ตอนที่ 368
บทที่ 368 ความเลวทรามต่ำช้าของผู้คน!
October 28, 2026
บทที่ 368 ความเลวทรามต่ำช้าของผู้คน!
เมืองหู้ไห่ ภายในคฤหาสน์ตระกูลจาง
จางข่ายลอนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่เป็นไม้กฤษณาล้วนเอามาทำเป็นเตียง ด้วยอาการใบหน้าซีดเผือด ปากซีดสั่นหงึกหงัก สาวใช้ผู้หญิงสองคนคอยรับใช้อยู่ข้างๆ พร้อมทั้งคอยห่มผ้าห่มแพรไหมให้เขาเป็นอย่างดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมประหลาดนิดๆ เพราะนั่นในเป็นกลิ่นอโรมาเทอราพี่อันล้ำค่าที่สกัดมาจากธรรมชาติโดยตรง
ผ่านไปสักพัก ประตูห้องก็มีคนค่อยๆ ผลักเข้ามา คุณหมอใส่เสื้อกาวน์สีขาวเดินเข้ามาจากด้านนอกห้อง พร้อมทั้งมีผู้อารักขาของตระกูลจางอีกหลายคน เดินมายังข้างเตียง คนในตระกูลจางสองคนเดินนำหน้าออกมา พร้อมทั้งเอ่ยเสียงเบาๆ กับจางข่ายลอนด้วยท่าทางเคารพ “คุณท่าน ถึงเวลาทานยาแล้ว”
จางข่ายลอนหันศีรษะไปหา พร้อมทั้งกวาดตามองหมออยู่แวบหนึ่ง ทางนายแพทย์เองก็โค้งศีรษะลงเล็กน้อยพลันกล่าวออกมาด้วยท่าทีเคารพเช่นกัน “อาการหลังจากถูกยิงฟื้นตัวดีขึ้นมากแล้ว ผมได้ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในต่างประเทศ สามารถทำให้แผลจากอาการบาดเจ็บของท่านฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่กี่วัน ท่านก็จะกลับมาเป็นปกติตามเดิม”
จางข่ายลอนพยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าใบหน้าจะขาวซีด แค่ว่านัยน์ตาดำยังคงถลำลึกอยู่เช่นเดิม รัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างกายเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าเป็นเช่นไร แต่เห็นได้ชัดว่าช่างลึกลับเช่นเดิม
“สุขภาพดีเช่นท่านเห็นได้ไม่มากนัก ... คนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงบึกบึนตามปกติถือว่าคู่ควรสำหรับการใช้เทคโนโลยียาทางการแพทย์ของผม ถ้าต้องการอยากจะให้อาการถูกยิงกลับมาเป็นปกติตามเดิม อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน ... ทว่าสุขภาพของท่านนั้นแข็งแกร่งมาก จากอัตราการฟื้นตัวของท่านที่เห็นแล้ว แค่เวลาไม่กี่วันก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้” นายแพทย์ท่านนั้นพูดอธิบาย
นัยน์ตาลึกๆ ของจางข่ายลอน สายตาจับจ้องมองที่กระบอกฉีดยาที่อยู่ในมือของนายแพทย์ พลันรีบพูดทันที “รีบฉีดสักทีเถอะ”
หลังจากที่นายแพทย์นำปลายเข็มฉีดยาทิ่มลงบนผิวหนังของจางข่ายลอนแล้ว ก็ฉีดยาเข้าเส้นทันที ผ่านไปสักครู่ จางข่ายลอนพ่นลมออกจากปาก ดวงตาเหม่อมองเพดานผนัง สีหน้าก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ
“ฟู่...” จางข่ายลอนพ่นลอยหายใจยาวๆ แววตาลึกซึ้งที่อยู่นัยน์ตา เริ่มแสดงอาการตกอยู่ในภวังค์ พร้อมทั้งกะพริบส่องประกายอยู่ตลอดเวลา
จางข่ายลอนปวดหัวรวดร้าวเหมือนว่าจะแตกออกมาเป็นเสี่ยง ภาพในสมองของเขา มีแต่เรื่องของเฉินเป่ยเป็นฉากๆ
สีหน้าของจางข่ายลอนเริ่มแสดงอาการดูไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ... เขาเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลจาง เขาไม่อาจที่จะรับสภาพ กับการที่ต้องมีคนอย่างเฉินเป่ยอยู่ร่วมโลกเดียวกัน แถมยังสูงส่งอยู่เหนือหัวเขาอีก
ทว่าในใจของจางข่ายลอนนั้นย่อมรู้แจ้งเป็นอย่างดี ... ตอนที่เฉินเป่ยประกาศสถานะที่แท้จริงของตนเองในเวลานั้น จางข่ายลอนพลันรู้ทันที...ว่าตนเองนั้น ถูกเขาเหยียบย่ำตนเองให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ... สถานะของเขานั้น สั่นสะเทือนวงการทางตะวันตกเป็นอย่างมาก ส่วนเขาเป็นแค่หัวหน้าของตระกูลทองตระกูลเล็กๆ ในหู้ไห่เท่านั้นเอง ในสายตาของคนพวกนี้ เขาแทบไม่มีค่าอะไรเลย?
แต่ว่า ... เขาไม่ยินยอม ... เขาแพ้อย่างราบคาบ ....เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ได้แสนทุเรศได้ขนาดนี้!
สีหน้าของจางข่ายลอนหม่นหมองดูไม่เป็นสุข หมัดทั้งสองข้างกำแน่น เล็บทิ่มเข้าเนื้อ ผ่านไปนาน ถึงได้ยอมผ่อนลง... นัยน์ตาทอประกายอาการไม่ยินดีอย่างหนักออกมา
ตำแหน่งราชาหลง ผู้ยิ่งใหญ่สั่นสะเทือนวงการในต่างประเทศ ...ทั้งหมดนี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถบีบบังคับได้... เขาเคยได้ยินเรื่องราวที่เล่าต่อๆ กันเป็นตำนานเกี่ยวกับเรื่องราชาหลงมาไม่น้อย ... ตอนที่ราชาหลงได้ปรากฏตัวออกมานั้น... แต่ได้ทำผิดกับอำนาจมากมาย ... พลังอำนาจมากมายเหล่านี้เลยร่วมมือกัน จนกลายเป็นมหาอำนาจมหาศาล.. เพื่อต้องการโค่นล้มราชาหลงให้สิ้นซาก ... แต่สุดท้ายแล้ว มหาอำนาจเหล่านี้ต่างล้มหายตายจาก ไม่เหลือใครไว้สักคน!
จางข่ายลอนย่อมไม่กล้าลงขันพนันด้วย... เขายิ่งไม่กล้าเอาสถานะที่แท้จริงของเฉินเป่ยพูดให้หลุดออกจากปาก ... การที่เฉินเป่ยเอาสถานะที่แท้จริงของเขาบอกกับเขานั้น ย่อมหมายความว่าเขาได้ส่งสัญญาณเตือนออกมาแล้ว ... ถ้าราชาหลงรู้ข่าวว่าเขาเป็นคนแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปจากเขาแล้ว ... ตระกูลจางทั้งตระกูล... อาจจะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับตระกูลตู้!
การที่ราชาหลงมาอยู่ที่เมืองหู้นั้น .... ต่อให้จางข่ายลอนฝันไปยังไม่มีทางเลย ราชาหลงดันมาโผล่เมืองหู้ไห่ที่เป็นเมืองเล็กๆ ในเวลานี้ แถมตนเองดันมาเจอเข้ากับท่านเทพใหญ่ตัวพ่อคนนี้ได้อีก!
“ราชาหลง....” ผ่านไปนานพอควร จางข่ายลอนกัดฟันแน่น นัยน์ตาเปล่งประกายอาการที่ไม่อาจสงบนิ่งไว้ได้ พร้อมทั้งเปล่งประกายความโกรธแค้นชิงชังอย่างเต็มพิกัด....
บริเวณด้านนอกคฤหาสน์ตระกูลจาง พลันมีเสียงไซเรนรถตำรวจดังแสบแก้วหูดังมาแต่ไกล หลังจากที่มีเสียงไซเรนรถตำรวจจนเสียงเสียดเข้าหูดังขึ้นมาแล้ว ก็มีรถตำรวจทะยานแล่นบึ่งเข้ามา ... ตอนที่ใกล้ถึงคฤหาสน์นั้น ... รถตำรวจทำการเลี้ยวหักรถ พร้อมทั้งจอดอยู่ตรงหน้าบริเวณประตูคฤหาสน์อย่างสวยงาม
ประตูรถตำรวจถูกเปิดออก พลันมีเสียงอันเซ็กซี่ดังสะท้อนออกมาจากในรถ รองเท้าหนังดำขลับเหยียบย่ำลงบนพื้น .... เย่ชวงก้าวเท้าออกจากตัวรถ พร้อมทั้งขมวดคิ้วโก้งโค้งทันที
ประสาทสัมผัสทางจมูกของเย่ชวงไวมากพร้อมทั้งเริ่มจับประสาทสัมผัสได้อย่างทันที เพราะว่าจมูกของเธอได้กลิ่นคาวเลือด
ไม่ใช่แค่นั้น กลิ่นคาวเลือดทางด้านนอกของตระกูลจาง มันยังรุนแรงกว่าตระกูลตู้เสียอีก ขนาดที่ว่าตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่ว จนทำให้เย่ชวงหนักใจทันที
ถึงแม้ว่าตระกูลจางไม่ได้ถูกฆ่าล้างตระกูลเฉกเช่นตระกูลตู้ แต่เกรงว่าก็ไม่ดีเด่ไปกว่าสักเท่าไหร่