ตอนที่ 502
บทที่ 502 หน้าเลือดชั้นต่ำ
October 28, 2026
“คืนนี้พวกเราจะไปทานข้าวกับครอบครัวตระกูลอธิษฐ์โภคิน” กิ่งพูดอย่างไม่มีทางเลือก: “งานแต่งนี้ประกาศไปทั่วหล้าแล้ว” ยกเลิกไม่ได้แล้ว ครอบครัวเราจะไม่ยอมให้คนอื่นหัวเราะเยาะเป็นครั้งที่สองแล้ว เชื่อฟังนะ รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ทุกคนก็ให้ความสำคัญกับหน้าตาและเสียงหัวเราะของคนอื่น” โรซี่ร้องไห้โวยวายใส่หน้าของกิ่ง “แล้วทำไมไม่คิดถึงความสุขในชีวิตของหนูบ้าง ตระกูลอธิษฐ์โภคินเนี้ยเทียบกับตระกูลกรภัควัฒน์ไม่ได้เลย ติณห์น่าเกลียดขนาดนั้น ตีให้ตายหนูก็ไม่แต่ง หนูไม่ไป หนูไม่แต่ง”
กิ่งพูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า: “ฉันก็ไม่อยากให้แกแต่งกับติณห์ แล้วใครให้แกไปมีความสัมพันธ์กับเขาในงานเลี้ยงนั้น มันต้องโทษตัวแกเองที่ไปยุ่งกับมัน ฉันนี่ไม่เข้าใจจริงๆ อยู่ดีๆ ทำไมแกต้องไปตอแยกับมันด้วย”
ตอนแรกโรซี่สามารถแต่งงานกับชาร์วีได้ มันจะดีแค่ไหน จะมีประโยคมากสำหรับแผนการหลังจากนี้ของเธอ
แต่ใครจะไปรู้ว่าลูกเธอทำเรื่องนี้ออกมาได้อีก โง่จริงๆเลย ทำไมสอนยังไงก็สอนไม่เป็น
โรซี่ยังอยากอธิบาย “หนูไม่ได้ไปตอแยเขา.....”
ตอนนี้เคนท์ก็มาถึงหน้าห้องของเธอ พูดอย่างเย็นชาว่า: “ฉันกับแม่แกได้ไปตรวจเช็ดกล้องวงจรปิดแล้ว แกเองเป็นฝ่ายเข้าไปทักทายเขาก่อน และก็เป็นแกเองวิ่งไปในห้องพักผ่อนที่มีเขาอยู่”
โรซี่ไม่กล้าสบตาของเคนท์ พูดว่า: “พ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ภาพในกล้องวงจรปิดก็ใช่ว่าจะเป็นจริงเสมอไป ตอนนั้นหนูอยากให้คนที่ชื่อมีนาอับอาย......”
ไม่รอให้เธอพูดจบ ใบหน้านิ่งของเคนท์โกรธจนหน้าบิดเบี้ยว ผลักกิ่งออก ตรงไปตบเข้าที่แขนของโรซี่ “แกยังมีหน้ามาพูดอีก ไม่มีความสามารถที่จะทำร้ายคนอื่น แต่กล้าที่จะทำเรื่องเลวๆ แกมันโง่”
โรซี่รู้แค่ว่าเจ็บแขนแทบตาย สั่นไปทั้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น ร้องอ้อนวอนว่า: “พ่อ หนูผิดแล้ว หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้ว”
เคนท์ก้มมองด้วยสายตาที่รังเกียจ “ทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ลุกขึ้น ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเจอคนของตระกูลอธิษฐ์โภคิน”
จู่ ๆ โรซี่ก็จับขากางเกงของเคนท์ไว้แน่น อ้อนวอนว่า: “พ่อ ต่อไปหนูไม่กล้าทำอีกแล้ว อย่าทิ้งหนู อย่าให้หนูต้องแต่งไปตระกูลอธิษฐ์โภคิน มันต้องมีทางออกอื่นอีก สิ ขอร้องล่ะ”
เคนท์หลับตาด้วยความเกลียดชัง ถีบเธอออกไป “คนอย่างฉันทำไมเลี้ยงลูกแบบแกออกมาได้ ยังจะกล้าไปต่อกรกับคนอื่น แกยังเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วของมีนาเลย หลบไป แต่งออกไปแล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก ตระกูลกรภัควัฒน์ของเราไม่มีคนโง่แบบแก”
กิ่งไม่เคยเห็นเคนท์สิ้นหวังต่อโรซี่ขนาดนี้ และยังเอาโรซี่กับมีนามาเปรียบเทียบ
เธอตกใจมาก ไม่กล้าไปช่วยโรซี่ คิดแค่ว่าตัวเองอย่าโดนโรซี่ลากลงน้ำไปด้วย “คุณเคนท์ คุณอย่าโมโหจนกระทบต่อร่างกาย เดี๋ยวฉันมาคุยกับลูกเอง เดี๋ยวลูกจะเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย คุณลงไปรอที่ชั้นล่างก่อน รอสักครู่เดียวนะคะ”
เคนท์ทำสีหน้าไม่ดีต่อเธอพูดว่า: “เป็นลูกที่คุณตามใจมากไป ทำอะไรไม่ใช้สมองเลย โง่ขนาดนี้เป็นลูกผมหรือเปล่า”
กิ่งสีหน้าซีดจนไม่มีเลือดฝาด แต่ก็ตั้งสติกลับคืนมาอย่างเป็นคนเรียบร้อย ในใจแค่ต้องการให้เขาหายโกรธว่า: “คุณโมโหจนมึนหรือเปล่า อย่าโมโหเลยนะ เดี๋ยวฉันช่วยลูกเปลี่ยนชุดแต่งหน้า เดี๋ยวก็ออกเดินทางได้แล้ว”
เคนท์ตอบรับอย่างเย็นชาก็ลงไปชั้นล่าง
คำพูดของเขาทำให้กิ่งเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ในใจรู้สึกกลัวจนพูดไม่ออก
เธอกระชากโรซี่ที่คุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้นขึ้น พูดเสียงแข็งว่า: “แกโวยวายพอหรือยัง แต่เข้าบ้านตระกูลอธิษฐ์โภคินอย่างน้อยยังได้เป็นคุณนาย ถ้ายังไม่เชื่อฟังพ่อแกอีก บีบเขาตัดความสัมพันธ์พ่อลูกกับแก เราสองคนก็ต้องไปเป็นขอทานข้างถนนแล้ว”
โรซี่ลุกขึ้นจากพื้น ถามอย่างใจสลายว่า: “เขาเป็นพ่อฉันจริงเหรอ......”
แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ กิ่งทนไม่ได้ตบหน้าไปทีหนึ่ง พูดอย่างกังวลว่า: “คำพูดแบบนี้ต่อไปห้ามพูดอีกนะ”
โรซี่ตกใจเอามือกุมหน้าไว้ เมื่อกี้เคนท์ยังไม่ตบหน้าเธอเลย แต่เธอเป็นแม่แท้ๆแต่ลงมือหนักกว่าเคนท์อีก
กิ่งรู้ตัวว่าตัวเองลงมือหนักไป อยากดูว่าหน้าที่โดนตบเป็นไงมั้ง แต่ก็ต้องใจแข็งมั้ง ตามใจเธอต่อไปไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้อีกพวกเธอจบแน่ ๆ