ตอนที่ 257
บทที่ 257 แกก็คู่ควรหรอ?
October 28, 2026
บทที่ 257 แกก็คู่ควรหรอ?
จางเสี้ยวเทียนฝันก็ไม่เคยนึกถึง หลีชิงเยียนจะมาจากที่แดนไกล แล้วมาจากบริษัทที่หู้ไห่อย่างเร่งรีบ แล้วกลายเป็นตัวแทนของบริษัทมาเจอกันเขา
เขาไม่เคยรู้จักหลีชิงเยียนมาก่อน เยี่ยนจิงกับหู้ไห่ห่างอย่างไกลอย่างมาก ถึงแม้เขาก็คือหนึ่งในบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ทว่าบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปนั้นใหญ่เพียงใด เขาเป็นเพียงประธานบริษัทย่อยที่เยี่ยนจิงคนหนึ่ง ถ้าเทียบกับความสำคัญของบริษัทย่อยอื่นๆ บริษัทย่อยเยี่ยนจิงมีความเป็นอยู่ในการแก่งแย่งกันภายในเหล่าคณะกรรมการ ก็เทียบไม่ได้กับบริษัทย่อยอื่นๆ ที่จะได้รับการให้ความสำคัญขนาดนั้น
เขาคือผลิตผลที่ทำให้ภายในเหล่าคณะกรรมการเกิดปัญหาภายใน เขาไม่เคยคิดจะเข้าใจในสถานการณ์ของสำนักงานใหญ่หู้ไห่ และยิ่งไม่เคยไปทำงานที่สำนักงานใหญ่แห่งหู้ไห่
เขาเป็นคนที่สะสางงานอย่างปลิ้นปล้อน และรู้ดีอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการให้เขาเป็นท่านประธานในบริษัทย่อยเยี่ยนจิงนี้เพราะว่าอะไร จึงทำเรื่องที่ตัวเองสมควรทำได้อย่างสบายใจ
เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงต่างๆ ทั้งวงการธุรกิจเยี่ยนจิง มีผู้อาวุโสนับไม่ถ้วนที่รู้ชื่อของเขา และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา
เขาพึ่งพาอาศัยบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปเป็นภูมิหลังให้เขาใช้ชีวิตอย่างราบรื่น ทว่าเขาไม่เคยคิดว่า มีวันหนึ่ง ที่ความยากลำบากมาเยือนที่เขาแบบนี้!
บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปต้องมีสักวัน ที่จะต้องบังเกิด และจะเก็บทุกอย่างคืนไป!
ส่วนการปรากฏของหลีชิงเยียน ก็คือการลงโทษอย่างหนักหน่วงของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป!
ความรู้สึกที่อยู่เหนือกว่าผู้อื่นของจางเสี้ยวเทียนที่ชอบมองคนจากที่สูงก็พังทลายไป เรือนร่างของเขาสั่นเทา แผ่นหลังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นอันเลือดเย็น!
เขาทำงานอย่างปลิ้นปล้อน ดังนั้นเขาก็รู้ ครั้งนี้ผลที่ตามมาขัดแย้งกับหลีชิงเยียน!
นี่เป็นตั้งลูกสาวของท่านประธาน! เมื่อกี้ตัวเองกลับทำทีท่าแบบนั้นกับลูกสาวท่านประธาน......จางเสี้ยวเทียนทำสีหน้าที่ขาวซีด เขารู้ดี จุดจบของตัวเอง ก็คือต้องตาย!
เขาเข้าใจที่ก่อนหน้านี้ได้สร้างความท้าทายและพฤติกรรมชู้สาวที่ไม่รู้จักกลัวกับหลีชิงเยียน......ภายในใจของเขาสั่นเทา แล้วสายตาที่มองหลีชิงเยียน ก็เคล้าด้วยความหวาดกลัว!
ตอนนั้น หลีชิงเยียนยืนอยู่ตรงหน้าเขา ทั้งเรือนร่างก็แผ่ซ่านความเสน่ห์ออกมาอย่างมาก ทว่าหลีชิงเยียนมองเขาด้วยสายตาที่เลือดเย็น เลือดเย็นเหมือนกำลังมองศพๆ หนึ่ง และคนตายคนหนึ่ง!
ส่วนรปภ.เหล่านั้นที่ล้มและลุกไม่ขึ้นก็ตกตะลึง พวกเขามองจางเสี้ยวเทียนคุกเข่าและกำลังขอร้องให้อภัยอย่างอึ้งทึ่ง สีหน้าเคล้าด้วยความตะลึงงัน!
จางเสี้ยวเทียนเป็นตั้งท่านประธานของสำนักงานย่อยของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป.......ปกติเป็นคนที่น่ายำเกรง ใครจะกล้าผิดใจกับเขา ทว่าตอนนี้ จางเสี้ยวเทียนกลับคุกเข่าขอให้อภัยต่อหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง!
เมื่อครู่นี้จางเสี้ยวเทียนยังหัวเราะเสียงดังอย่างหยิ่งยโสและได้ใจ สุดท้ายตอนนี้ทุกอย่างกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดคิดไม่ถึง ผู้หญิงคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม เสน่ห์บนเรือนร่างทั้งเลือดเย็นทั้งลึกลับ มีเสน่ห์อย่างหนึ่งที่พูดไม่ออก และจางเสี้ยวเทียน เหมือนดั่งสุนัขไร้บ้าน แค่ขอร้องด้วยความน่าสงสาร!
"ไม่รู้จะเป็นหรือตาย" และในตอนนี้ เฉินเป่ยกระตุกมุมปากให้เป็นทรงโค้ง แล้วเย้ยหยันขึ้น
"ได้ยินว่าแกอยากจะให้เราจมลงใต้แม่น้ำไม่ใช่หรอ? แกก็คู่ควรด้วยหรอ? " เฉินเป่ยยิ้มอย่างเหยียดหยาม เท้าข้างหนึ่งก้าวออกไป และกำลังจู่โจม จนทำให้จางเสี้ยวเทียนถูกเตะจนกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง!
การเตะครั้งนี้ของเฉินเป่ยนั้นว่องไวมาก จางเสี้ยวเทียนกลับปลิวออกไป เหมือนดั่งว่าวที่ขาดจากเชือก และกระแทกลงบนกำแพงของออฟฟิศแรงๆ
การเตะครั้งนี้ ทำให้ทั้งออฟฟิศสั่นสะเทือนหลายที หลีชิงเยียนทำสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นของซูเหลยก็ดูเกร็ง
จางเสี้ยวเทียนจู่โจมตรงฝาผนังออฟฟิศ ฝ่าผนังออฟฟิศเกิดเสียงสะท้อนแก๊กๆ
แรงของการจู่โจมครั้งนี้ของจางเสี้ยวเทียนนั้นใหญ่เกินไป และทำให้หลีชิงเยียนและซูเหลยตกตะลึง นั่นก็คือกำลังของเฉินเป่ย
เท้าที่เตะออกข้างนั้นในเมื่อครู่นี้ ความเร็วของเฉินเป่ยแม้จะว่องไว ทว่าสีหน้าของเขากลับดูชิว ไม่เหมือนใช้แรงเยอะมาก
ทว่า จางเสี้ยวเทียนกลับน่าเวทนาเกินกว่าที่จะทนดูได้ และเป็นจุดจบที่ไม่อาจทนดูต่อไปได้!
"นี่เป็นบทเรียนอย่างหนึ่ง ครั้งหน้า ฉันจะไม่เกรงใจขนาดนี้แล้ว" เฉินเป่ยพูดด้วยเสียงเรียบ แล้วหันหลังจากไป
และจางเสี้ยวเทียนก็จมูกเขียวช้ำและหน้าบวม เฉินเป่ยลงมืออย่างไม่เกรงใจ ทำให้เขาเหมือนดั่งหัวหมู
ภายในใจของเขากำลังก่นด่าอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสีหน้ากลับไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมาเลย
เขาไม่กล้ามีความไม่พอใจอะไร แค่สามารถทำให้หลีชิงเยียนได้หายโกรธหน่อย ต่อให้ต้องทนกับความทุกข์อะไรก็ได้......ไหนๆ การลงโทษของคณะกรรมการก็ย่อมน่ากลัวกว่าหลีชิงเยียนเยอะ เขาไม่อยากทนกับความทรมานแบบนั้น!
นัยน์ตาของหลีชิงเยียนจับจ้องไปยังเรือนร่างของจางเสี้ยวเทียนที่ตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาเกินกว่าจะทนดู ผ่านไปสักพัก เธอก็พูดด้วยเสียงเข้ม แล้วพูดขึ้น "จางเสี้ยวเทียน ฉันเป็นตัวแทนบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ ไล่แกออก ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของแก ฉันจะรายงานกับสำนักงานใหญ่ตามความจริง"
จางเสี้ยวเทียนทำสีหน้าที่เปลี่ยนไป แล้วกลายเป็นสีหน้าที่ขาวซีด
หลีชิงเยียนมีสิทธิ์จะไล่จางเสี้ยวเทียนออกไหม? ตามฐานะที่เธอเป็นท่านประธานบริษัท แน่นอนว่าไม่มี การเป็นประธานเหมือนกัน เธอกับจางเสี้ยวเทียนนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เท่าเทียมกัน
ทว่าหลีชิงเยียนเป็นลูกสาวของหลีหยาง การคุยโทรศัพท์เมื่อกี้นี้ หลีชิงเยียนโทรหาหลีหยาง......นี่ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหลีชิงเยียนเป็นคนพูดแทนหลีหยาง!
คำพูดของหลีชิงเยียน ส่วนมากก็หมายถึงความหมายของหลีหยาง
จางเสี้ยวเทียนทำสีหน้าที่หม่นหมอง และตอนนี้ หลีชิงเยียนพวกเขาสามคน ก็หันหลังแล้วเดินออกจากออฟฟิศแล้ว
นอกออฟฟิศ รปภ.เหล่านั้นที่ขวางประตู แน่นอนว่าได้ยินการเคลื่อนไหวในออฟฟิศเมื่อกี้นี้แล้ว นัยน์ตาแต่ละคู่จับจ้องไปยังหลีชิงเยียน ไม่มีใครกล้าไปขวางพวกเขา!
นัยน์ตาแต่ละคู่สอดแทรกไปด้วยความตกตะลึง ความคาดคิดไม่ถึง และความซับซ้อน.......แม้กระทั่งท่านประธานจางเสี้ยวเทียนยังคุกเข่าลง......พวกเขาใครจะกล้าขวาง?!