงยียีกวาดตามองไปรอบๆที่มืดสสิท แล้วก็ถามขึ้น:“อย่างนั้นจะทำอย่างไรดี วันนี้พวกเขาจะตัดปรากฏตัวไหม”
เย่ชูหวินพยักหน้า คนพวกนี้มีเวลาที่แน่นอนในการแข่งขันพนัน ขอเพียงพวกเราเฝ้ารออยู่ที่นี่ จะต้องเห็นตัวพวกนั้นอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นก็จับตัวหนึ่งคนถามรายละเอียดก็ได้แล้ว
ติงยียีนั่งยองๆอยู่ที่พื้นหญ้า เบิกตากว้างจ้องมองอาคารร้างอย่างไม่ละสายตา ต้นขาที่สวมกางเกงสั้นรัดรูปปวดเมื่อยเป็นระยะๆ “แปะ!” ติงยียีใช้ฝ่ามือตบยุงตายไปตัวหนึ่ง จากนั้นพบว่ามียุงมากมายที่กำลังกัดตัวเองอยู่ เสียงตบมือจึงดังขึ้นอย่างไม่ลดละ
เย่ชูหวินเห็นแขนและขาของติงยียีถูกกัดแล้วกัดอีกจนเป็นตุ่มแดงๆ อดไม่ได้จึงพูดขึ้น:“กลับไปก่อนไหม ผมจะเฝ้าดูอยู่ที่นี่เอง ไม่ต้องเป็นห่วง ผมรับปากว่าจะช่วยคุณแล้วก็ต้องทำได้”
ติงยียีกัดฟันตบยุงตัวที่กำลังดูดเลือดอยู่ที่แขนตาย ส่ายหน้าแล้วก็นั่งยองๆต่อไป เย่ชูหวินมองดูท่าทางกังวลใจของติงยียี ริมปากที่ยิ้มยากเหยียดขยายเป็นเส้นโค้งที่ดูดีขึ้น
มีเสียงดังสนั่นลอยมาแต่ระยะไกลๆ พร้อมด้วยแสงไฟวิบวับที่ส่องแยงเข้ามาในดวงตา บิ๊กไบค์ขับต่อกันเป็นแถวยาวเหยียดกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เย่ชูหวินกดไหล่ของติงยียีไว้ รู้สึกเสียใจที่พาติงยียีมาที่นี่ คนพวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ถ้าหากถูกจับได้ไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมา
ติงยียีตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยเห็นกับภาพฉากแบบนี้ ชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่บนรถส่งร้องเสียงร้องโห่กันเป็นกลุ่ม รถทั้งหมดได้จอดอยู่บนทางหลวงเส้นหนึ่ง ทางหลวงที่ทรุดโทรมไม่ได้รับการซ่อมแซมมาเป็นเวลานาน ทุกที่จึงเป็นหลุมเป็นบ่อ
“พวกเขาใกล้จะเริ่มการแข่งขันกันแล้ว” เย่ชูหวินกระซิบเบาๆที่ข้างใบหูติงยียี ติงยียีรู้สึกคันสยิวเล็กน้อยจึงทำการหลบ เย่ชูหวินรู้สึกสนุกดีจึงแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหน่อย เห็นว่าใบหูของติงยียีที่มองด้วยตาเปล่านั้นแดงระเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็ว
การแข่งขันฝั่งนั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว รถแต่งแต่ละคันพุ่งพรวดออกไปดุจลูกศรธนู ได้ยินเพียงแต่เสียงไม่เห็นเงา บิ๊กไบค์คันหนึ่งวิ่งแซงจากด้านหลังบังคับให้รถอีกคันจอด รถอีกคันถูกล้อมจนเสียหลักเซเอียง คนขับรถได้ล้มกระเด็นกระแทกพื้นอย่างแรง คนอื่นๆไม่เพียงแต่ไม่เข้าไปช่วยพยุง ยังปรบมือหัวเราะชอบใจ
“เกินไปแล้ว !”ติงยียีสบถคำออกมาอย่างไม่พอใจ หรือการแข่งรถนั้นสำคัญกว่าชีวิตคน เย่ชูหวินอยากจะอุดปากของติงยียีให้ติงยียีเบาเสียงลง แต่ก็ยังคิดไม่ถึงจะถูกคนที่ยืนอยู่ไกลๆพบเข้า
สองคนใช้ไฟฉายโทรศัพท์ส่องตามพงหญ้า ตามหาที่มาของเสียงเมื่อสักครู่ เย่ชูหวินเห็นว่าไม่น่าจะหลบซ่อนต่อไปได้อีก จึงดึงติงยียีมาแล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า:“ผมรู้จักกับพวกเขา พวกเขาไม่ทำอะไรผมหรอก แต่ถ้าคุณไม่แน่ หลบอยู่ตรงนี้ดีๆนะ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามออกมา รู้ไหม”
ติงยียีที่ไม่เห็นด้วยอยากจะอ้าปาก เย่ชูหวินจึงดุใส่:“อย่าสร้างปัญหาให้กับผมมาก!”
“ใครอยู่ตรงนั้น!”