ตอนที่ 319
บทที่ 319 ท่านประธานเทพธิดาหึงจนระเบิดอารมณ์!
October 28, 2026
บทที่ 319 ท่านประธานเทพธิดาหึงจนระเบิดอารมณ์!
ห้องชุดเพรสซิเดนเชียล สวีท (Presidential suite) ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง อวี้ย้งเซวียนที่หัวแตกเลือดไหวนองนั่งอยู่บนโซฟา ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
พยาบาลที่ใส่ชุดสีชมพูทั้งตัว พยายามใช้คีมคีบสำลีอย่างระมัดระวัง เพื่อใช้มันทำความสะอาดฆ่าเชื้อให้อวี้ย้งเซวียน
“คุณชายอวี้” ลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
อวี้ย้งเซวียนมองลูกน้องคนนั้น พลันเอ่ยถาม “ตรวจสอบแน่ชัดหรือยัง?”
“ตรวจสอบแน่ชัดแล้ว คนที่คุณเพิ่งเจอมาท่านนั้น น่าจะเป็นลูกน้องของเจ้านายจิง”
ท่าทีการแสดงออกของอวี้ย้งเซวียนเปลี่ยนทันที ใบหน้าแดงแจ๋ขึ้นมา!
เขาจดจำได้อย่างชัดเจน ความทรงจำเมื่อครู่ ถือว่ามันกลายมาเป็นความด่างพร้อยในชีวิตของเขา! จนถึงขั้นเขาไม่ยินยอมกลับไปทบทวนถึงประวัติอันหมองหม่นแย่ๆ ที่สุดอีก!
“น่าไปตายซะ!” อวี้ย้งเซวียนบ่นพึมพำ เขาส่งคนให้ออกไปตรวจสอบประวัติของคนที่พูดออกมาเองว่าเป็นลูกน้องของจิง.... เพราะว่าเขาเกรงว่าเอ๋อตงเฉินจะใช้แผนการอุบาทว์ชาติชั่ว... แต่ว่าเรื่องที่เขาไม่หวังให้เกิดขึ้นดันเกิดขึ้นซะได้...คนคนนั้น ดันเป็นลูกน้องของจิงตัวจริงเสียงจริงซะนี่!
นั่นก็พูดได้ว่า เมื่อครู่คนคนนั้นพูดออกมาก็ไม่มีผิดไปเลย ว่าก่อนหน้านี้จิงก็อยู่ในห้องนั้นจริงๆ!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ สีหน้าของอวี้ย้งเซวียนซีดเผือดหนักกว่าเก่า....เขาใจสั่น หวาดกลัวว่าจิงจะได้ยินในคำพูดที่เขาพูดออกไปก่อนหน้านี้....เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นต้องหนักหนาสาหัสมากจริงๆ!
“เอ๋อตงเฉิน....” อวี้ย้งเซวียนกัดฟัน ท่าทางเจตนาฆ่าคนอย่างเต็มเปี่ยม!
ในเวลานี้เขาพลันนึกถึงเฉินเป่ย จนทำให้แสดงอาการเจตนาในการฆ่าคน!
“แหวะ!”
ทันใดนั้น บริเวณคอหอยของอวี้ย้งเซวียนก็เริ่มตีขึ้นอีกครั้ง พลันกระอักเป็นเลือดสดๆ ไหลออกมา! ดวงตาวูบจนหน้ามืด จนเป็นลมล้มลงไป!
พยาบาลเมื่อเห็นอาการแล้ว สีหน้าตื่นตกใจเป็นอย่างมาก พลันตะโกนให้เสียงดังออกมาด้านนอกห้อง “เร็วเข้า รีบเรียกพยาบาลมาเร็ว คุณชายอวี้โมโหจนกระทบกระเทือนไปถึงจิตใจ จนกระอักออกมาเป็นเลือดแล้วเป็นลมล้มไป!”
………
ยามช่วงดึก ภายในร้านชาบูหม้อไฟที่อยู่ไม่ไกลนักจากการจัดงานการแข่งขันพนันเพชรพลอย เฉินเป่ย หลีชิงเยียน และซูเหลยทั้งสามคน นั่งอยู่ตรงหน้าหม้อไฟอย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กัน
เฉินเป่ยนั่งอยู่ตรงข้ามหลีชิงเยียนและซูเหลย พร้อมทั้งทำท่าออกอาการอึดอัดใจ ตอนแรกเขาก็หน้าด้านอยากจะนั่งอยู่ข้างๆ หลีชิงเยียน แต่หลีชิงเยียนทำหน้าเบื่อหน่ายจนเตะเขามาอยู่ฝ่ายตรงข้ามแทน
ส่วนหลีชิงเยียนกับซูเหลยนั่งด้วยกัน ทั้งสองคนต่างแสดงท่าทีสนิทสนมเหมือนพี่น้องกันจนออกนอกหน้า
เฉินเป่ยจ้องมองคนสองคน พร้อมทั้งจุ่มเนื้อแพะลงหม้อไปหลายคำแล้ว อารมณ์อึดอัดใจจนถึงที่สุด...ทำไมนะตนเองถึงได้เลือกคนอย่างซูเหลยคนนี้ได้นะ...ทั้งๆ ที่ซูเหลยรู้จักหลีชิงเยียนทีหลังเขาอีก แต่ทำไมสองคนเหมือนเป็นคนคนเดียวกันไปได้ล่ะ!
ไม่นาน อาหารสดต่างๆ ที่จัดเรียงอย่างสวยงามก็เสิร์ฟลงบนโต๊ะมากมาย
ดวงตางดงามของหลีชิงเยียนเหล่ตามอง เมื่อเห็นว่าบนหม้อไฟมีน้ำมันพริกสีแดงลอยอยู่ในหม้อ เธอขมวดคิ้ว เธอไม่ชินกับการกินหม้อไฟหมาล่าแบบนี้ ดังนั้นหม้อไฟหม้อนี้เธอเลยไม่ค่อยแตะต้องสักเท่าไหร่
โดยปกติเวลาเลี้ยงข้าวนั้น เรื่องอาหารนั้น เธอจะไปแค่ร้านอาหารฝรั่งหรืออาหารจีนไปเลย
เมื่อเห็นว่าหลีชิงเยียนทำท่าทางกระโตกกระตากไป มุมปากเฉินเป่ยกระดกขึ้นเล็กน้อย พลันเอาเนื้อวัวชิ้นหนึ่งจุ่มและแกว่งลงไปในหม้อน้ำใสที่อยู่ด้านข้างพร้อมทั้งเอาขึ้นมาอย่างขะมักเขม้น ผ่านไปสิบกว่าวินาที เขาก็ช้อนเนื้อขึ้นมา พลันใส่ลงในถ้วยของท่านประธานเทพธิดา
ท่านประธานเทพธิดาตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้าดูตกใจ พลันมองมาทางเฉินเป่ย ดวงตางดงามแสดงอาการแปลกใจออกมา
อีตาหมอนี่ก่อนหน้านี้ถูกตนเองสั่งสอนเตะเป้าเข้าอย่างจังไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้มาปฏิบัติตัวกับตนเองดีขนาดนี้เลยเหรอ?
เฉินเป่ยยิ้มให้เล็กน้อย พร้อมทั้งคอยเตือนอยู่ตลอด “ชิงเยียน รีบกินตอนร้อนๆนะ เนื้อวัวเพิ่งจุ่มได้ที่เลย มันยังนุ่มอยู่ พอมันเย็นแล้วจะไม่อร่อยแล้ว”
หลีชิงเยียนมองมาที่เฉินเป่ยและซูเหลย หลังจากที่สงสัยนานอยู่สักพัก ถึงยอมเอาตะเกียบมาคีบเนื้อวัว พร้อมทั้งเอาเข้าปากอย่างระมัดระวัง
“รสชาติเป็นยังไง?” เฉินเป่ยยิ้มถาม
หลีชิงเยียนชิมรสชาติของเนื้อวัว เธอที่มีเสน่ห์ไปทุกอย่าง ยิ่งตอนกินข้าวแล้วด้วย ยังทรงเสน่ห์เหลือเกิน พร้อมทั้งท่าทางการวางตัวหรูที่เหนือชั้นที่กำลังแสดงให้เห็น ราวกับนางพญาเช่นนั้น
“ก็ธรรมดา” หลีชิงเยียนเอ่ยเสียงสดใส ถึงแม้ว่าท่าทางจะไม่ยอมรับก็ตาม แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูผ่อนคลายลงเยอะ เห็นได้ชัดว่าการที่เฉินเป่ยที่เป็นคนลวกเนื้อวัวให้นั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
“งั้นกินอีกสักชิ้น” เฉินเป่ยเห็นว่าหลีชิงเยียนชอบที่ตนเองคอยลวกเนื้อวัวให้ พลันลวกเพิ่มอีกชิ้น
ความจริงแล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดทั้งๆ ที่มันเป็นการลวกเนื้อวัวเช่นเดียวกัน เมื่อก่อนตนเองก็เคยกิน แต่มันไม่อร่อยเหมือนที่เฉินเป่ยลวกให้เลยสักนิด
ทั้งหมดนี้มันมาจากการใช้เวลาในการจุ่มลวกอย่างแม่นยำ.... เนื้อวัวทุกชิ้น ตอนที่เอาลงไปจุ่มนั้น เฉินเป่ยควบคุมเวลา ช่างแม่นยำเหลือเกิน จนทำให้คนถึงกับตกใจตาม
“ฉันลวกของฉันเองได้” หลีชิงเยียนพูดปฏิเสธไป เธอเหล่ตามองไปรอบๆ จนสังเกตเห็นสายตาทุกคู่ต่างจ้องมองมาทางนี้ แขกในร้านจำนวนมาก เหมือนว่าถูกลักษณะท่าทางอากัปกิริยาของเธอดึงดูดความสนใจ
เฉินเป่ยเบะปากให้นางพญา เพราะว่าปฏิเสธความเอาอกเอาใจของเขา จนทำให้เขาผิดหลังเล็กน้อย
ไม่นาน เฉินเป่ยเหล่ตามอง ก็สังเกตเห็นควันน้ำมันสีแดงที่พวยพุ่งออกมาจากซุปชาบูหม้อไฟหมาล่า พลันชี้ไปที่หม้อ พร้อมทั้งเอ่ยเสียงเบา “ชิงเยียน คุณลองชิมรสชาติชาบูหมาล่าดูสิ มันทั้งแซ่บทั้งอร่อยมาก แล้วเวลากินกับเนื้อวัวยิ่งเป็นคู่ที่เหมาะกันมาก”
หลีชิงเยียนส่ายหน้า ยังคงปฏิเสธอยู่เช่นเดิม “ฉันไม่ชอบ”
ทว่าเมื่อเธอพูดจบ เฉินเป่ยได้ลวกเนื้อวัวในซุปชาบูหม่าล่าพลันเอามาใส่ถ้วยของเธอเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งน้ำเสียงแกมดูถูกนิดๆ จนพูดอย่างเกินเลยไปซะงั้น “ไม่เคยกินแล้วจะพูดออกมาได้ยังไงว่าไม่ชอบอะ?”
“ลองชิมสักหน่อยสิ คุณดูซูเหลยสิเขานั่งกินอยู่ตลอดเลยเนี่ย” เฉินเป่ยพูดเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยน