ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ถูกใส่ร้าย
September 30, 2026
เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว บรรยากาศในห้องรับแขกก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเพราะสมาชิกอีกสี่คนที่เหลือของตระกูลวินธรัปก็อยู่ที่นั่นรวมถึงมาร์โกต์ด้วย
หญิงสาวอีกคนที่วัยไล่เลี่ยกันกับเอลสเพ็ธก็นั่งอยู่บนโซฟาด้วยเช่นกัน เธอสวมเดรสคลุมทับด้วยเสื้อสูทและดูเหมือนจะเป็นคุณหนูที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย
“แคลลัม กลับมาแล้วเหรอ มานั่งนี่สิ โอฟีเลียเพิ่งกลับมาวันนี้แล้วก็ตรงดิ่งมาหาหลังเครื่องลงเลยนะ”
หญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นยืนเพื่อทักทายแคลลัม แต่เขากลับมีท่าทีเย็นชาใส่เธอซึ่งทำให้เธอเผยสีหน้าผิดหวังออกมาบนใบหน้า แล้วเธอก็หันมามองเอลสเพ็ธและกล่าวออกมา “คุณคงเป็นเอลสเพ็ธสินะคะ ฉันโอฟีเลีย เฟลมิ่งค่ะ ฉันโตมากับแคลลัมและคนอื่นๆ พวกเราเป็นเพื่อนกันนับแต่นี้เป็นต้นไปนะคะ จะได้ออกไปเที่ยวด้วยกันเวลาคุณเบื่อ”
โอฟีเลียได้ยินมาจากคนอื่นก่อนหน้านี้ว่าเอลสเพ็ธเป็นคนสวย แต่เธอก็ไม่คิดว่าจะสวยถึงขนาดนี้ หน้าสดของเธอดูดีไร้ที่ติแบบที่ผู้หญิงทุกคนต้องอิจฉาตาร้อน
ในขณะเดียวกันเอลสเพ็ธก็อ่านความคิดของเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่งและตอบกลับไปสั้นๆ “เอาสิ”
ในตอนนั้นธีโอดอร์ก็เพิ่งกลับมาถึงเช่นกัน ตระกูลเฟลมิ่งกับตระกูลวินธรัปเป็นมิตรกันมานานหลายศตวรรษ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะสุภาพอ่อนน้อมกับโอฟีเลีย ขณะที่ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างเริงร่า เอลสเพ็ธเพียงแค่นั่งรออยู่ข้างๆ รอเวลาอาหารค่ำ
แล้วมาร์โกต์ก็พูดขึ้นมาว่า “ว่าแต่ โอฟีเลีย ฉันรู้ว่าคุณกำลังจะกลับมาเลยซื้ออะไรบางอย่างมาให้เป็นพิเศษเลยนะ ขอตัวขึ้นไปหยิบข้างบนซักครู่นึงนะจ๊ะ”
ตอนแรกเธอเดินขึ้นบันไดไป แล้วเธอก็เดินกลับลงมาและถามธีโอดอร์อย่างหัวเสีย “กล่องเครื่องเพชรที่ฉันเพิ่งซื้อมาแล้วเก็บไว้ในลิ้นชักอยู่ไหนคะ”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง” ธีโอดอร์ถามกลับไป
จากนั้นเธอก็หันไปหาลูกชายทั้งห้าคนของเธอ “พวกลูกๆ เป็นคนเอาไปหรือเปล่า”
ทุกคนต่างพากันส่ายหน้า
“แปลกจริง อยู่ๆ มันก็มีปีกงอกแล้วบินหนีไปหรือไง”
แล้วโอฟีเลียก็แสดงความเห็นขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณนายวินธรัปคะ หรือว่าจะมีคนขโมยไปหรือเปล่า”