ตอนที่ 97
บทที่97 การที่ลงโทษที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
October 28, 2026
ป้าโบว์เดินเข้ามาพอดี และได้เห็นเหตุการณ์นี้ รู้สึกตกใจ รีบเข้าไปดึงมาร์ชออกมาแล้วพูดว่า “คุณชาย รีบปล่อยมือเลยนะคะ แบบนี้จะทำให้นายหญิงขาดอากาศหายใจตายได้เลยนะคะ”
มาร์ชปล่อยให้ป้าโบว์ดึงมือของเขาออก ในสายตานั้นมีเพียงแต่ความเยือกเย็นเท่านั้น เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถ้าเกิดว่ายังไม่เชื่อฟังและกล้าคิดว่าจะหนีอีก ผมมีอีกเป็นล้านวิธีที่จะทำให้คุณตายซะดีกว่ามีชีวิตอยู่!”
พอพูดจบเขาก็เดินไปที่สวนดอกไม้ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
มีนานั่งอยู่บนรถเข็นด้วยความตกตะลึง มองไปที่แผ่นหลังของเขา น้ำตาแห่งความทุกข์ใจก็ไหลออกมา
“นายหญิง ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? ”ป้าโบว์ถามด้วยความเป็นห่วง
เธอดึงสติกลับมา จะแสดงความอ่อนแอให้เห็นไม่ได้เด็ดขาด ก็พยายามซ่อนน้ำตาของตัวเองแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”
ป้าโบว์ถอนหายใจแล้วพูดว่า “นายหญิงอย่าไปโทษคุณชายเลยนะคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณนายอยู่เขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนเด็กๆ ร่าเริงแจ่มใส แต่พอมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น เขาต้องรู้สึกหวาดกลัว และก็เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว เขาชอบนายหญิงนะคะ แค่ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกมาอย่างไรเท่านั้นเอง นายหญิง คุณต้องอดทนต่อคุณชายนะคะ เขาจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน……”
มีนาพยักหน้าพร้อมกับแสบจมูก ในใจคิดว่าป้าโบว์นี่ช่างเป็นคนที่รักบ้านแล้วก็จะรักอีกาที่อยู่บนหลังบ้านอีกด้วย เพราะว่าเธอภักดีต่อมิ้ม ก็เลยรู้สึกว่ามาร์ชก็เป็นคนดีเหมือนกัน เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?
ชอบ? คำนี้เธอไม่เคยกล้านึกถึงมันมาก่อนเลย สำหรับเขาแล้วเธอก็เป็นแค่สัตว์เลี้ยงของเล่นที่เขายังไม่อยากปล่อยเท่านั้นเอง
ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด เติบโต เรียนหนังสือ ทำงาน มีอธิ เลี้ยงลูกไปด้วย แล้วก็ต้องทำงานหลายอย่าง
เธอคิดมาอยู่เสมอว่าเธอเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่าง แต่ว่าทุกคืนยามราตรีที่เงียบสงัด เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าอยากจะมีท่าเรือให้พึ่งพาบ้าง
เธอโชคไม่ดี ไม่เคยได้เจอท่าเรือแบบนั้นมาก่อนเลย แต่เธอก็รู้ว่ามาร์ชไม่ใช่อย่างแน่นอน พวกเขาไม่เหมาะสมกันตั้งแต่หัวจรดเท้า เพียงแค่ต้องรอให้เขาเบื่อเธอแล้วยอมปล่อยเธอไปเท่านั้นเอง
“ป้าโบว์ เมื่อกี้ขอบคุณป้ามากนะคะ ฉันไปเล่นเป็นเพื่อนอธิที่สวนก่อนนะ” เธอฉีกยิ้มออกมา แล้วก็เข็นรถเข็นไปยังทิศทางที่อธิกำลังเล่นอยู่
จะให้อธิเห็นว่าเธอทุกข์ใจไม่ได้ ตอนนี้อธิมีความสุขขนาดนี้ คิดว่าตัวเองมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว นิสัยก็กลายเป็นร่าเริงแจ่มใส เธอก็เลยต้องสร้างภาพลวงตาเพียงชั่วคราวกับมาร์ช เพราะทำใจไม่ได้ที่จะทำลายความหวังของลูกชายตัวเอง
เพราะว่าเรื่องนี้ เธอถึงได้โกรธแค้นมาร์ชมากขึ้น เขาไม่รู้หรือไงว่าการสร้างฟองสบู่ที่สวยงามแบบนี้ให้เด็กไปเรื่อยเปื่อย ถ้าเกิดว่าจู่ๆ วันหนึ่งมันแตกขึ้นมาอธิที่อายุน้อยขนาดนี้จะรับได้ยังไงกัน!
“แม่ครับ รีบมาเร็ว ดูว่าตอนนี้ผมมีดอกไม้เยอะแค่ไหนแล้ว” อธิโบกมือให้เธอพร้อมกับดอกไม้สีชมพูและสีม่วงสองสามดอกในมือ
มีนายิ้มแล้วก็เดินเข้าไปที่กองดอกไม้ “อืม แม่เห็นแล้ว สวยมากเลย ลูกรู้ไหมว่าพวกนี้คือดอกไม้อะไร? ”
อธิส่ายหน้า แล้วก็วิ่งเข้าไปหาเธอพร้อมกับพูดว่า “ไม่รู้ครับ”
“งั้นเดี๋ยวแม่สอนให้ลูกรู้จักดอกไม้พวกนี้ดีไหม? ”
“ได้สิครับ” อธิเอียงหัวและตอบเธอ
มีนาชี้ไปที่ดอกไม้สีม่วงในมือของเขาและพูดว่า “ นี่คือดอกไวโอเล็ต เป็นดอกไม้พันธุ์หายาก ปกติฤดูกาลนี้มันจะไม่บานนะ ลูกไปเก็บมาจากไหนเหรอ?
อธิมองไปยังเรือนกระจกเล็กๆ ในสวนพร้อมกับพูดว่า “ในนั้นยังมีอีกเยอะเลย แม่ครับ แล้วดอกไม้สีชมพูนี้คือดอกอะไรเหรอ? ”
“ดอกคาร์เนชั่น” มีนาตอบแล้วก็มองไปยังห้องกระจกตรงนั้น มองดูสีสันแพรวพราวจากระยะไกล ตอนนี้เป็นฤดูหนาว แต่ว่าในห้องดอกไม้นั้นกลับเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ
มาร์ชปลูกดอกไม้เหล่านี้ในเรือนกระจกที่มีการควบคุมอุณหภูมิ น่าจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาดูแล และใช้เงินไปไม่น้อยเลย