ตอนที่ 316
บทที่ 316 โมโหจนกระอักเลือด!
October 28, 2026
บทที่ 316 โมโหจนกระอักเลือด!
ทั้งงาน...ต่างเงียบกริบ เงียบจนทำให้คนรู้สึกเสียวสันหลังตาม ใจสั่นกันเป็นแถว
แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ต่างเงียบปากอย่างเชื่อฟัง หลีชิงเยียนที่อยู่ด้านหลังของเฉินเป่ย ตกใจจริงๆ จนเงียบขรึมลงไปทันที
จางเป่าเฉิงที่ยืนอยู่ข้างกายเฉินเป่ย ทำหน้าอึ้ง เขายืนมองหยกสือหวงก้อนนั้นอย่างเซ่อซ่า ด้วยความตะลึงพรึงเพริด
ผ่านไปสักพักใหญ่ เขาถึงได้หลุดจากภวังค์...หยกสือหวง.....เขาได้เห็นสักครั้งในงานเช่นนี้...ถือว่าตายตาหลับแล้ว!
หยกสือหวง เป็นหยกที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานในการสำรวจ เคยเจออยู่หลายครั้ง...ทุกก้อน ต่างเป็นเครื่องประดับที่หาได้ยากมาก
ในสมัยโบราณ ฮ่องเต้ทุกพระองค์ ต้องให้คนออกไปเสาะแสวงหาหยกสือหวงมากมายนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยากที่จะได้เจอสักครั้ง...ทว่าตอนนี้ คนที่ตนเองหัวเราะเยาะก่อนหน้านี้ว่าแต่ตัวไม่ถูกกาลเทศะ ดันมีหยกสือหวงอยู่ในครอบครองไปซะได้!
สายตาทุกคนต่างจับจ้องมองมาที่เฉินเป่ย พร้อมทั้งความรู้สึกตกใจอย่างแข็งกล้า จนกระทั่งมีบุคคลสำคัญมากมาย เริ่มสอบถามประวัติความเป็นมาของเฉินเป่ยกันแล้ว
แขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่อยู่ในเหตุการณ์ มีอยู่หลายคนที่เชื่อว่า เฉินเป่ยโชคช่างเข้าข้างขนาดนี้เลยเหรอไง?
เริ่มแรกก็มีทับทิมที่มูลค่าอย่างโดดเด่น พอมาครั้งที่สองก็เป็นหยกสือหวงออกมา... ความโชคช่วยขนาดนี้ ถึงแม้ว่าถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้!
อวี้ย้งเซวียนมองมองทางเฉินเป่ย เฉินเป่ยมองมาที่หยกสือหวงชิ้นนี้ สีอ่อนๆ ดูน่าสนใจ ด้วยท่าทางปกติไม่มีท่าทางแปลกใจออกมาเลยสักนิด ราวกับรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามันคือหยกสือหวง แถมไม่มีอาการตื่นเต้นแสดงออกมาให้เห็นสักนิด
อวี้ย้งเซวียนขาสั่นอ่อนปวกเปียก...เขามองมาที่เฉินเป่ย พร้อมทั้งพยายามเก็บความรู้สึกตกใจเอาใจ พร้อมทั้งถามกลับ “ทำไมมึงถึง เปิดหยกสือหวงชิ้นนี้ออกมาได้ล่ะ?”
น้ำเสียงของอวี้ย้งเซวียนซ่อนความรู้สึกแกมขอร้องออกมา แต่เฉินเป่ยเหล่ตามองเขาแทน ทั้งสองคนสบตากัน นาทีต่อมา เฉินเป่ยเอ่ยปากออกมา “ยังจะมีอะไรได้ล่ะ โชคดีเท่านั้นเอง”
อวี้ย้งเซวียนทำสีหน้าตึงเครียด ราวกับคิดได้ว่า ...โชคดี..นี่เป็นความรู้สึกของเขาที่กำลังถากถางเฉินเป่ยก่อนหน้านี้ ตอนนี้ นี่กลายมาเป็นสิ่งที่เฉินเป่ยพูดตบหน้าเขาอย่างจัง
“โชคดี...” จางเป่าเฉิงได้ยินที่เฉินเป่ยอธิบายออกมาทุเรศแบบนี้จนถึงกับหมดคำพูด แค่ครั้งเดียวถือว่าแกโชคดี..แต่ไอ้หมอนี่มันสองครั้งติดแล้ว...ปากยังพูดว่าโชคดีได้ขนาดนี้เหรอไง?! เรื่องเหี้ยๆ ชัดๆ!
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่” เฉินเป่ยพูดออกมา จนทำให้สีหน้าของอวี้ย้งเซวียนดูไม่ได้อย่างที่สุด หินหยาบที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไนทั้งสองชิ้น จนทำให้ความโดดเด่นตัวหินหยาบทั้งสี่ชิ้นของอวี้ย้งเซวียนหมดราคาไปทันที!
อวี้ย้งเซวียนจ้องมองเฉินเป่ยตาแข็งกร้าว ในใจของเขามีความสงสัยอย่างแรงกล้า...หรือว่า ไอ้หมอนี่มันเข้าใจในหลักการการพนันเพชรพลอย?
ทว่าไม่ใช่อวี้ย้งเซวียนคิดแค่คนเดียว แขกร่วมงานหลายคน รวมทั้งจางเป่าเฉิง ก็คิด
แต่ว่าความคิดของเขาเช่นนี้ก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีคนคิดว่าวิธีคิดเช่นนี้จะเป็นความจริง.. เพราะยังไงทุกคนต่างเห็นเต็มสองตา... ตอนที่เฉินเป่ยเลือกหินหยาบที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนอยู่นั้น ก็แค่มองปุ๊บแล้วเลือกปั๊บ..แทบไม่ได้เลือกพิถีพิถันอะไรเลย แล้วจะเลือกวัสดุที่มีมูลค่าได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
เวลานั้นเอง ฉีซิ่นหัวเราะดังลั่น “เกมพลิกแล้ว ...มันเป็นหยกจักรพรรดิมังกร!”
คำพูดของฉีซิ่นดึงสติทุกคนให้กลับมา สายตาต่างมองออกไป เมื่อเห็นว่าฉีซิ่นเอาหินหยาบที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนชิ้นสุดท้ายออกมา พร้อมทั้งเสียงหัวเราะอันแหบพร่า เสียงดังจนทะลุเข้าโสตประสาททุกคน
“หยกจักรพรรดิมังกร?! หยกชิ้นนี้ก็เอาออกมาเหรอ พระเจ้า การพนันเพชรพลอยในครั้งนี้มันเกิดอะไรขึ้น?!”
“ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม ถึงขั้นเอาหยกจักรพรรดิมังกรออกมาเลยเหรอ หยกที่เหมือนจะไม่ปรากฏให้เห็นแล้วโผล่ออกมาในเวลานี้ได้!”
ตกตะลึง ตกใจจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา อวี้ย้งเซวียนตกใจ สีหน้ายินดีอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งมองมาทางเฉินเป่ย พร้อมทั้งเอ่ยปากพูดอย่างได้ใจ
“ฮ่าๆๆ ..หยกสือหวงก็แค่นั้น ของฉันนี่เป็นถึงหยกจักรพรรดิมังกร หายากกว่าของมึงตั้งเยอะ!”
“มึงจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน การเดิมพันด้วยชีวิต มึงนี่มันปลาตายน้ำตื้นชัดๆ!” อวี้ย้งเซวียนแสยะยิ้มออกมา พร้อมทั้งทำสีหน้าได้ใจอย่างเต็มที่
“หยกจักรพรรดิมังกร…พวกเราแพ้แล้ว!” จางเป่าเฉิงที่ยืนอยู่ข้างกายเฉินเป่ย มองไปทางหินหยาบ สีหน้าสลดจนซีดเผือดลงทันที หัวใจหนาวเหน็บ สีหน้าหมดความหวังอีกแล้ว!
ด้วยเหตุที่จางเป่าเฉิงเป็นหัวหน้าของสมาคมการพนันเพชรพลอย ถึงได้รู้ราคามูลค่าและน้ำหนักของหยกจักรพรรดิมังกรเป็นอย่างดี!
“ชีวิตของมึง เป็นของฉัน...” อวี้ย้งเซวียนทำเสียงเข้มใส่ เขาในเวลานี้ ราวกับว่ากลายเป็นมัจจุราชที่สามารถมาขีดเส้นความเป็นความตายของเฉินเป่ยได้!
เขาวางใจไปได้ว่า ในการพนันท่ามกลางความเป็นความตายนี้... เฉินเป่ยไม่มีโอกาสใดๆ ในการพลิกเกมไปได้!
“จะรีบร้อนไปไหนกัน?” เฉินเป่ยเหล่ตามองจางเป่าเฉิงอยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็เงยศีรษะมองไปทางอวี้ย้งเซวียน พร้อมทั้งกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “หยกจักรพรรดิมังกร…ดูแล้วมันช่างสุดยอดจริงๆ เลย....”
อวี้ย้งเซวียนกล่าวเสียงแข็ง “ไอ้คนบ้านนอกอย่างมึงย่อมไม่เคยได้ยินมาก่อนอยู่แล้ว ด้วยอันดับของหยกจักรพรรดิมังกร ย่อมอยู่เหนือกว่าหยกสือหวงชิ้นนั้นของมึงอีก!”
“ฟู่” เฉินเป่ยพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวงกลม มุมปากแสยะยิ้มออกมา พลันมองไปทางหินหยาบที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนก้อนที่อยู่ลำดับสุดท้าย
ตอนที่สายตาของเฉินเป่ยมองไปทางนั้น หินหยาบก้อนสุดท้ายนั่นแค่ตัดลงไปครั้งเดียว ก็ถูกตัดออกแล้ว
ประกายสีฟ้าดั่งสายน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับ ฉายแสงออกมา จนส่องกระทบกับใบหน้าของอวี้ย้งเซวียนและฉีซิ่น
ดวงตาของอวี้ย้งเซวียกระตุกเล็กน้อย เมื่อเห็นหินหยาบก้อนนั้นได้ตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงได้วางใจ พร้อมทั้งหัวเราะร่า “ก็แค่แซฟไฟร์ก้อนหนึ่ง ยังเทียบทับทิมไม่ได้เลย เฉินเป่ย มึงแพ้แล้ว!”
อวี้ย้งเซวียนไม่ได้ทำหน้าสลดเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ตอนที่มองมาทางเฉินเป่ย ทั้งแสดงอาการเยาะเย้ยและหัวเราะยกใหญ่ “ความโชคดีของมึงล่ะ โชคเข้าข้างมึงมากอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมันไม่ได้ผลไปซะแล้วล่ะ?”
“ไอ้โง่” เฉินเป่ยพูดลอยๆ พร้อมทั้งมองมาทางอวี้ย้งเซวียนอย่างดูถูกอยู่แวบหนึ่ง พลันพูดต่อ “ตามึงบอดหรือไงวะ?”
“ก็อีแค่แซฟไฟร์ก้อนหนึ่ง ยังจะก่อเรื่องห่าอะไรให้มันวุ่นวายอีก” ฉีซิ่นหัวเราะอย่างเย็นชาใส่
เฉินเป่ยกวาดตามองอวี้ย้งเซวียนและฉีซิ่นอยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็พูดโพล่งๆ ออกมา “ไอ้โง่สองตัวตาบอดทั้งคู่”