ตอนที่ 154
บทที่ 154 ทดสอบความซื่อสัตย์!
October 28, 2026
บทที่ 154 ทดสอบความซื่อสัตย์!
ห้องนอนของหลีชิงเยียนใหญ่มาก ท่านประธานเทพธิดานั้นรักความสะอาดเป็นอย่างมาก โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะคอมพิวเตอร์ต่างเก็บกวาดทำความสะอาดเอี่ยม ขนาดฝุ่นละอองยังไม่มี
เฉินเป่ยมีความสงสัยในตัวห้องนอนของหลีชิงเยียนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะเข้ามาหลายครั้งแล้ว แต่ว่าไม่เคยสำรวจจริงๆ จังๆ มาก่อนเลย
ใครจะคิดเล่า ว่าซูเสี่ยวหยุนจะสร้างโอกาสที่ดีให้กับเขาแบบนี้ได้
เวลานั้นหลีชิงเยียนนั่งอยู่ขอบเตียง พร้อมทั้งมองออกนอกหน้าต่าง แสดงจันทร์นวลผ่องสาดแสงไปทั่วท้องนภา บางส่วนก็สาดส่องมาที่ใบหน้างดงามรูปนี้ ภาพที่สงบนิ่ง มันทำให้อาการโมโหกระฟัดกระเฟียดของเธอนั้นสงบลงมาได้
ด้านนอกห้องนอน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา เฉินเป่ยผลักประตูเข้ามา สายตากวาดตามองในห้องรอบๆ จนสุดท้ายสายตาของเขาก็เอาแต่จ้องมองที่ตัวของหลีชิงเยียน
“ท่านประธานหลี ผมมาดูคุณ” เฉินเป่ยพูด
หลีชิงเยียนหันหลังให้เฉินเป่ย เมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินเป่ยพูดออกมานั้น ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ให้แทน “มาดูฉัน? เกรงว่าคงไม่ได้มาดูฉันแบบปกติธรรมดาละมั้ง?”
“เอ่อ...” เฉินเป่ยหน้าแดง พร้อมทั้งเขินอาย การที่ถูกหลีชิงเยียนจับได้แถมพูดตรงๆ ซะขนาดนี้ มันทำให้เขาหน้าแหกทันที
“คุณรีบขึ้นเตียงเถอะ” หลีชิงเยียนไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป แอบถอนหายใจเงียบ และพูดขึ้นมาเอง
“หืม?” เฉินเป่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ แถมยังทำสีหน้าตื่นเต้นแบบแปลกประหลาด สีหน้าที่เหมือนไม่อยากจะเชื่อ
เขาไม่คิดว่า ทั้งหมดมันมาเร็วมาก อยู่ดีๆ ก็มาแบบพรวดพราด เขายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย!
เดิมเขาคิดว่า จะมีความรู้สึกขึ้นมาจากนั้นก็จะเริ่มบรรเลงเพลงรักกัน แต่คำพูดของหลีชิงเยียน มันทำให้เขาไม่สามารถรับความรู้สึกนั้นได้
ดวงตางดงามหลีชิงเยียนจ้องเขาตาเขม็ง พร้อมทั้งพูดเสียงแข็ง “ทำไม? ยังต้องให้ฉันขอร้องให้คุณขึ้นเตียงอีกไหม?”
“เปล่านี่” เมื่อเห็นสีหน้าดำคร่ำเครียดของหลีชิงเยียนแล้ว จนกลายเป็นหน้าตาที่ดูไม่ได้ เฉินเป่ยได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆ ให้ “ผมแค่ล้อเล่น อยู่ดีๆ จะขึ้นเตียงกับคุณได้อย่างไร... ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอไง?”
ดวงตางดงามจ้องเฉินเป่ยตาเขม็ง พร้อมทั้งพูดเสียงแข็งอย่างอารมณ์ไม่ดี คำพูดที่เฉินเป่ยพูดออกมานั้นมันจอมปลอมทั้งเพ สำหรับเฉินเป่ยแล้วเธอไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไหร่ เสื้อผ้าของตนเอง เขาก็เคยถอดมาแล้วตั้งหลายครั้ง แหมยังจะหน้าด้านพูดออกมาได้อีก!
บรรยากาศนิ่งเงียบผิดปกติ ความเงียบสงบนั้นมีความเก้อเขินแทรกอยู่ด้วย หลีชิงเยียนลูบจมูกไปมา ภายในห้องนอนของหลีชิงเยียนนั้น เขาเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆ นั่งไม่ติด จนสุดท้ายทำได้แค่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น
ท่าทางของเฉินเป่ยนั้น ถ้าให้ชิงเหยียนมาเห็นเข้าแล้ว คงจะอ้าปากค้าง ไม่มีใครคิด ว่าผู้ลึกลับที่เคยสั่นสะเทือนวงการในต่างประเทศนั้น ในเวลานี้ทำได้แค่นั่งคุกเข่าเขินอายอยู่ที่พื้นห้องแบบนี้!
ด้วยท่าทางของเฉินเป่ยแบบนี้ ถูกพวกนักเลงตัวพ่อพวกนั้นมาเห็นเข้า คงตกใจจนตาถลนจนเกือบจะร่วงหล่นกับพื้น!
พวกขุนศึกทางทหารของต่างประเทศพวกนั้น ต่างถูกเฉินเป่ยพิชิตมาทุกคนแล้ว จนไม่สามารถลืมได้ว่า เคยมีคนอยู่คนหนึ่ง ท่ามกลางห่าลูกกระสุนปืนที่ตกมาอย่างกับฝน ความอันตรายที่เกี่ยวพันกันอย่างหนาแน่นขนาดนั้น กลับเดินทอดน่องอย่างสบายใจ แถมสีหน้ายังคงไม่แยแสสิ่งใด
แต่ตอนนี้ คนคนนี้กลับมาถูกผู้หญิงคนหนึ่งพูดแค่สองสามคำ แถมเครียดจนลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นแทน!
เรื่องที่ทำให้คนอื่นตกใจนั้น จะไม่มีทางให้ทุกคนที่อยู่ต่างประเทศนั้นเชื่อ!
ส่วนสีหน้าของเฉินเป่ยที่ปกติเอามากๆ นั้น เขามองความรู้สึกลึกๆ ที่อยู่ในแววตาของหลีชิงเยียน จนทอประกายความหมายความทะนุถนอมเอาใจขึ้นมา
“คุณมีหรือไม่ ใจคุณไม่ยับยั้งเอาไว้เลยเหรอ?” หลีชิงเยียนพูดเสียงแข็ง ถามกลับ
หลังจากนั้นห้านาที เฉินเป่ยก็เดินออกจากห้องนอนอย่างเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ฉันอุตส่าห์สร้างโอกาสดีๆ ให้แกแล้ว แกก็ไม่คว้ามันไว้” ประตู มีเรือนร่างเพรียวระหงยืนเท้าเอว แล้วจ้องมองมาที่เฉินเป่ย เขามองไปที่ซูเสี่ยวหยุนที่ทำหน้าไม่พออกพอใจอยู่แล้วยิ้มให้ “พี่ซู ผมจะทำอะไรได้... ชิงเยียนโมโหหนักขนาดนั้น ผู้ชายตั้งมากมายใช้ทุกวิถีทางต่างไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ถือว่าผมโชคดีมากแล้วแหละ”
เฉินเป่ยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้ เพื่ออยากจะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน
ซูเสี่ยวหยุนหัวเราะให้แทน แล้วเดินมาตรงหน้าของเฉินเป่ย ร่างกายที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งนั้นมีกลิ่นหอมจาง ๆ เตะเข้าโพรงจมูกของเฉินเป่ย มันทำให้หัวใจของเขากระเจิดกระเจิง
คิ้วโก่งยาวของซูเสี่ยวหยุนขมวดเข้าหากัน นิ้วเรียวงามชี้มาที่หน้าผากของเขา แล้วเอ่ยปากพูด “แกกับคนอื่นเอามาเปรียบเทียบได้ไหม แกเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเสี่ยวเยียนนะ แถมจดทะเบียนแล้วด้วย มีกฎหมายรับรอง ส่วนบรรดาผู้ชายที่คอยมาวนเวียนอยู่รอบตัวของเสี่ยวเยียนนั้น ต่างไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้”
“แต่แกวันๆ อยู่ข้างกายเสี่ยวเยียน ยังไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้เลย ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะไปซื้อเต้าหู้แช่เย็นแข็งๆ เอามาทุบหัวให้ตายไปแล้ว” ดวงตาของซูเสี่ยวหยุนโมโหเกรี้ยวกราด ส่วนน้ำเสียงนั้นแข็งกร้าวจนเสียงแข็งกว่าเหล็กไปแล้ว
เฉินเป่ยได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆ และอธิบายกลับ “พี่ซู เรื่องพรรค์นี้ ไม่สามารถรีบร้อนได้ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน...นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”
“แก...” ยังไม่ทันให้ซูเสี่ยวหยุนพูดอะไรต่อ เฉินเป่ยก็เดินคอตกกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง
ซูเสี่ยวหยุนจ้องมองแผ่นหลังของเฉินเป่ย มุมปากแดงที่ฉีกยิ้มอย่างงดงามนั้น กลับแอบเม้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามีความอิจฉาแทรกอยู่ด้วย
ถ้าเฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนอยู่ตรงนี่ด้วย ต้องไม่เข้าใจว่าซูเสี่ยวหยุนคิดยังไงแน่ ตนเองเป็นคนสร้างโอกาสให้เฉินเป่ยแท้ๆ แต่กลับอิจฉาเอาเองก็ได้ด้วย
ความจริงแล้ว มันเป็นการทดสอบของซูเสี่ยวหยุนเท่านั้นแหละ ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างหลีชิงเยียนกับเฉินเป่ย เธอนั้นยืนอยู่หน้าห้องของหลีชิงเยียนอยู่ตลอดเวลา มาแอบฟังที่สองคนนั้นคุยกันตอนอยู่ในห้อง
เธอไม่คิดเลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนจะพัฒนาได้สนิทกันแนบชิดขึ้น