ตอนที่ 371
บทที่ 371 คุณจำเป็นต้องกลับไป
October 28, 2026
“ฉันออกไปทำธุระส่วนตัวมา มีธุระสำคัญอะไร?” มาร์ชนั่งตัวตรงและถาม
ชาร์วีพูด: “นายลืมไปแล้วเหรอว่ามีนัดกับนักข่าวจาก Elite Magazine ในตอนเช้า มีการสัมภาษณ์ด้วยนะ?”
มาร์ชจำได้แล้ว ว่ายังมีเรื่องนี้อีก จึงพูดว่า: “ฉันลืมไป แสดงความขอโทษต่อพวกเขา แล้วเปลี่ยนเวลาด้วย”
ชาร์วีหมดคำพูด ตอนเช้ามือถือก็ติดต่อไม่ได้ คนจากนิตยสารอื่นๆ ต่างก็มารอเขา รอจนเที่ยงเขาก็ยังไม่กลับมา
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบปฏิเสธกับคนจากนิตยสาร โดยอ้างว่าเขามีนัดเจรจาธุรกิจที่สำคัญอย่างกะทันหัน และไม่สามารถที่จะรีบกลับมาที่บริษัทได้ ดังนั้นเขาจะนัดหมายในครั้งต่อไป
“นายไปหาคุณมีนาด้วยตัวเองอีกแล้วเหรอ?” ชาร์วีเดาว่าเขาทำลงไปเพราะเรื่องนี้
“อืม”
เดิมทีชาร์วีเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่เมื่อเห็นว่าช่วงนี้ท่าทางของเขายังดูไม่ค่อนดี จึงได้พูดว่า: “อย่าไปยุ่งเรื่องคุณมีนาเลยจะดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องที่หาเธอ หรือเรื่องที่เธอกับพลมีเรื่องทะเลาะวิวาทและหนีไป นั่นมันไม่ใช่เรื่องของนาย นายคิดดูว่าพลนั่นมีภูมิหลังอย่างไร และตอนนี้เขาไม่ได้มาสร้างปัญหาให้กับเรา ก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้านายพบกับมีนานายจะทำอย่างไร แล้วพวกเราในตอนนี้แกร่งพอที่เผชิญหน้ากับเขาได้หรือยัง?”
มาร์ชที่เดิมทีมีอาการปวดหัวอยู่แล้ว หลังจากได้ยินเขาพูดถึงเรื่องเหล่านี้ก็ทำให้มาร์ชยิ่งปวดหัวมากขึ้นกว่าเดิม จึงเปลี่ยนเรื่อง: “ได้ยินมาว่าโรซี่ถูกส่งไปที่บ้านเกิดของเธอโดยตระกูลกรภัควัฒน์เอง นายหาคนไปจับตาดูเธอหน่อย ฉันกลัวหลังจากที่คลอดลูกพวกเขาจะเล่นตุกติกอะไรอีก ถ้าลูกในท้องเกิดมา ผลตรวจ DNA จะต้องไม่ใช่ของฉันแน่นอน การที่ถ้าโรซี่ไปคลอดลูกในต่างจังหวัด ฉันเกรงว่าเธอจะเล่นอุบายอะไรอีก”
ชาร์วีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินข่าวนี้ ดูเหมือนว่าคุณกิ่งจะยังไม่ยอมเชื่อเขา ว่าเขาต้องการช่วยโรซี่จริงๆ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องมีลูกนอกสมรส และการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
“ผมรู้แล้ว ผมจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเล่นอุบายอะไรที่กระทบต่อชื่อเสียงบริษัทของเราอีก” พูดจบเขาก็เดินออกจากออฟฟิศของมาร์ชทันที
เมื่อภายในออฟฟิศสงบ โทรศัพท์มือถือของมาร์ชก็ดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และเพียงแค่ฟังคนที่อยู่อีกด้านของโทรศัพท์พูด: “คุณมาร์ช คุณมีนาที่คุณกำลังตามหา มีบัตรธนาคารที่เมืองC ได้บันทึกการถอนเงินล่าสุดหลายรายการเอาไว้ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเคยอยู่ที่เมืองCมาก่อน แต่ทว่าบันทึกการถอนครั้งล่าสุดอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มในเมืองD”
ซึ่งคนนี้เป็นนักสืบเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างจากมาร์ช และในขณะที่เขารู้สึกว่าหนทางที่จะได้พบกับมีนาอีกครั้งนั้นมันค่อยๆไกลออกไป จู่ๆความหวังก็จุดประกายต่อหน้าเขา
“บัตรธนาคารนั่น ได้ถอยเงินสดจากที่ไหนของเมืองDเหรอ?”
นักสืบเอกชนบอกกับมาร์ช เกี่ยวกับธนาคารที่เปิดบัตร หมายเลขบัตร และที่ตั้งของตู้เอทีเอ็มในเมืองD
มาร์ชรู้ได้ทันทีว่าคนที่ใช้บัตรใบนี้ต้องเป็นมีนาเองอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเมื่อก่อนเขาเป็นคนเคยช่วยเธอทำบัตรใบนี้เอง แม้ว่าชื่อบัญชีของบัตรธนาคารจะเป็นชื่อเธอ แต่บัตรใบนี้ยังคงเป็นบัตรที่มีเขาเป็นเจ้าของ
ในเวลานั้น เพื่อช่วยมีนาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการออกแบบ สำหรับแฟชั่นที่ได้รับรางวัลปละจะได้รับการออกแบบที่ต่างประเทศ จึงได้มีการออกบัตรเพิ่มเติมในชื่อของเธอ ซึ่งต่อมาได้ใช้ให้ชาร์วีมอบบัตรนี้ให้กับเธอ
ดังนั้นแม้แต่พลก็ไม่รู้ว่ามีนามีบัตรธนาคารนี้ภายใต้ชื่อของเขา เว้นแต่พลจะตรวจสอบบัญชีทั้งหมดภายใต้ชื่อของเขาก่อน และบางทีเขาอาจจะพบบัตรนี้
เขาอธิบายบางอย่างให้เลขานุการฟังโดยไม่ลังเล และเดินทางออกจากบริษัทอีกครั้ง เขาขับรถไปที่เมืองDด้วยตัวเอง
แต่เขาต้องสลัดคนที่พลส่งมาให้จับต่อมองเขาเสียก่อน เขาขับรถขึ้นไปบนทางด่วน แต่จงใจขับรถไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับเมืองD โดยไปที่เมืองน้ำพุร้อนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองC
เขาเปิดห้องในโรงแรมที่เมืองน้ำพุร้อน แช่ตัวลงในบ่อน้ำพุร้อน และเมื่อเขากลับมาที่ห้องก็โทรเรียกหมอนวดมืออาชีพมา
จากนั้นเขาก็ให้เงินแก่หมอนวดคนนั้นซึ่งเป็นจำนวนเงินที่หมอนวดคงไม่สามารถหามาได้แม้จะทำงานหนักถึงหนึ่งเดือนเต็มก็ตาม เขาให้หมอนวดคนนี้อยู่ที่ห้องของเขาสองสามวัน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาจ่ายเอง
นอกจากนี้เขายังพบว่ามีเส้นทางอื่นในการออกจากเมืองนี้ แทนที่จะนั่งรถบัสไปยังเมืองDที่อยู่ไกลออกไป
เดิมทีใช้เวลาไม่ถึงสามหรือสี่ชั่วโมงในการเดินทางจากเมืองCไปถึงเมืองD แต่หลังจากที่เขาใช้เวลาขับรถวนไปวนมากว่าหนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดเขามาถึงที่นี่อย่างเงียบ ๆ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พัก เขาก็พบเข้ากับตู้เอทีเอ็มที่นักสืบเอกชนค้นเจอ
ตู้เอทีเอ็มอยู่ริมถนนในซอยติดกับสาขาใหญ่ ซึ่งรอบๆไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่ร้านค้า ก็เป็นบ้านขนาดใหญ่
เขามองดูบ้านที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก และกำลังคิดว่าจะมองหามีนาจากบริเวณนี้ได้อย่างไร?