ตอนที่ 403
บทที่ 403 พวกเราเป็นพี่น้องกัน
October 28, 2026
ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด เขาจะให้เธออยู่ข้างๆ ต่อให้เธอจะเย็นชาต่อต้านเขา เขาก็ยอมที่จะอยู่กับเธอแบบนี้ทั้งชีวิต
“วิวที่นี่ดีจัง ดูแล้วทำให้รู้สึกสบายใจมาก” เซทท์ยืนอยู่อีกข้างของนานา มือทั้งสองจับราวไว้หายใจเข้าลึกๆสูดเอาอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไป
นานาตอบลอย ๆว่า: “พอใช้ได้.....” พอปริปากพูดก็รู้สึกได้ว่าคอแห้งจนไอแห้งๆไปที
เซทท์รีบพูดว่า: “พี่นานา กระหายน้ำใช่ไหม เดี๋ยวผมไปซื้อน้ำมาให้พี่”
พลยิ้มห้ามเขาไว้ว่า: “ผมไปดีกว่า ช่วงนี้เธอร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ต้องดื่มน้ำอุ่น สวนที่นี่กว้างมาก เซทท์ไม่รู้ที่ไหนมีขายเครื่องดื่มร้อน”
เซทท์เกาหัว แล้วตอบ ออ ว่า: “งั้นก็รบกวนพี่พลแล้วนะครับ งั้นผมขอกาแฟแก้วหนึ่งครับ”
พลพยักหน้ารับ ก็ไปซื้อเครื่องดื่มให้พวกเขา
นานาเงียบไปสักครู่ แล้วปริปากพูดว่า: “เขาเดินไปไกลหรือยัง?”
สองมือของเซทท์จับราวไว้ เหมือนกำลังวอร์มร่างกายมองไปด้านหลังว่า “เดินไปไกลแล้ว”
นานารีบเอามือถือออกมา พูดกับเขาว่า: “รีบเปิด Bluetoothฉันมีของบางอย่างจะส่งให้”
เซทท์ไม่ถามอะไร รีบทำตามที่นานาพูด
นานาไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว รีบเอาบัญชีที่ถ่ายไว้ทั้งหมดส่งให้กับเซทท์ แล้วลบรูปถ่ายในมือถือตัวเองหมด
เซทท์รีบบันทึกรูปที่เธอส่งมา ยังไม่ได้ดูอย่างละเอียด ถามว่า: “พวกนี้คืออะไร”
“นี่เป็นบัญชีที่ฉันเจอในห้องทำงานของเขา เซทท์รีบไปตรวจสอบตามนี้ ไม่แน่อาจจะเจอสายลับก็ได้”
เซทท์รับปาก เห็นมีเก้าอี้ยาวอยู่ด้านหลัง ว่า: “พี่นานา นั่งพักสักครู่นะ”
พวกเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ริมทะเลสาบ ความรู้สึกของเซทท์ว้าวุ่น พูดว่า: “ความจริงถึงตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อกว่าพี่พลจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ยังไม่หยุดที่จะถามตัวเองว่าจะสามารถส่งเขาไปรับโทษด้วยมือของตัวเองได้ไหม”
นานามองออกไปไกลทางด้านทะเลสาบ แววตาคู่นั้นเหมือนเหงาและว่างเปล่า
“ฉันก็ไม่รู้ ต่อให้เขาเคยทำร้ายฉัน ฉันก็ไม่สามารถลืมได้ ช่วงเวลาที่พวกเรามีกันและกัน เชื่อใจกัน ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น”
“ใช่ ตอนเด็กผมค่อยหลังพวกพี่เสมอ เห็นพวกพี่รู้ใจกันเข้าใจกัน ในใจรู้สึกอิจฉา ผมรู้สึกอยากโตไวๆ ทำไมพี่พลถึงโตกว่าผม ทำไมสูงกว่าผม ผมอยากตัวสูงเหมือนเขา ทุกครั้งที่ลงเขาผมก็จะได้แบกพี่”
นานายิ้มบางๆว่า: “ฉันก็ลืมไม่ลง ตอนเด็กบนหน้าเซทท์มีน้ำมูกสองแถวตลอดเวลา”
“พี่นานา งั้นพี่ก็รีบลืมภาพนั้นของผมเหอะ มันน่าขายหน้ามาก” เซทท์อมยิ้ม
“จริงๆแล้วฉันไม่เคยจะทวงความยุติธรรม แค่อยากให้พลปล่อยฉันไป ปล่อยคนรอบข้างของฉัน ไม่เหมือนเซทท์ที่จะจัดการเขาตามความผิดของกฎหมาย ฉันก็ไม่อยากเห็นภาพที่เขาต้องรับชะตากรรมนั้น”
พวกเขาสองคนเข้าสู่ความเงียบ ถึงแม้ว่าตัวเองจะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถึงช่วงที่จะส่ง พลไปรับชะตากรรม ในใจของพวกเขาก็รู้สึกลังเลและเสียใจไม่น้อย
นานาเชื่อว่าเซทท์ไม่ใช่ตำรวจฝึกหัดที่ไม่ยอมโตแล้ว ผ่านอะไรมาตั้งเยอะ เขาต้องสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ถูกต้องได้