ตอนที่ 612
บทที่ 612 ตายแบบไม่มีโอกาสรอด
October 28, 2026
แต่ทันทีที่สัมผัสตัวตำรวจหญิง เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป เขาจึงลองไปตรวจที่จมูกพบว่าเธอไม่หายใจแล้ว และยังพบรอยรัดที่คอ เขาตกใจตนถอยห่างออกมาแล้วพูดกับนานาว่า: “เธอ เธอถูกรัดคอตายแล้ว เรารีบหนีเร็ว……”
พอพูดจบ เขานึกถึงหน้าต่างของห้องผู้ป่วย เขาจึงผลักหน้าต่างทั้งหมดในห้องให้เปิดออก
นานามองไปยังตำรวจหญิงบนเตียงที่ไม่ขยับตัวแล้ว เธอตายแล้ว?
ไม่อยากเชื่อเลย เมื่อกี้ยังเป็นมีชีวิตตัวเป็นๆเลย……
ชาร์วีมองออกไปนอกหน้าต่างทุกบาน นี่คือชั้นห้าถ้าเขากระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง เขากับนานายังต้องตายอยู่ดี!
ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นว่ามีบันไดเหล็กอยู่นอกหน้าต่าง แม้ว่าจะอยู่ห่างจากหน้าต่าง แต่ออกแรงหน่อยก็น่าจะเอื้อมถึง
เขารีบหันไปตะโกนใส่นานาว่า: “ไปเอาผ้าเช็ดตัวเปียกผืนที่ห้องน้ำมาที!“
นานาตั้งสติขึ้นมาได้ เธอไม่มีเวลาสนใจบาดแผลของการผ่าตัดคลอด เธอลุกขึ้นจากรถเข็น วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ และนำเช็ดผ้าเช็ดตัวทั้งหมดไปชุบน้ำ
เธอคลุบผ้าเช็ดตัวที่เปียกไว้ และถือผ้าเช็ดตัวเปียกกองหนึ่งยื่นให้ชาร์วีทั้งหมด โดยถามว่า: “เป็นนักฆ่าที่เขาเป็คนส่งใช่ไหม ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?”
ชาร์วีชี้ไปที่บันไดหนีไฟที่ถูกควันไฟปกคลุมจนเกือบมองไม่เห็น และพูดว่า: “ฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้เอาตัวรอดสำคัญที่สุด เธอเห็นบันไดที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าต่างมั้ย? พวกเรารีบปีนออกหน้าต่าง ใช้บันใดนั้นปีนลงไป”
หลังพูดจบชาร์วีก็ปิดปากและจมูก และให้ใช่ผ้าขนหนูเปียกปิดปากและจมูกของเธอด้วย เขาส่งสัญญาณมือให้เธอ ต้องการช่วยเธอออกไปนอกหน้าต่างก่อน
นานารู้สึกเวียนหัวและเริ่มหายใจยากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเธอจะเห็นตำแหน่งของบันไดหนีไฟข้างนอกได้อย่างชัดเจนได้อย่างไร เธอจึงต้องปล่อยให้ชาร์วีลากเธอ
เธอปีนขึ้นไปที่ขอบหน้าต่าง พยายามมองลงมาก็พบว่ามีควันดำเต็มไปหมด บวกกับดึกมากแล้ว ในดวงตาจึงมีแต่ความมือ และเธอไม่รู้ว่าเท้าทั้งสองข้างต้องเหยียบที่ไหน
“นานา เธอรีบเหยียบบันไดสิ!” ชาร์วีรีบร้อนจนเอาผ้าเช็ดตัวเปียกออกแล้วพูดพร้อมกับสูดควันเข้าไปมาก จนรู้สึกจะหายใจไม่ออกได้ทุกเมื่อ
นานารู้ว่าถ้าเธอคลานอยู่บนขอบหน้าต่างไปขยับ ชาร์วีก็ไม่มีโอกาสหลบหนีได้ เธอจึงหลับตาและเหยียดขาข้างหนึ่งออกไป ไม่สนแล้ว ถ้าเหยียบไม่โดนบันได ถึงต้องปีนบนกำแพงก็ต้องหนีออกจากห้องที่ไฟไหม้ก่อน
แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าขาทั้งสองที่ห้อยอยู่ในอากาศนั้นถูกใครบางคนด้านล่างจับไว้ มือทั้งสองข้างของเธอยังคงจับที่ขอบหน้าต่างและไม่กล้าปล่อย
ชาร์วีคิดว่าเธอกำลังจะลงบันไดแล้ว เขาใช้ความทรงจำที่เห็นตำแหน่งของบันไดในตอนนั้น โยนผ้าเช็ดตัวเปียกในมือทิ้งและปีนหน้าต่างออกอย่างรวดเร็ว พอเหยียบบันไดกำลังจะลงไป เขาก็รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ
นานายังคงเกาะขอบหน้าต่าง ส่วนขาของเธอห้อยอยู่ในอากาศหรือไม่นั้นเขามองไม่ชัดเลย ลำคอของเขาเจ็บแทบจะส่งเสียงไม่ออก “นานา……”
“นายไปที่ขอบหน้าต่าง ช่วยฉันใช้เชือกมัดตัวเธอไว้ แล้วฉันจะลากเธอมาตามบันได” ด้านล่างมีคนพูดกับเขา
ชาร์วีรีบถามว่า: “นายเป็นใคร……”
“ไม่มีเวลาแล้ว” มาร์ชที่อยู่ใต้บันไดยื่นเชือกให้เขา
ชาร์วีไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเขาไม่สามารถทิ้งนานาไว้แล้วหนีไปตามลำพัง เขารีบคว้าเชือกไว้แล้วขึ้นไปที่ขอบหน้าต่างอีกครั้ง และโลหะของขอบหน้าต่างร้อนจนน่ากลัวแล้ว
เขาเผลอไปถูโดนจนผิดรู้สึกแสบร้อนเลย เขาพูดกับนานาอย่างยากลำบากว่า: “อดทนอีกนิด พอฉันผูกเธอกับเชือกแล้ว เธอก็ปล่อยมือทันทีเลย”