ตอนที่ 318
บทที่ 318 เจ้าแม่เทพธิดาไลฟ์สด!
October 28, 2026
บทที่ 318 เจ้าแม่เทพธิดาไลฟ์สด!
“พรวด!”
อวี้ย้งเซวียนกระอักเลือดสดๆ ออกมาจากปาก บนพื้นพรมมีแต่รอยเลือดสดๆ เลือดสดกลิ่นคาวคลุ้งไหลเปรอะเปื้อนเสื้อ หยดมาโดนเสื้อลำลองตัวยาวสีขาวที่ตัดเย็บอย่างวิจิตรหรูหราชุดนั้น จนกลายเป็นชุดสีแดงสดไปแทน!
ดวงตาของอวี้ย้งเซวียนแสดงอาการไม่พอใจอย่างแรงกล้า!
เขาไม่ยอม! เขาไม่ยินดีด้วย! ถึงยังไงเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องมันจะพลิกแพลงจนเกิดเรื่องเช่นนี้ ขึ้นได้!
ราวกับสวรรค์จงใจเล่นตลกกับเขาอยู่!
“จิง...คือใครเหรอ?” หลีชิงเยียนมองมาที่ซูเหลย ถึงแม้ว่าเธอเองจะเป็นคนเยี่ยนจิงก็ตาม ทว่าในทางความหมายยังไม่นับ อย่างมากสุดก็ถือว่าเป็นคนเยี่ยนจิงอยู่ครึ่งหนึ่ง อีกอย่างแม้ว่าตำแหน่งของเธอจะเป็นประธานบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ยังห่างไกลวงการบุคคลสำคัญไปอีกขั้น ดังนั้นย่อมไม่เข้าใจในสถานะของจิงอยู่แล้ว
ส่วนซูเหลยนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมา...แม้ว่าเธอเองก็เติบโตมาจากหน่วยลับพิเศษ แต่ตำแหน่งของเธอก็แค่ทหารชั้นประทวนธรรมดา...ทำงานเพื่อภารกิจยอมตายในหน้าที่ ดังนั้นเคยได้ยินชื่อนี้ติดหูมาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ แต่ว่าก็จำอะไรไม่ได้ชัดเจนถนัดความอะไรมากนัก
พวกเธอเองไม่ได้หันไปมองเฉินเป่ย เลยไม่ได้เห็นว่า เฉินเป่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั้น ตอนที่ได้ยินชื่อสมญานามว่าจิงนั้น...ท่าทางดูสับสนและแสดงความความหมายลึกซึ้งบางอย่างจนไม่อาจจะบิดบังเอาไว้ได้
ไม่มีคนสัมผัสได้ถึงดวงตาของเฉินเป่ยที่กำลังมีความสับสนปรากฏขึ้น...ความทรงจำในอดีตปรากฏภาพอยู่ตรงหน้าของเฉินเป่ยในเวลานี้.....
ความวุ่นวายเมื่อหลายปีก่อนของเยี่ยนจิง ความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับจิง....ปรากฏอยู่ในหัวสมองของเฉินเป่ย ชัดเจนมาก! ชัดเจนจนไม่อาจลืมเลือนไปได้!
“เป็นยังไง อยากไปเจอเขาไหมล่ะ?” สีหน้าของลูกน้องคนนั้นเย็นเฉียบ พร้อมทั้งส่งเสียงฮึมฮัมในคอ “กล้าไม่เคารพเจ้านายของฉัน แกก็รนหาที่ตายชัดๆ”
“ไม่ ไม่กล้า...ผู้น้อยไม่กล้าอาจเอื้อมที่จะไม่ให้ความเคารพกับเจ้านายได้อย่างไรเล่า... มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง...แค่เรื่องเข้าใจผิด!” อวี้ย้งเซวียนตัวสั่นสะท้าน พร้อมทั้งรีบกุลีกุจออธิบายจนหน้าซีดเผือด
“ไม่กล้า แต่เมื่อครู่ฉันเหมือนว่าจะมีใครบางคนแสดงท่าทางหยิ่งผยองมากอยู่นะ” เฉินเป่ยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สีหน้าซีดเล็กน้อย
อวี้ย้งเซวียนมองมาทางเฉินเป่ยอยู่แวบหนึ่ง จนแสดงให้เห็นแววตาโกรธเคืองออกมาด้วย...เขาเกลียดมัน ...เกลียดไอ้เฉินเป่ยคนนี้ เกลียดจนอยากจะสับมันเป็นชิ้นๆ แล้วสาวไส้ให้กากิน!
ทว่าในเวลานี้ เขาทำได้เพียงคุกเข่าขอร้องได้เท่านั้น ทายาทตระกูลอวี้ เจ้าพ่อการพันเพชรพลอยขี้หมาอะไร ในสายตาของจิงนั้น...ก็แค่ควันบุหรี่เท่านั้นเอง!
ตำแหน่งของบุคคลสำคัญเช่นนั้น จะมาสนใจไยดีกับตระกูลบ้านๆ อย่างนี้เหรอ?
อวี้ย้งเซวียนเหงื่อแตกพลั่กดั่งห่าฝน ขาสองข้างสั่นสะท้านจนอ่อนแรง พลันเกิดเสียงดังพลั่ก ก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นไปซะแล้ว
ตระกูลอวี้เป็นตระกูลมหาอำนาจในด้านการพนันเพชรพลอยนั่นเรื่องในตระกูลอวี้ แต่ว่า....ก็เป็นเพียงทายาทรุ่นหลังตัวเล็กๆ เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้มากความสามารถก็ตาม” แต่ก็เป็นเพียงบุคคลในสังคมสามัญชนคนทั่วไปเท่านั้นเอง
ส่วนจิงนั้น...เป็นตำนานเล่าสืบทอดกันมา ว่าเป็นเจ้าของเมืองเยี่ยนจิง...ถึงแม้ว่าเอาตระกูลอวี้มาร้อยกว่าครอบครัวก็ตาม ก็ไม่อาจมองได้!
การยั่วยุจิงนั้น...โทษความผิดมหันต์ ย่อมส่งผลกระทบไปถึงคนในตระกูลด้วย
ถึงแม้ว่าอวี้ย้งเซวียนประสบพบเจอในสถานการณ์ใหญ่ๆ มากมายแล้วก็ตาม จนผ่านประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายมากนับครั้งไม่ถ้วน ทว่ายังไม่เคยพบเจอกับบุคคลที่มีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าเช่นจิงแบบนี้มาก่อนเลย?
นี่มันช่างเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ รนหาที่ตายชัดๆ!
“ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่เคยไม่รู้ที่ต่ำที่สูง....เจ้านายท่านนี้ ขอร้องท่านอย่าได้ใส่ใจเลย ข้าน้อยพูดปากเปราะ ต่อไปข้าน้อย จะไม่กล้าอาจเอื้อมอีกแล้ว!”
อวี้ย้งเซวียนกัดฟัน จากนั้นก็เสียงดัง “ตึง ตึง ตึง” ตามมา นั่นเป็นเสียงที่เขาโขกหัวกับพื้นอย่างแรง!
ส่วนกลุ่มคนที่เขาพามาด้วยนั้น ตามคุกเข่าตาม พร้อมทั้งโขกหัวคำนับร้องขอชีวิตกันอย่างพร้อมเพรียงอย่างไม่หยุด
ส่วนลูกน้องคนนั้นได้แต่เงียบขรึมไม่พูดไม่จา จากนั้นสักพัก ถึงได้เงยหน้าขึ้น พลันกวาดตามองทุกคนอยู่แวบหนึ่ง
อวี้ย้งเซวียนโขกหัวจนหัวแตกเลือดไหล เลือดสดไหลจากหน้าผาก เลือดไหลนองเต็มใบหน้าจนมีแต่รอยเลือด เสียงจังหวะการโขกหัวนั้น ช่างทรมานน่าสงสารจนไม่สามารถทนดูได้ไหว!
เขาไม่ได้มีท่าทางหล่อเหลาของเขาก่อนหน้านี้ เขาในเวลานี้ ท่าทางการร้องขอ ช่างน่าสงสารเป็นอย่างมาก
“ไสหัวไปซะ” ลูกน้องของจิงตะคอกใส่ อวี้ย้งเซวียนถึงยอมหยุดโขกหัว พลันมีคนสองคนพุ่งเข้ามาหา พร้อมทั้งประคองอวี้ย้งเซวียน เพื่อให้อวี้ย้งเซวียนออกไปยังบ่อนพนัน
เวลาตามมาติดๆ กลุ่มคนเหล่านั้นก็เดินออกไปอย่างเร่งรีบ ภายในบ่อนนั้น ยังมีบุคคลสำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง สีหน้าตกตะลึง พร้อมทั้งอาการตกใจอย่างเต็มเปี่ยม
เวลานี้พวกเขายังไม่สามารถดึงสติกลับมาได้
หลังจากลูกน้องของจิงกวาดตามองแล้ว ท่าทางสีหน้าอันสงบเสงี่ยมของเขามุ่งหน้าเดินไปยังประตูของบ่อน เพื่อต้องการออกไปจากที่นี่
“คุณผู้ชายท่านนี้ รบกวนหยุดก่อน” เวลานั้นเอง หลีชิงเยียนรีบสาวเท้าวิ่งตามให้ทั้งๆ ที่ใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ พร้อมทั้งเสียงเรียกดังจนเสียงดังชัดเจน
ลูกน้องท่านนั้นหยุดเท้าลง พลางหันมามองหลีชิงเยียนที่วิ่งตามมา
“ขอบพระคุณท่านที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้จริงๆ หากไม่มีท่านแล้วพวกเราคงตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย...ถ้าเป็นไปได้ ดิฉันขอเลี้ยงข้าวท่านสักมื้อเพื่อเป็นการตอบแทนจากใจจริงของดิฉัน” มือเรียวดั่งหยกของหลีชิงเยียนยื่นนามบัตรให้
ลูกน้องคนคนนั้นแค่กวาดตามองอยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็ผลักนามบัตรกลับไป “ฉันก็แค่ทำงานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นเอง ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรเลย”
พูดจบ เขาไม่ได้เก็บนามบัตรเอาไว้ พลันเดินออกไปจากบ่อนอย่างดื้อๆ