ตอนที่ 485
บทที่ 485 เอนเนอจี้ล้นเหลือ
October 28, 2026
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้นานาไม่อาจได้เตรียมการป้องกัน คนทั้งคนยื่นโง่งงอยู่ตรงนั้น และมองเห็นว่ารถคันนั้นก็จะชนเธอเข้าแล้ว
ในวินาทีสุดท้ายนั้น มีคนวิ่งมาข้างเธออย่างเร็ว แล้วฉุดกระชากแขนของเธออย่างแรงให้มาที่ฝั่งริมถนน “เห็นรถกำลังจะพุ่งเข้ามาไม่รู้จักหลบหรือไง? สมองเธอใช้งานไม่ได้แล้วเหรอ?”
สติสตางค์ของนานายังไม่คืนกลับมา เบิกตาโพลงมองดูรถคันนั้นที่เกือบจะชนเธอให้บินกระเด็นขึ้นไป แล้วก็หายไปท่ามกลางคืนราตรีอย่างรวดเร็ว พึ่งจะเอ่ยว่า “ฉันตามเหตุการณ์ไม่ทัน”
“ต่อจากนี้เวลาข้ามถนนต้องระวังหน่อยนะ ไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะโชคดีที่เจอผมนะ”
นานาดึงวิญญาณกลับเข้าร่าง หันหน้าไปมองเจย์ที่อยู่ด้านหลัง แล้วพูดว่า “ขอบใจ แล้วนายมาอยู่นี่ได้ยังไงกัน?”
“พึ่งคอนเฟิร์มออเดอร์ได้ออเดอร์หนึ่งน่ะ เลยจอดรถไว้ที่ข้างถนนแล้วไปซื้อก่แฟมากระป๋องหนึ่ง” เจย์พูดแล้วก็ชูกาแฟที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมา
นานาคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง จึงเอ่ยถามว่า “ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง? โทษทีนะ ที่ครั้งที่แล้วฉันทำตัวไม่ค่อยดีกับนายน่ะ”
“ผมเองก็เหมือนกัน” เจย์มีสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วเตรียมตัวที่จะขับรถจากไป
“เจย์ นายรอเดี๋ยว” นานาเอ่ยเรียกเขาไว้
“มีเรื่องอะไร?”
“เหลือช่องทางการติดต่อให้ที ถ้ามีเรื่องให้ช่วยจะได้ติดต่อมาหาฉันได้ตลอดเวลาไง” นานาเห็นเขาตกอับขนาดนี้ ก็ยังรู้สึกทนไม่ได้
หลังจากคราวนั้นที่เจย์มาเจอเธอ ก็กลับไปคิดแล้วอย่างนาน ว่าการที่เธอปรากฏตัวขึ้นมานั้นเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาไปอย่างหมดสิ้น แต่ที่เธอพูดมาก็ไม่ผิด ในชาตินี้พวกเขาก็เป็นญาติเพียงหนึ่งเดียวของกันและกันแล้ว
เธอบอกหมายเลขโทรศัพท์จำนวนหนึ่งออกไป แล้วหันตัวกลัวพร้อมพูดว่า “นี่เป็นเบอร์มือถือที่ผมใช้อยู่ในตอนนี้ แล้วก็เป็นไอดีไลน์ด้วย”
นานาใช้โทรศัพท์จดเอาไว้ มองเขาเดินขึ้นรถคันหนึ่งจอดไว้ที่ลานจอดรถไปก่อน แล้วเปิดแอพริเคชั่นที่ใช้รับออเดอร์บนรถ ดูท่าแล้วคืนนี้เขาคงต้องวิ่งรถจนดึกดื่นแน่เลย
พอนึกถึงเมื่อครู่ที่เกือบเกิดอุบัติเหตุขึ้น นานาก็รีบขึ้นรถของตัวเอง แล้วขับรถกลับบ้าน ถ้าไม่ได้เจย์ยื่นมือเข้ามาช่วยล่ะก็ บางทีเธออาจจะไม่ได้เจอมาร์ชกับอธิอีกแล้วก็ได้
ระหว่างทางเธอก็นึกถึงบุญคุณความแค้นพวกนั้นของตระกูลจรัลพรไพศาลเมื่อก่อน เกิดความคิดแล้วแรงอารมณ์ขึ้นมากมาย แต่มันก็ได้กลายเป็นหมอกและควันที่ล่องลอยผ่านสายตาไป ไม่ว่าเมื่อก่อนพวกเขาจะปฏิบัติกับเธออย่างไร ปริญกับน้ำก็ล้วนกลายเป็นคนที่ตายจากไปแล้ว มูลเหตุบางอย่างพวกนั้นเธอก็รู้ชัดไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ยังไงซะเมื่อครู่เจย์ก็ได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เพื่อเป็นการตอบแทนเธอก็คิดอยากที่จะช่วยเหลือเจย์บ้าง
ทันทีที่เธอกลับถึงบ้าน มาร์ชก็กำลังรออยู่
เขารับกระเป๋าที่อยู่ในมือของเธอไป แล้วเอ่ยถามว่า “เป็นอะไรไปน่ะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย?”
นานาไม่กล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกือบจะโดนรถชนเมื่อครู่กับเขา กลัวว่าเขาจะเป็นกังวล จึงกุมขมับแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่รู้สึกเหนื่อยแล้วก็ล้ามากๆ เลย”
“ต้องโทษผมที่เมื่อคืนคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่” มาร์ชรู้สึกปวดใจจนไม่อาจทำใจให้เธอเดินอีก จึงอุ้มเธอด้วยท่าเจ้าหญิงแล้วพูดว่า “ผมเองก็ไม่รู้ว่าวันนี้คุณจะงานยุ่งขนาดนี้ ไม่งั้นผมคงยั้งตัวเองไม่หน่อย”
นานาเอนศีรษะซบลงบนอกแกร่งของเขา แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “คุณก็เอนเนอจี้ล้นเหลือนั่นแหละ”
มาร์ชอุ้มเธอกลับมาที่ห้อง แล้วเปิดประตูพร้อมเอ่ยว่า “ผมรับประกันเลยว่าคืนนี้จะไม่แตะตัวคุณเลยครับ”
“วางฉันลงมาเถอะค่ะ ฉันอยากไปอาบน้ำนอนแล้ว” นานายิ้มแล้วพยายามขัดขืนขึ้นมา
มาร์ชวางเธอลงแล้วเอ่ยถามว่า “คุณเหนื่อยขนาดนี้ อยากให้ผมช่วยอาบให้ไหมครับ?”
นานาผลักเขาออกแล้วพูดว่า “เมื่อกี้พึ่งบอกว่าคืนนี้จะไม่แตะตัวฉันนี่คะ? ทำไมถึงมีคนพูดแล้วกลืนน้ำลายตัวเองล่ะ”
“โอเค เดี๋ยวผมไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการเดินจงกรมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้แหละ”
“ไปเถอะ ไปเถอะ เดี๋ยวดึกๆ ฉันจะให้แก้วเอาหมอนกับผ้าห่มไปให้คุณนะคะ” นานาพูดจบก็เดินเข้าห้องอาบน้ำไป
มาร์ชรู้ดีว่าเธอกำลังล้อเล่น ส่วนเขาที่จะไปห้องทำงานก็เพราะว่ายังทำงานไม่เสร็จ พริบตาเดียวงานครบรอบหนึ่งร้อยปีของVE Groupก็จะมาถึงแล้ว เขาเองก็ได้รับจดหมายเชิญมา
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเสนอร่วมมือกับแบบไตรภาคี พอถึงตอนนั้นคนของตระกูลอุตตมสุวิบูลย์ก็คงไปด้วยแน่ๆ จะได้เสนอขึ้นมาต่อหน้าของเคนท์กับลุคค์พอดี