ตอนที่ 375
บทที่ 375 หน้ากากแห่งความเจ้าเล่ห์
October 28, 2026
อันดามองตามหลังเขา แล้วพูดด้วยความแปลกใจ: “ชิ อันไรกันเนี่ย ฉันบอกคุณทุกอย่างที่ฉันรู้ แต่มาทำท่าทีแบบนี้! ไม่น่าแปลกใจที่มีนาจะไม่ยอมให้ฉันบอกคุณ พูดไปก็เหมือนไม่พูด!“
เธอไปซื้ออาหารเช้าอย่างโกรธเคือง แล้วค่อยกลับไปที่บ้านของเธอ มีนาออกมาจากห้องของเธอแล้ว เธอยืนอยู่ริมหน้าต่างต่างพร้อมกับตาที่ดูเหมือนแพนด้า และมองไปที่ข้างนอก
อันดาวางอาหารเช้าลง และพูดว่า: “ไม่ต้องมองหรอก มาร์ชไปแล้ว”
“ใครบอกว่าฉันมองเขาอยู่ ฉันกำลังดูสภาพอากาศอยู่ว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” มีนาปิดผ้าม่าน และนั่งลงที่โต๊ะอาหาร เมื่อเห็นอาหารเช้าบนโต๊ะมันทำให้เธอรู้สึกหิวมากจริงๆ
“กิน กิน ฉันเพิ่งซื้อมามันอุ่นๆอยู่เลย กินเยอะๆ”
มีนายิ้มให้เธอ หยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาแล้วกินเข้าไป
เมื่ออันดาเห็นรอยยิ้มที่ดูแข็งทื่อของเธอ เธอจึงนำเรื่องที่มาร์ชฝากบอก มาบอกกับเธอ
มีนารู้สึกไม่สบายใจกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น จึงถามว่า: “หมายความว่ายังไง แล้วเขาหาฉันพบได้ยังไง?”
“ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันกับเธอ แต่เขาไม่ทันจะอธิบายอะไรก็ไปเลย ดังนั้นฉันก็เลยไม่รู้” อันดายกแก้วน้ำเต้าหู้ในมือขึ้นมาดื่ม
มีนายังคงถามอย่างไม่เข้าใจ: “ทำไมเขาถึงใช้ให้ฉันอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ แทนที่เขาจะใช้กำลังพาฉันกลับไปที่เมืองc? นี่ไม่ใช่สไตล์ของเขา ไม่สิ เขาคงจะจงใจปล่อยฉัน และจะตามหาฉันอีกครั้ง อันดา ถ้าพวกเรากินเสร็จก็รีบเก็บของแล้วย้าย…...”
“ฉันไม่อยากย้ายที่อีกแล้ว และเดิมทีคนที่เธอต้องการหลบก็ไม่ใช่มาร์ช ฉันบอกเขาทุกอย่างแล้วเรื่องที่เธอถูกพลบังคับ” อันดาก้มหน้าพูด พูดจบเธอก็ถือน้ำเต้าหู้และวิ่งเข้าไปในห้องของเธอพร้อมกับปิดประตู เพราะกลัวว่ามีนาจะโกรธที่เธอนั้นพูดมากเกินไป
แต่มีนาไม่ได้โกรธเธอ และยังพูดกับตัวเองราวกับกำลังฝันว่า: “เขารู้ทุกอย่าง?”
ทันใดนั้นหัวใจเธอรู้สึกปวดร้าว หลังจากที่เขารู้เรื่องทั้งหมดนี้แล้วเขาจะยังเชื่อเธอไหม? ใจเขาจะทุกข์เหมือนกันกับเธอไหม?
หรือเขาจะไปทั้งๆแบบนี้ และรีบไปหาพลเพื่อคิดบัญชี?
มีความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนที่ทำให้หัวใจของเธอวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ และเธอยังคงคิดถึงคำพูดที่เขาขอให้อันดาบอกกับเธอ ในที่สุด เธอรู้สึกได้ว่าเธอควรเชื่อใจเขา และเชื่อที่เขาพูดว่าเขาจะกลับมาหาเธออีกครั้ง เขาจะต้องกลับมาอีกแน่นอน
วันต่อมา มีนาไม่ได้ตื่นตระหนกและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติกับอันดา ราวกับว่ามาร์ชไม่เคยปรากฏตัว
เธอยังคงทำตามแผนการของเธอ เธอเซ็นสัญญาผลิตชุดกับโรงงานเสื้อผ้า เพื่อให้งานออกแบบบางส่วนของเธอสามารถทำเป็นผลงานจริง หลังจากนั้นก็นำไปขายที่แผงขายของในตลาด เพื่อดูว่าเธอสามารถสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองในตลาดแฟชั่นได้หรือไม่
……
ความจริงที่อันดาพูด ก็เหมือนก้อนหินอันหนักอึ้งที่ตกลงมากลางหัวใจ มันทำให้ความรู้สึกต่างๆถาโถมเข้ามา
แต่เมื่อเขากลับมาถึงที่เมืองc เขาพยายามระงับความอยากที่จะไปเจอพลเพื่อคิดบัญชี โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่า การที่เขาไปหาพลในตอนนี้ก็มีแต่จะทำให้เขาและมีนาตกอยู่ในอันตราย
การปกป้องความปลอดภัยของมีนาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ แม้ว่าเขาจะอยากต่อสู้กับพลให้ตายกันไปข้าง แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างพวกเขาสองคน จะให้มีนาเข้ามาเกี่ยวข้องอีกไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องเจ็บปวดอีกครั้ง
ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้มีนาอยู่ในเมืองDต่อไป ให้เธอได้ใช้ชีวิตตามที่เธอต้องการ และจะไม่มีใครมารบกวนเธอได้อีก
เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมา มันเป็นเหมือนฝัน เขารู้สึกเสียใจที่ไม่เชื่อในความรักของมีนาตั้งแต่แรก คำพูดเหล่านั้น และการกระทำเหล่านั้นล้วนแต่ถูกบังคับ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โง่ที่สุด
เขาไม่มีหน้าจะไปเจอมีนาได้ เขาทำร้ายเธอแต่ยังจะให้เธอมาขอโทษ ใครกันแน่ที่ควรจะเป็นฝ่ายขอโทษ?
ผู้ชายที่ไม่สามารถจะปกป้องได้แม้แต่ผู้หญิงที่เขารักที่สุด มันต้องเป็นผู้ชายแบบไหนกัน!
นอกจากการตำหนิตัวเองในช่วงสองสามวันมานี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อเยียวยาความเจ็บปวดในใจเธอ