ตอนที่ 43
บทที่ 43 ขั้นวิกฤต
October 22, 2026
ณ ตระกูลซู "นายท่านขอรับ หมู่บ้านที่เราเคยไปรับซื้อผัก ตอนนี้ไม่มีหมู่บ้านไหนยอมขายให้เราเลยขอรับ" ตระกูลซูในตอนนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตก็ว่าได้ หลายเดือนที่ผ่านมานี้ เขารับซื้อผักจากหมู่บ้านต่างๆไม่ได้เลยสักหมู่บ้าน รายรับไม่มีเข้ามาในครอบครัวเลยตระกูลซูถึงกับเอาสมบัติเก่าที่เคยสะสมไว้ไปขาย เพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนบ่าวในเรือนก็ขายออกไปเกือบหมดแล้วเหลือแค่ไม่กี่คนเท่านั้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่นานตระกูลซูคงต้องได้ล้มละลายเป็นแน่ ตระกูลซูจึงจ้างคนไปสืบหาว่าใครกันแน่ที่เป็นคนรับซื้อผักของหมู่บ้านต่างๆ จนทำให้ตระกูลซูต้องเดือดร้อนเช่นนี้ แต่สืบอย่างไรก็หาไม่เจอเลยสักครั้ง แอบถามชาวบ้านก็ไม่มีใครรู้เช่นกัน ถามคนบังคับรถม้าก็ยิ่งไม่รู้ไปกันใหญ่ เพราะพวกเขามีหน้าที่ซื้อผักจากชาวบ้านแล้วบังคับรถม้าไปที่โรงเตี๊ยมที่มีพื้นที่ในการจอดรถม้าอยู่ด้านใน หลังจากที่พวกเขาจอดรถม้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะเข้าไปดื่มชาในโรงเตี๊ยมสักพัก ออกมาก็จะมีคนบอกว่าวันพรุ่งนี้ ใครจะได้รถม้าคันไหนไปบังคับเท่านั้น ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีความรอบคอบเป็นอย่างมาก เพราะตรงที่จอดรถม้าจะมีกำแพงกั้นและมุ้งหลังคาอย่างมิดชิด การที่จะมองจากด้านนอกเข้าไปด้านในนั้น มันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเป็นเช่นนี้เรื่องนี้จึงทำให้ตระกูลซูนั้นหัวเสียเป็นอย่างมาก หากยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังต่อไปตระกูลซูจะต้องไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนการค้าอีกต่อไป
ณ หมู่บ้านอันชัง "เหมยเหม่ย เจ้าอย่าเดินให้มากสิ เดี๋ยวหลานของข้าจะเหนื่อยนะ" ฟางเหนียงบ่นให้เหมยเหม่ยที่ตอนนี้เดินดูโน่น ดูนี่ ในสวนของนางไม่หยุด ไม่ได้เป็นห่วงลูกในท้องเลยสักนิด "ให้ข้าได้เดินบ้างเถอะ ที่บ้านของสามีข้าก็ไม่ให้ข้าทำอะไรเลย เดินไปไหนก็ไม่ได้ ข้ายังแอบคิดอยู่เลยว่าสรุปแล้ว ข้าเป็นคนท้องหรือว่าเป็นคนพิการกันแน่ เฮ้อ" เหมยเหม่ยพูดแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆ ทั้งสามีตน ทั้งเพื่อนของตนไม่ต่างกันเลย "ข้ากลัวว่าเจ้ากับลูกจะเป็นอันตรายนี่น่า ข้าเป็นห่วงเจ้านะ" สามีของเหมยเหม่ย จงหานตง เอ่ยขึ้น "ท่านพี่ ก็เป็นซะอย่างนี้" เหมยเหม่ยพูดด้วยเสียงง้องอน ฟางเหนียงที่เห็นท่าทางของเพื่อนตนเองแล้วก็ยิ้มออกมา "เอาเถอะๆ สามีเจ้าก็แค่เป็นห่วงเท่านั้น เจ้าอย่างอนเขาเลยนะ" เหมยเหม่ยสะบัดหน้าหนีฟางเหนียงที่พูดเข้าข้างสามีของตน "อ่าๆๆ เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าเดินเล่นไปทางเล้าไก่ของข้าดีหรือไม่ ตอนนี้ในเล้ากำลังมีลูกเจี๊ยบเยอะเลยล่ะ" เหมยเหม่ยรีบหันขวับมาทางฟางเหนียงด้วยรอยยิ้มทันที "จริงรึ เช่นนั้นเราไปกันเถอะนะ เพื่อนรักของข้า" ฟางเหนียงส่ายหัวไปมากับอารมณ์ที่ขึ้นลงของคนท้องคนนี้ ทั้งสองคนเดินไปคุยไปอย่างสนุกสนาน สามีของเหมยเหม่ยก็เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ
ส่วนเจิ้งเจี๋ยนั้นตอนนี้เขากำลังวุ่นวายกับธุรกิจการค้าที่ไปด้วยดีของเขาอยู่ที่เมืองเฟิ่งฟู่ ในตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าเจิ้งเจี๋ยนั้นมีอิทธิพลต่อเรื่องการค้าทางการเกษตรเป็นอย่างมาก เพราะผักและผลไม้ที่เขานำไปขายนั้นเป็นของที่สดใหม่มากเหมือนกับว่าเพิ่งเก็บเกี่ยวแล้วเอามาขายทันที เรื่องนี้มีพ่อค้าหลายคนไปสืบหาว่าเจิ้งเจี๋ยทำเช่นไรกันแน่ แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้วิธีการเก็บผักและผลไม้ของเขาเลยสักคนเดียว รู้แค่ว่าในรถม้าของเขานั้นมีความเย็นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเย็นเพราะอะไร และเขายังเป็นที่ถูกจับตามองเรื่องของผักชนิดใหม่อีกด้วย เพราะเจิ้งเจี๋ยมีมะเขือเทศและข้าวโพดที่ตลาดกำลังต้องการสูงมากครอบครองอยู่ ถึงเขาจะเอามาขายมากเพียงใดก็ไม่เคยพอขายเลยสักครั้ง
"ฟางเหนียง แล้วตอนไหนเจ้าจะมีน้องสักทีล่ะ" เหมยเหม่ยเอ่ยถาม "ข้าก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน ตระกูลข้าเป็นตระกูลที่มีบุตรยากอยู่แล้ว หากจะให้มีเร็วเช่นเจ้าคงเป็นไปได้ยาก" เหมยเหม่ยพยักหน้า "เจ้าท้องใหญ่เช่นนี้อย่าเดินไปไกลนักเลยนะ ข้าว่าเรากลับเข้าไปในบ้านก่อนเถอะ" หลังจากที่ทั้งสามเดินมาถึงเล้าไก่ไม่นาน ฟางเหนียงก็ชวนเหมยเหม่ยกลับเข้าไปในบ้าน เพราะเป็นห่วงเหมยเหม่ยและเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง "แล้วสามีของเจ้าจะกลับมาเมื่อใดรึ" เหมยเหม่ยเอ่ยขึ้น เพราะนี้ก็หลายวันแล้วที่เหมยเหม่ยกลับมาเพื่อจะมาคลอดลูกที่บ้านเกิด แต่ก็ยังไม่เห็นว่าสามีของฟางเหนียงจะกลับมาจากเมืองเฟิ่งฟู่สักที "ช่วงนี้น่าจะกำลังยุ่งๆอยู่ เพราะการค้าของเรานั้น ไปในทางที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก" เหมยเหม่ยทำหน้าเข้าใจ "อ่า เช่นนั้นเองรึ เช่นนั้นแล้วข้าขอให้การค้าของเจ้าดีขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบๆเท่าเลยนะ เฮง เฮง เฮง" ฟางเหนียงได้ยินคำอวยพรของเหมยเหม่ยก็หัวเราะออกมาทันที "ขอรับคำอวยพรนี้เจ้าค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"