ตอนที่ 501
บทที่ 501 ทั้งรักทั้งเกลียด
October 28, 2026
มาร์ชเจ็บจนต้องดึงนิ้วมือกลับ บ่นอย่างไม่พอใจว่า: “แล้วทำไมคุณไม่อมนิ้วมือผมนานหน่อยฝึกฝนไปในตัว พวกเราก็ลองเปลี่ยนวิธีดูบ้าง ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันเลยนะ”
นานาเห็นเขาพูดทะลึ่ง ก็ไม่สนใจเขา ใช้สองมือดันเขาลุกขึ้น
แต่เขากลับยืนขึ้น แล้วอุ้มเธอขึ้น: “ฉันไม่มีอะไรต้องทำ ก็อยู่เป็นเพื่อนคุณนี่แหละ”
นานาดิ้นออกจากเขาไม่ได้ ก็ยอมให้เขาอุ้มไปห้องนอน วางไว้บนเตียง
แต่มาร์ชกลับไม่ทำอะไร แค่กอดเธอจากด้านหลังไว้แน่น ๆ พูดอย่างเหนื่อยล้าว่า: “วางใจ ต่อให้คืนนี้คุณอยาก ผมก็ไม่มีแรง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
นานายิ้มแล้วหลับตาลง รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและเสียงเต้นของหัวใจ และยังมีลมหายใจที่สะอาด ทำให้เธอไม่รู้หลับไปตอนไหน
……
วันที่สอง กิ่งกับคุณเอมเจอกัน ทั้งสองฝ่ายคุยกันรายละเอียดของงานแต่ง เพราะเคนท์สรุปวันงานไว้ค่อนข้างกระชั้นชิด จะจัดงานแต่งที่สมเกียรติและอลังการมันมีรายละเอียดเยอะ
แล้วพวกเขาทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความคิดของตัวเอง รายละเอียดหลายอย่างไม่สามารถสรุปได้ในทันที
สำหรับสิ่งที่ตระกูลอธิษฐ์โภคินเรียกร้องเธอก็ไม่กล้าตัดสินใจเอง เธอก็เลยนัดกับคุณเอมให้ผู้ใหญ่และลูกทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอีกครั้ง
เพราะก่อนงานแต่งงานทั้งสองครอบครัวยังไม่เคยเจอกันอย่างเป็นทางการเลย แล้วถ้าเคนท์อยู่ด้วยรายละเอียดหลายยังก็สรุปได้เลย
หลังแยกกับคุณเอม กิ่งก็ตรงไปที่VE Group
ตลอดทางเธอนึกถึงการทำตัวของคุณเอมพวกเศรษฐีบ้านนอก รังเกียจจากก้นบึ้งของใจ คนแบบนี้รวยขนาดไหนก็ไม่ไหว
คุณเอมใส่เหมือนตู้ทองเคลื่อนที่ แบรนด์เนมหลากหลายใส่ทับกันเต็มไปหมด ทำเอาเธอเวียนหัวไปหมด มันช่างน่าขำที่สุด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนอย่างตระกูลอธิษฐ์โภคินแค่ประตูหน้าบ้านของตระกูลกรภัควัฒน์ก็เอื้อมไม่ถึง ตอนนี้เธอไม่ดองญาติกับคนบ้านนี้ก็ไม่ได้ ต้องโทษโรซี่อีลูกโง่ ไม่รู้งานเลี้ยงคิดอะไรอยู่ ทำเรื่องขายหน้าออกมาอีกแล้ว
เคนท์ไม่พลางโกรธเธอไปด้วย เธอก็ต้องขอบคุณฟ้าดินแล้ว ดังนั้นก็ต้องทำตามที่เคนท์สั่ง
จะว่าไปตอนนี้นอกจากวิธีของเคนท์แล้ว ก็ไม่มีวิธีไหนอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่ชื่อเสียงของโรซี่เลย แม้แต่เธอเองก็ไม่มีหน้ายืนอยู่ในตระกูลกรภัควัฒน์
ลูกที่คอยแต่จะก่อเรื่อง รีบแต่งออกไปก็จะไม่ต้องกังวลใจอีก เธอก็ไม่เลือกฐานะของเขาแล้ว
เมื่อเธอมาถึงหน้าห้องทำงานของเคนท์ เลขาของเคนท์ลุกขึ้น ถามอย่างมีมารยาทว่า “สวัสดีค่ะ คุณกิ่ง”
กิ่งถาม: “คุณเคนท์อยู่ในห้องทำงานไหม”
“อยู่ค่ะ” เลขาพูดว่า: “แต่วันตอนนี้คุณเคนท์มีแขกอยู่ข้างในค่ะ”
“ใครเหรอ มีเรื่องสำคัญเหรอ”
เลขาส่ายหัวว่า: “คุณกิ่ง คนนั้นฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน คุณเคนท์ไม่พูด ฉันก็ไม่รู้”
หลายวันมานี้เคนท์ยังโกรธอยู่ กิ่งก็ไม่กล้ารีบเข้าไป ได้แต่รออยู่ข้างนอก บังเอิญเห็นกล่องพัสดุบนโต๊ของเลขาอยู่ชิ้นหนึ่ง บนกล่องเขียนชื่อคุณเคนท์เป็นผู้รับ
แล้วเธอก็เห็นที่อยู่ของผู้ส่ง ก็คือที่อยู่สตูดิโอห้องทำงานของมีนา เธอเคยไปก็เลยรู้ที่อยู่
เธอถามเลขาอย่างไม่แสดงออกว่า “พัสดุชิ้นนี้เป็นของคุณเคนท์ ทำไมมันอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอล่ะ”
เลขารีบตอบว่า: “คนส่งของพึ่งส่งมา คุณเคนท์คุยธุระอยู่ข้างใน ฉันก็เลยยังไม่ได้ส่งเข้าไป”
“ฉันนั่งรอเขาก็ว่างอยู่ เดี๋ยวฉันช่วยเขาเปิดดูก่อน” กิ่งยิ้มพร้อมหยิบมีดตัดกระดาษบนโต๊ะทำงานของเลขาขึ้นมา กรีดลงไปที่เทปกาวบนกล่อง