ตอนที่ 586
บทที่ 586 ความจริงก็เป็นอย่างนี้แหละ
October 28, 2026
แต่หลังจากที่มาร์ชจากไป สิ่งที่เธอต้องทำก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เธอต้องยืนหยัดเพื่อมาร์ชและเพื่อกรุ๊ปที่เขาพยายามสร้างมันมาตลอดหลายปี
ชาร์วีพูดเรื่องที่เขาควรจะพูดจบแล้ว และเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้พูดอะไร เขาจึงคิดว่าเธอเครียดและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เขาเลยพูดอีกครั้งว่า: “วางใจเถอะ ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และจะบอกคุณเองว่าควรจะพูดอย่างไร ทำอย่างไร”
มีนาพยักหน้า ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่มีเวลาที่จะมานั่งรู้สึกเสียใจต่อตัวเอง หรือดื่มด่ำกับความเศร้าโศก ทุกสิ่งในความเป็นจริงทำให้เธอต้องลุกขึ้น
ในตอนเย็น เธอกับอันดาเดินไปส่งชาร์วีกับเซทท์ด้วยกัน และรู้สึกเหนื่อยมาก
ในตอนที่เดินไปเซทท์ไม่ได้พูดอะไรกับเธอมาก เพียงบอกให้เธอดูแลตัวเอง และเธอต้องแจ้งให้ตำรวจทราบทันทีที่เธอค้นพบสิ่งใด
เธอพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ เธอสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของตำรวจในการจัดการคดีนี้ เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับอุบัติเหตุของมาร์ชนั้นชัดเจนมาก แต่ทำไมตำรวจไม่จับภูผาแล้วสอบปากคำเขาโดยตรง?
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเซทท์ที่เดินออกไปไกลแล้ว อันดาก็จับแขนของมีนาและถามว่า: “เธอรู้สึกดีขึ้นไหม คุณชาร์วีเขาพูดอะไรกับเธอ?”
“อืม ดีขึ้นนิดหน่อย” เธอกับอันดากลับไปที่ห้องโถงแล้วพูดว่า “คุยเกี่ยวกับเรื่องกรุ๊ป เขาให้ฉันจัดการกับความรู้สึกและไปเขาร่วมการประชุมของคณะกรรมการ”
“เอ๊ะ เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว ชาร์วีก็มาขอให้เธอช่วยผลักดัน NX Group นี่มันก็เกินไปหรือเปล่า” อันดาพูดอย่างโกรธเคือง “เมื่อกี้ตอนที่ทานอาหารเย็นกัน ฉันไม่เห็นว่าชาร์วีจะแสดงออกถึงความเศร้าเสียใจที่มาร์ชจากไปเลย เกรงว่าเขาคงจะพยายามคิดหาวิธีให้เธอเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ…...”
“เธอเองก็รู้สึกเหมือนกันเหรอว่าเขาไม่ได้เศร้า?” มีนาถามขัดจังหวะเธอ
อันดาพยักหน้าอย่างจริงจัง และพูดว่า: “นี่แหละนักธุรกิจ ช่วยเหลือกันเหมือนพี่น้อง แต่ในสายตาทุกอย่างก็คือผลประโยชน์”
มีนาไม่ฟังที่เธอบ่น และพูดอย่างแผ่วเบาว่า: “จะไปตำหนิเขาก็ไม่ได้หรอก ถึงแม้จะมีใครสักคนจากไปแต่โลกก็ยังคงหมุนอยู่ หลังจากที่มาร์ชจากไปแล้ว กรุ๊ปก็ยังต้องดำเนินต่อไป ไม่เพียงแต่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น แต่พนักงานของกรุ๊ปทุกคนเองก็ยังต้องดำรงชีวิตต่อไป”
เมื่ออันได้ได้ยินว่ามีนาพูดเช่นนี้ เธอทั้งรู้สึกเศร้าและมีความสุขในเวลาเดียวกัน เธอเศร้าเพราะมีนานั้นเข้มแข็งมากจริงๆ แต่เธอก็มีความสุขที่มีนาไม่ได้หมกมุ่นและจมอยู่กับความเศร้าอีกต่อไป
“มันก็จริง ความจริงก็เป็นอย่างนี้แหละ” อันดาพูดอย่างเอาใจใส่ “เธอคงเหนื่อยแล้ว กลับห้องไปนอนพักเถอะ พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันใหม่แล้ว”
“อันดา แก้วพาอธิไปอยู่กับป้าเค้กเป็นยังไงบ้าง อธิคงยังไม่รู้เรื่องของมาร์ชใช่ไหม?”
“วางใจเถอะ พวกเขาไปถึงที่นั่นแล้ว อธิไม่รู้หรอก คิดแค่ว่าคุณมาร์ชกำลังป่วยและจำเป็นต้องพักฟื้น”
“งั้นก็ดีแล้ว”
“ฉันจะพาเธอกลับไปส่งที่ห้อง และฉันจะอยู่ในห้องพักสำหรับแขกที่อยู่ไม่ไกลจากห้องของเธอ ถ้ามีเรื่องอะไรละก็ เธอสามารถเรียกฉันได้ตลอดเวลา” อันดาส่งเธอกลับห้อง และรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับเธอในการเผชิญหน้ากับความจริง
มีนากลับมาที่ห้อง เธอล้มตัวนอนบนเตียง และรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเธอมันว่างเปล่า ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไมคนที่รอดชีวิตถึงได้เป็นคนที่เจ็บปวดที่สุด
ในฝันเธอเห็นมาร์ชอีกครั้ง เขาว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำที่เย็นยะเยือก จนในที่สุดเขาก็ว่ายถึงฝั่ง เขาปีนขึ้นมาบนฝั่ง และนอนหงายลงบนพื้นหญ้า ตัวเปียกชุ่มไปทั้งตัว
หน้าของเขาครึ่งหนึ่งมีรอยแผลซึ่งเกิดจากการระเบิด มันน่าตกใจมาก มีนาต้องการเรียกคนมาช่วย และเรียกรถพยาบาล แต่เธอไม่สามารถส่งเสียงได้
เธอรีบเข้าไปพยุงเขา แต่ก็พบว่าผมของเขานั้นกลายเป็นสีขาวโพลน และใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นภูผา เธอตกใจและตื่นขึ้นทันที
เธอลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ มีเพียงเธอเท่านั้นที่นอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ และเวลาบนโทรศัพท์ของเธอก็แสดงว่าเป็นเวลาตีสอง
เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก ปรากฏว่าเธอหลับไปได้ไม่นานก็ต้องตื่นขึ้น เธอปิดตาลงอีกครั้งแต่ก็นอนไม่หลับ
เมื่อมองดูทุกอย่างในห้อง ความเหงาและความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นก็เป็นเหมือนเงาตามติดเธอ เธอลุกขึ้นจากเตียง ดื่มน้ำสักแก้ว และนึกถึงไดอารี่เล่มนั้น ทันใดนั้นเธอก็อยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าในปีนั้นภูผาแค้นอะไรตระกูลกรภัควัฒน์ เขาถึงได้กลายเป็นคนน่ากลัวขนาดนี้
เธอไปหยิบไดอารี่เล่มนั้นออกมา และความรู้สึกดีๆที่มีต่อริสา ก็ไม่มีอีกต่อไป เพียงเพราะริสาเป็นแม่ของภูผา