ตอนที่ 366
บทที่ 366 ร่องรอยมือสังหาร!
October 28, 2026
บทที่ 366 ร่องรอยมือสังหาร!
ทางผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถรับสภาพไว้ได้อีกแล้วถึงตายเขาก็ไม่เชื่อว่า เฉินเป่ยใช้เข็มทองคำเรียวยาวๆ หลายเล่ม ก็สามารถเปลี่ยนลิขิตจากสวรรค์ จนสามารถกระตุ้นระบบภายในของหัวหน้าหลี่ได้!
สำหรับทางการแพทย์ทางตะวันตกแล้ว มันเป็นเรื่องที่เฉกเช่นอาหรับราตรีที่แปลกประหลาดโกหกกันทั้งเพ! ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ตามความจริง!
เฉินเป่ยจ้องมองพวกนักวิชาการอย่างเงียบๆ จากนั้นก็อธิบายไปอย่างง่ายๆ ว่า “ที่คุณคิดเองเออเองว่าเป็นการช่วยชีวิตนั้น มันไม่มีอะไรมากไปกว่าในการช่วยฝังเข็มที่หัวใจและการเต้นของหัวใจเพื่อให้มันความสอดคล้องกัน... หรือว่าคุณคิดว่ามีแค่การแพทย์ทางตะวันตกเท่านั้นที่มีวิธีการในการช่วยชีวิตคนในยามฉุกเฉินเช่นนี้ แล้วทางการแพทย์จีนก็ไม่มีวิธีการแบบนี้งั้นเหรอ?”
“ความสำคัญของวิชาการฝังเข็มทองคำเป็นการปรับร่างกายให้เป็นไปตามธรรมชาติ... แต่ใครบอกคุณเล่าว่าการฝังเข็มทองคำนั้นนอกจากปรับสภาพร่างกายแล้วจะไม่มีประโยชน์อย่างอื่นเลย? หยงฉวน ไป่ฮุ่ย ถานจง เหอกู่ ทั้งหมดนี่เป็นตำแหน่งจุดฝังเข็มของร่างกายมนุษย์ ยามเมื่อคนเราเสียเลือดมาก และอยู่ในสภาวะช็อกจากการเสียเลือด ประโยชน์ของตำแหน่งจุดฝังเข็มเหล่านี้จะกระตุ้นร่างกายมนุษย์... ตัวเข็มทองอื่นอีก 45 เล่มจะคอยช่วยสนับสนุนการฝังเข็มทั้งสี่จุดนี้ ตามที่แพทย์แผนจีนต่างขนานนามว่าลมปราณในร่างกาย ลมปราณถูกปิดกั้นเอาไว้ได้สำเร็จ อาการในการรอดชีวิตของหัวหน้าถูกกระตุ้นขึ้น ย่อมสามารถตื่นขึ้นมาได้” เฉินเป่ยอธิบายด้วยเสียงเรียบเฉย
เฉินเป่ยมองทางผู้เชี่ยวชาญที่สีหน้ากระตุก ท่าทางผงะเล็กน้อย พลันยิ้มให้ “หรือว่าขนาดเรื่องลมปราณพวกนี้คุณก็ยังไม่รู้เรื่องเลยเหรอ?”
ทางผู้เชี่ยวชาญสีหน้าผงะเล็กน้อย จากนั้นเมื่อรู้ตัวพลันส่งเสียงงึมงำในลำคอ พลันเอ่ยออกมา “ฉันย่อมรู้ว่านี่มันคืออะไร ฉันยิ่งรู้มากไปกว่านั้น นี่เป็นทฤษฎีทางการแพทย์แผนจีน แต่ก็ไม่มีผลอะไรสักนิด!”
“ทฤษฎีงั้นเหรอ?” เฉินเป่ยแสยะยิ้ม “การปฏิบัติทั้งหมดโดยอาศัยทฤษฎีเป็นพื้นฐาน...ทฤษฎีคือการยังไม่ได้ปฏิบัติเท่านั้นเอง ใครบอกคุณว่ามันใช้ไม่ได้?”
สีหน้าของผู้เชี่ยวชาญยิ่งดูไม่ได้มากขึ้น เฉินเป่ยกล่าวอย่างปกติ “ขนาดกลอุบายฉ้อฉลของแกยังอธิบายไม่ถูกต้องเลย แต่ดันมาโกหกหน้าตายพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะ.... คุณภาพประเภทอย่างแก สมควรแล้วเหรอกับการที่ใครต่อใครต่างเรียกแกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญวงการแพทย์มือฉกาจอันดับต้นๆ ของเมืองหู้ไห่ พวกแกถามใจตัวเองกันแล้วหรือใจ ว่าพวกแกคู่ควรกับคำพูดนั้นไหม?”
เฉินเป่ยสาวเท้ายาวเดินมุ่งหน้าไปทางผู้เชี่ยวชาญ...ทุกก้าว มันยิ่งทำให้อารมณ์โกรธเคืองของเฉินเป่ยพลุ่งพล่านเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ... ยามเมื่อฝ่าเท้าเหยียบย่ำลงพื้นในแต่ละก้าว จนบริเวณใต้ฝ่าเท้านั้นมีรอยพื้นแตกจนแยกเป็นตาข่ายแมงมุมอันน่าตกใจปรากฏให้เห็น!
“กรึบ กรึบ กรึบ!!”
เฉินเป่ยเดินมุ่งหน้าไปทางผู้เชี่ยวชาญ...ความเย็นยะเยือกในดวงตาถักทอจุดประกายออกมาเป็นสายตาอันเย็นเฉียบ… สีหน้าของผู้เชี่ยวชาญซีดเผือดจนดูไม่ได้ ... เพราะเขาทนรับสภาพกับพลังอำนาจที่แผ่รัศมีออกมาตัวเฉินเป่ยได้ พลันก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ ....
“ตึง!”
ผู้เชี่ยวชาญถอยหลังกรูดจนหลังชิดกับผนังกำแพง ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า พร้อมทั้งตามองมาที่เฉินเป่ย หัวใจเต้นตึกตักอย่างบ้าคลั่ง!
“ถ่วงเวลาในการรักษาของฉัน แถมยังอยากจะทำลายชื่อเสียงแพทย์แผนจีนให้เสียหาย...จรรยาบรรณแพทย์อย่างแก ยากนักที่ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ... ต่อไปอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกที่เมืองหู้ไห่อีกเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันไม่รับปากว่าตอนที่เจอหน้าแกอีกอาจจะชกหน้าแกสักครั้งก็ได้” เฉินเป่ยคลำหาบุหรี่ หลังจากจุดบุหรี่มวนนั้นแล้ว ก็สูบอัดเข้าปอด พลันค่อยๆ ปล่อยกลุ่มควันให้ลอยออกมาเป็นกลุ่มวงกลม
กลิ่นบุหรี่เหม็นฟุ้งไปทั่วบริเวณ ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นตกใจจนขาสั่นสะท้าน เขาจะเอาความกล้าบ้าบิ่นที่ไหนมาที่จะไม่เชื่อคำพูดของเฉินเป่ย พลันผงกหัวรับคำอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางราวกับเจ้าไก่แจ้ตัวน้อยที่กำลังจิกข้าวเปลือกเช่นนั้น
เฉินเป่ยค่อยๆ เอ่ยปากพูด.. พร้อมทั้งจ้องผู้เชี่ยวชาญคนนั้นตาเขม็ง น้ำเสียงหนักแน่นจนทำให้อีกฝ่ายสยดสยอง
“พอแล้ว เขาช่วยรักษาชีวิตคนมาก็ไม่น้อย ไม่จำเป็นต้องทำให้เขาต้องหวาดกลัวขนหัวลุกถึงเพียงนี้ก็ได้” เวลานั้นเอง มีน้ำเสียงอันอบอุ่นดังมาจากทางด้านหลังของเฉินเป่ย เฉินเป่ยจ้องตามองผู้เชี่ยวชาญอยู่สักพัก มุมปากกระตุกรอยยิ้มดูถูกดูแคลนออกมา พลันค่อยๆ หันตัวกลับไปมองทางด้านหลัง พร้อมทั้งเดิ่นมุ่งหน้าไปหาหัวหน้าทันที
“ว่าไงตาแก่ อาการดีขึ้นบ้างยัง?” เฉินเป่ยเดินมายืนตรงหน้าหัวหน้าหลี่ พร้อมทั้งพิจารณาหัวหน้าหลี่อยู่แวบหนึ่ง พร้อมทั้งเอ่ยถามแกมหยอกล้อกลับ
“ดีขึ้นมากแล้ว น่าเสียดายที่ต้องเสียขาไปข้างหนึ่ง....” หัวหน้าหลี่ก้มหน้าก้มตา พลางมองขาของตนเองอยู่ข้างหนึ่ง พลางถอนหอยใจอย่างใจหาย พลันเอ่ยขึ้นว่า “ถึงแม้ว่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในนี้ ก็น่าจะสายเกินแก้ไปแล้ว ขาข้างนี้คงรักษาไม่ได้แล้ว คงต้องเสียขาไปข้างหนึ่ง”
เฉินเป่ยถึงกลับผงะไปชั่วครู่ นัยน์ตาจดจ้องมองมาที่ขาของหัวหน้าหลี่ข้างที่ขาเสียพิการไป แววตาจ้องมองอยู่สักพัก พลันเอ่ยว่า “เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวลไป ผมมีวิธีการของผม”
“แกมีวิธีการเหรอ?” หัวหน้าหลี่ถึงกับตกตะลึง พลันใช้แววตาอันตกใจมองมาทางเฉินเป่ย
“แกอย่าพูดเพ้อเจ้อ เมื่อครู่ผู้เชี่ยวชาญเขาก็บอกแล้วว่าขาข้างนี้ ต้องตัดขาถึงจะหยุดอาการลุกลามของเชื้อโรคได้ ถึงแม้ว่าจะใส่ขาเทียมที่เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดก็ตาม ความสามารถในการเคลื่อนไหวของหัวหน้าก็ยังมีขีดจำกัด” หนึ่งในสายลับพิเศษสีหน้านิ่ง พร้อมทั้งขมวดคิ้วตอนพูดเตือนสติ
เฉินเป่ยกวาดตามองสายลับคนนั้นอยู่แวบหนึ่ง พลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ “พวกนายทำไมถึงไปเชื่อคำพูดของเขาได้ จนเหมือนว่าหัวหน้าของพวกนายถูกเขาช่วยชีวิตให้รอดกลับมาได้อย่างนั้นแหละ”
เฉินเป่ยพูดไป พร้อมทั้งกวาดตามองแมงปล่องที่อยู่ด้านข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ...ตัวแมงป่องในเวลานั้นไม่ได้ทำท่าทางเก่งฉกาจดั่งก่อนหน้านี้อีกแล้ว เมื่อมันสัมผัสถึงแววตาของเฉินเป่ยได้ พลันตัวสั่น จนร่างกายสั่นสะท้าน พร้อมทั้งหดหัวลงมา แทบไม่กล้าสบตากับเฉินเป่ยด้วยซ้ำ
หลังจากที่หัวหน้าหลีตื่นขึ้นมาแล้ว แมงป่องมันฉลาดเฉลียวกว่าผู้เชี่ยวชาญตั้งเยอะ...เฉินเป่ยใช้ความโหดเหี้ยมที่แท้จริงจ้องหน้ามัน... มันไม่กล้ากระโดดพุ่งเข้าหา..แถมทำตัวต่ำต้อยไม่ส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น แทบไม่กล้าสร้างจุดสนใจให้เฉินเป่ยเห็นอีกเลย
ส่วนในเวลานี้ เฉินเป่ยใช้สายตาจ้องมองมัน แค่สายตาเท่านั้นเอง ยิ่งทำให้ตัวแมงป่องตัวสั่นสะท้านอยู่สามครั้ง
“แกมีวิธีจริงๆ ใช่ไหม?” หัวหน้าหลี่มองตามสายตาของเฉินเป่ย พลันจุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินเป่ยหันมามองทางหัวหน้าลี่ แถมยิ้มให้เล็กน้อย “อย่างน้อยก็สามารถทำให้ไม่ส่งผลกระทบในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของคุณ”
หัวหน้าหลี่พยักหน้ารับรู้ความหมาย พลันถอนหายใจเล็กน้อย “ผิดที่ฉันเอง ตัวเองอดใจไม่ไหวที่จะขยับเขยื้อนร่างกาย จนมันต้องเสียหายหนัก เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...เดิมทีคิดว่าคงติดค้างบุญคุณกับแกไว้แค่นิดหน่อยเท่านั้น ที่ไหนได้ไม่คิดเลยว่าจะติดหนี้บุญคุณแกไว้เยอะเชียว... การช่วยชีวิตเอาไว้ในครั้งนี้ ฉันกับลูกน้องของฉัน จะจดจนวันตายไม่มีวันลืมเลือน”
“เรื่องแค่นิดเดียวเอา ไม่ต้องมาขอบคุณกันหรอก” เฉินเป่ยเอ่ยปากพูดอย่างธรรมดา เห็นได้ชัดว่าเขาแทบไม่ได้เอาเรื่องพรรค์นี้มาจำฝังใจเลย
ทว่าหัวหน้าหลี่เอาแต่ส่ายศีรษะไปมา พลันพูดกับเหล่าสายลับพิเศษที่ฝีมือเก่งกาจที่อยู่ด้านข้าง “ถ้าไม่ใช่คุณเฉินเข้ามาช่วยเหลือ... เกรงว่าเวลานี้พวกเขาคงเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่ตระกูลตู้ตั้งแต่แรกแล้ว พวกแกยังไม่ขอบคุณ คุณเฉินกันอีกหรือนี่?!”