ตอนที่ 122
บทที่ 122 ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรจริงๆ หรอ
October 28, 2026
บทที่ 122 ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรจริงๆ หรอ
ตอนนี้หลีชิงเยียนเริ่มเมาแล้ว ใบหน้าอันขาวเนียนจองเธอเริ่มแดงระเรื่อ จึงพูดขึ้นด้วยความโมโหและอับอาย “หรือว่าคุณคิดว่าคุณเหมาะสมกับตัวฉัน? แม้แต่งานคุณยังจะไม่ทำ แม้แต่เรื่องพื้นฐานพวกเขายังไม่คู่ควรกันเลย!”
หลีชิงเยียนรู้สึกโกรธมาก เธอคิดเผื่อเฉินเป่ยขนาดนี้ สุดท้ายใครไปนึกถึงว่าไอ้ผู้ชายคนนี้ไม่สนใจความรู้สึกเธอแบบนี้
เธออุตส่าห์เห็นเขาในแง่ดี ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเลย
เฉินเป่ยมองหลีชิงเยียนไว้ ไม่รู้ว่าเพราะว่าเธอโกรธหรือเพราะลาฟิตขวดนั้น ตอนนี้ใบหน้าอันขาวเนียนของหลีชิงเยียนดูแดงก่ำ เหมือนแอบเปิ้ลที่สุกแล้ว ปกติเธอดูเย็นชาและไม่สนใจอะไร ตอนนี้กลับมองเฉินเป่ยด้วยความโมโห เธอเม้มปากแดงไว้แน่นๆ ท่าทางแบบนี้ของเธอดูน่ารักมากๆ
ดวงตาคู่นั้นของเฉินเป่ยเต็มไปด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็ยิ้มอ่อนๆ ขึ้น
เขาจะไม่มีบริษัทได้ยังไง? อีกอย่างไม่ใช่แค่ธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศอย่างที่เขาเป็นบริษัทใหญ่มาก แค่ธุรกิจในหัวเซี่ย ไม่รวมบริษัทที่เอามาจากในมือของหลีเช่าเทียน
หากหลีชิงเยียนรู้ถึงขนาดของธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศของเขา เธอต้องตกใจมากๆ แน่ๆ และไม่มีทางเชื่อว่านี่เป็นทรัพย์สินของเฉินเป่ย
“แน่นอนว่าผมมีบริษัทสิ แค่คุณไม่รู้เท่านั้น” เฉินเป่ยยิ้มขึ้น
“ชิ” หลีชิงเยียนเบะปากแล้วกลอกตามองใส่เขา
เทพธิดาที่พึ่งเมา ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ในอีกด้าน ถ้าเกิดตอนนี้ถูกผู้ชายพวกนั้นที่ตามจีบเธอมาเห็นเข้า ก็คงจะรู้สึกบ้าคลั่งและมาสยบอยู่ใต้กระโปรงสีแดงทับทิมของเธอ!
พวกเขาจะยิ่งรู้สึกโมโห เทพีของพวกเขา ท่านประธานจอมเย็นชาตามละครอยู่ในจอทีวี ตอนนี้กลับกลอกตามองบนใส่คนอื่นด้วย!
แน่นอนหลีชิงเยียนต้องไม่เชื่ออยู่แล้ว ในสายตาของเธอ เฉินเป่ยกำลังพูดจาเหลวไหล ถ้าเฉินเป่ยมีบริษัทจริง ถ้าเขามีเงินจริงๆ ทำไมถึงต้องพึ่งพาเงินไม่กี่หมื่นหยวนของเธอไปเป็นค่าครองชีพของเขา แล้วทำไมก่อนหน้านี้ยังจะยื่นมือขอเงินกับเธอ!
หลีชิงเยียนพึมพำด้วยเสียงอันแผ่วเบา จากนั้นก็เปล่งเสียงออกมา "นอกจากขี้โม้แล้วคุณยังทำอะไรได้บ้าง? "
เฉินเป่ยทำตัวไม่ถูก...... ตัวเองพูดความจริงก็ยังไม่เชื่อ.......แล้วจะให้ตัวเองทำยังไงกันแน่!
"คุณไม่เหมาะกับการอยู่วงการนี้ ยังไงก็ออกจากที่นี่ไปเถอะ" หลีชิงเยียนมองเฉินเป่ย หน้าสวยๆ ของเธอดูจริงจัง ลมหายใจที่เธอเปล่งออกมาหอมเหมือนดั่งดอกกล้วยไม้ ทั้งเรือนร่างของเธอปะปนไปด้วยกลิ่นอ่อนๆ ของแอลกอฮอล์ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์แตกต่างจากปกติ
ไม่นาน หลีชิงเยียนก็มึนเมาขึ้นมา เรือนร่างอันผอมบางของเธอเสไปมา และดูเหมือนจะล้ม
เฉินเป่ยยื่นมือไปพยุงเธอไว้ มือใหญ่ของเขาโอบกอดเอวอันผอมบาง หน้าอกอันอวบอิ่มของเธอเข้าไปแนบชิดกับแผงอกของเฉินเป่ยไว้แน่นๆ ทำให้หน้าอกของเธอเปลี่ยนทรงไปทันที
เวลานี้ เฉินเป่ยแค่ก้มหน้าลงต่ำ แล้วก็เห็นทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยหิมะสูงตระหง่าน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เลือดของคนเดือดพล่านขึ้นมา
ผมดำเงาอันยาวสลวยพาดลงหลังไหล่ของเธออย่างยุ่งเหยิง ใบหน้าที่สวยสง่าของหลีชิงเยียนแดงก่ำเหมือนเลือดแดงสด จากนั้นก็พูดคำพูดตอนเมาเหมือนเธอกำลังอยู่ในความฝัน และเธอก็หมดสติไปนานแล้ว
เฉินเป่ยช้อนตัวเธอขึ้น แล้วค่อยๆ วางตัวเธอลงบนเตียงของตัวเอง
เฉินเป่ยเอาผ้าห่มห่มตัวเธอไว้เป็นอย่างดี และกำลังจะจากไป จู่ๆ แขนอันขาวผ่องที่เรียวยาวก็ยื่นออกมาจับเฉินเป่ยไว้
"อย่าไป......" หลีชิงเยียนพึมพำขึ้น ทำให้เฉินเป่ยนิ่งงันไป ในใจจึงรู้สึกรักและเอ็นดูเธอขึ้นมา จากนั้นก็ไม่ได้จากไปไหน
ไม่เพียงแต่แบบนี้ พฤติกรรมหลังเมาของหลีชิงเยียนร้ายแรงกว่าเดิม ไม่นานก็มีขาอันเรียวยาวที่น่าหลงใหลก็ยื่นออกมาแนบกับเอวของเฉินเป่ยไว้อย่างไม่รู้ตัว
เฉินเป่ยหายใจถี่กว่าเดิม เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มแนบชิดกับแผ่นหลังของเขา และก็ยังมีลมหายใจที่แผ่วร้อนของหลีชิงเยียน
นี่มัน......เฉินเป่ยยากที่จะอดกลั้น ท่านประธานเทพธิดากำลังยั่วยวนเขา!
เขาก็คือชายหนุ่มที่กระฉับกระเฉงและทรงพลังคนหนึ่ง......กลับถูกยั่วยวนแบบนี้.....เรื่องแบบนี้ถ้าถูกป่าวประกาศออกไป จะยั่วยวนผู้ชายมากขนาดไหนที่จะรู้สึกบ้าคลั่งเพราะเธอ!
เทพธิดาที่อยู่ในใจของพวกเขา หลังจากที่ดื่มจนเมา กลับเหมือนปลาหมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่เป็นฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดกับเฉินเป่ยก่อน
เฉินเป่ยกัดฟันกรอด ต่อให้ที่ผ่านมาเขาจะหนักแน่นในความคิดตัวเองเหมือนดั่งเหล็ก ทว่าเขาก็ทนไม่ไหวกับการถูกยั่วยวนแบบนี้!
"ให้ตายเถอะ......" เฉินเป่ยกัดฟันแล้วก่นด่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็หายใจอย่างหอบหืด
เฉินเป่ยก้มหน้าลง แล้วปรายตามอง จู่ๆ สายตาของเขาก็กวาดมองเรือนร่างที่เรียวผอมและดูสง่าเหมือนดั่งงาขาวของช้าง ทันใดนั้นเขาก็ดูเกร็งขึ้นมาทันที
"ให้ตายเถอะ......"
เฉินเป่ยพยายามจะสูดลมเย็นๆ เข้าปอด หลีชิงเยียนกำลังจะทำให้เขาทำความผิด!
เฉินเป่ยไม่เข้าใจ หลีชิงเยียนปลดเข็มขัดของผู้ชายกลับเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายขนาดนี้ แม้กระทั่งทำให้เฉินเป่ยรู้สึกว่าเธอดูคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้มาก
ยังดีที่ความคิดของเฉินเป่ย หลีชิงเยียนกลับไม่รู้ ถ้าตอนที่หลีชิงเยียนได้สติขึ้นมาก็จะรู้ความคิดของเฉินเป่ย คงจะรู้สึกโมโหและรู้สึกอับอาย เธอต้องตบหน้าเฉินเป่ยแน่นอน แล้วจะก่นด่าอย่างโมโหว่าเขาเป็นผู้ชายโรคจิตที่ไร้ยางอาย และคงจะสรรหาคำพูดทุกอย่าง และอยากจะด่าไอ้ผู้ชายสารเลวคนนี้ให้ตายจนใจจะขาด
แม้กระทั่งหลีชิงเยียนที่มึนเมา ตัวเองก็คงจะนึกถึงไม่ถึง เธอจะทำกับเฉินเป่ยแบบนี้ ก็คือทำในเรื่องที่น่าอับอาย ต่อให้ตัวเองฝันไปก็คงไม่กล้าคิดว่าจะทำเรื่องแบบนี้!
ช่วงเวลากลางคืนที่เงียบสงบ ตอนที่ไฟดวงสุดท้ายของคฤหาสน์ดับลง ทั้งคฤหาสน์จึงเงียบสงบลงทันที สภาพแวดล้อมโดยรอบก็เต็มไปด้วยความเงียบกริบ มีเพียงเสียงนกเสียงแมลงที่ส่งเสียง และก็ยังมีเสียงอันน่าแปลกที่ส่งออกจากห้องนอนของเฉินเป่ย
.......
เช้าวันที่สอง หลีชิงเยียนลืมตาคู่สวยขึ้น ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
สภาพแวดล้อมรอบๆ ทุกอย่างดูเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เป็นสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากปกติที่เธอตื่นนอนมาอย่างสิ้นเชิง
"นี่......" ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนเคล้าความสงสัย จู่ๆ เธอก็หมุนหัวของตัวเอง ก็เห็นเรือนร่างที่กำยำที่กำลังหันหลังให้เธอ
เรือนร่างนั้นเธอรู้สึกคุ้นเคยมาก ทว่าตอนนี้กลับเปลือยกายอยู่ และกำลังห่มผ้านอนหลับอย่างสนิท
ทว่าตอนที่เธอนึกขึ้นได้ ม่านตาคู่สวยของเธอจึงหดลงทันที จากนั้นเธอก็กวาดสายตามองไปทั้งสี่ทิศ สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึง!