ตอนที่ 369
บทที่ 369 การจลาจลของหู้ไห่!
October 28, 2026
บทที่ 369 การจลาจลของหู้ไห่!
คำพูดของเย่ชวงที่พูดตรงๆออกไปนั้น พลันทำให้บรรยากาศนิ่งเงียบทันที
จนทำให้คนในตระกูลจางที่รายล้อมอยู่รอบตัวเย่ชวง ท่าทางนิ่งทันที พร้อมมองเย่ชวงด้วยสายตาที่ตื่นตระหนกออกมาซะส่วนใหญ่ ... พวกเขาไม่คิดเลยว่า เย่ชวงจะพูดตรงได้ขนาดนี้ นี่ในช่างไม่มีเหตุผลอะไรเสียจริง!
ดวงตาเย่ชวงจ้องเขม็งไปที่จางข่ายลอน จางข่ายลอนยืนอยู่ที่เดิม หลังจากได้ยินคำพูดของเย่ชวง มุมปากก็กระตุกน้อยๆ เขาคิดไม่ถึง การพูดของเย่ชวง จะเปิดเผยมากขนาดนี้
จางข่ายลอนยิ้มอ่อนๆ มองไปที่เย่ชวงแล้วพูดว่า “คุณเย่ เรื่องนี้อาจจะมีการเข้าใจผิด ไม่อย่างนั้นคุณกับผมเข้าไปด้านใน เพื่อพูดคุยเรื่องนี้อย่างละเอียดดีมั้ย”
จางข่ายลอนพูดอย่างเหมาะสมดูดี ความเป็นสุภาพบุรุษแผ่ออกมาทั่วทั้งตัว…ข้อเสนอของเขา ยากมากที่จะทำให้คนปฏิเสธได้เสียจริง
อีกทั้งเย่ชวงก็เป็นคนที่แปลกประหลาดอย่างเห็นได้ชัดคนหนึ่ง เธอมองจางข่ายลอน พร้อมทั้งพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันก็แค่อยากจะเห็นศพของคนในตระกูลจางเหล่านั้นสักหน่อย รวมทั้งคุณจะช่วยให้ความร่วมมือในการบันทึกการให้ปากคำได้หรือไม่”
จางข่ายลอนสีหน้าเกร็งเล็กน้อย…สมาชิกในตระกูลจางที่อยู่ข้างๆ คนหนึ่งขมวดคิ้ว พูดเสียงเย็นชาใส่ “ให้ปากคำเหรอ คุณรู้มั้ยว่าคุณกำลังพูดอยู่กับใครต่อให้อธิบดีของพวกคุณมา ก็ไม่กล้าพูดออกมาแบบนี้กับคนในตระกูลของพวกเรา!”
เย่ชวงเหลือบมองสมาชิกในตระกูลจางคนนั้น ไม่มีท่าทีล่าถอยแม้แต่น้อย “ครั้งนี้คืออธิบดีได้รับคำสั่งมา…คำพูดของฉัน ก็คือคำพูดของอธิบดี…ครั้งนี้ผลกระทบร้ายแรง หากพวกเราไม่จัดการให้ถูกต้องเหมาะสม…อย่างไรข่าวก็ต้องแพร่ไปถึงทางเยี่ยนจิงนั้น……”
“เอาละ” เวลานี้เอง จู่ๆ จางข่ายลอนก็พูดขึ้นมา ตัดบทของเย่ชวง สายตาจ้องมองเย่ชวงอย่างเรียบเฉย พูดว่า “คุณเย่ ที่นี่พูดคุยไม่สะดวก คนพลุกพล่านวุ่นวาย เรียนขเชิญเข้าบ้านผม ผมจะให้ความร่วมมือกับคุณอย่างเต็มที่”
ไม่รอให้เย่ชวงพูดจบ หลังจากจางข่ายลอนพูดเสร็จ ก็ค่อยหมุนตัวเดินจากไป…พร้อมทั้งบรรดาคนในตระกูลจากที่รุมล้อมเย่ชวงอยู่ ก็แยกย้ายกันไป ปล่อยให้เย่ชวง จ้องมองด้านหลังยืดยาวของจางข่ายลอน ด้วยดวงตาริบหรี่
ผ่านไปพักใหญ่ เย่ชวงกัดฟัน ได้ทำการตัดสินใจ ก้าวขาออกไป ตามหลังจางข่ายลอนไป
ภายในคฤหาสน์ตระกูลจาง บนโซฟาที่กว้างใหญ่ ข้างๆ เป็นโต๊ะน้ำชา กระถางธูปกำยานสีม่วงทองมีควันลอยตลบอบอวล กลิ่นหอมกรุ่นอย่างประหลาดของกำยานหอมปกคลุมภายในห้อง ทำให้ผู้คนรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุข
“ไม้จันทน์เหล่าซาน มีราคาสูงมากในบรรดาไม้จันทน์ นี่คือผมให้ลูกน้องของผมไปที่อินเดียโดยเฉพาะ เพื่อไปเยี่ยมคารวะปรมาจารย์การทำธูปกำยานที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง จ่ายเงินไปไม่น้อยถึงได้มา…การดมกลิ่นไปนานๆ จะสามารถปรับสภาพร่างกายจิตใจได้ มีข้อดีมากมาย”
ตอนที่สายตาของเย่ชวงมองไปที่กระถางธูปกำยานสีม่วงทองนั้นเอง ก็มีเสียงเรียบเฉยเสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง เย่ชวงลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกจางข่ายลอนโบกมือปัด พูดกับเย่ชวงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “คุณเย่ไม่ต้องพิธีรีตองมากนักหรอกครับ คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเอง ตามสบายก็ได้”
หลังจากเย่ชวงนั่งลง จางข่ายลอนก็โบกมือ สาวใช้ปราดเปรียวอยู่ด้านข้างก็ก้าวมาข้างหน้า รินน้ำชาให้เย่ชวงหนึ่งถ้วย
“ซ่างผิงหลงจิ่ง เล่าลือกันว่าหลงจิ่งของแท้ดั้งเดิมที่สุดมีเพียงต้นแม่ต้นเดียวที่โตอยู่ในบ่อน้ำ ... และถ้วยที่คุณเย่ดื่มตอนนี้ ก็คือชาชุดที่สองที่ผ่านการเพาะปลูก ... แม้จะเทียบไม่ได้กับต้นที่โตในบ่อน้ำต้นนั้น ... แต่ก็เป็นหลงจิ่งที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในตลาดไม่อาจเทียบได้…” จางข่ายลอนยิ้มอ่อนๆ อธิบายให้ฟัง
เย่ชวงตะลึง สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากที่เธอจิบชาหลงจิ่งไปจิบหนึ่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชา อบอวลไปทั่วปากและจมูก ทำให้ตาของเธอเป็นประกาย น่าประหลาดใจมาก
หลังจากเย่ชวงวางถ้วยชา มองไปยังจางข่ายลอน น้ำเสียงดีกว่าก่อนหน้านี้มาก พูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณมีสถานะสูงส่ง…แต่กระบวนการต้องเป็นตามขั้นตอน เวลายามนี้ฉันก็อับจนหนทาง รบกวนคุณให้ความร่วมมือกับฉันด้วยนะคะ”
จางข่ายลอนพยักหน้า ยิ้มอ่อนๆ เดิมจางข่ายลอนก็มีหน้าตาหล่อเหลาอยู่แล้ว พอเขายิ้มขึ้นมาก็ยิ่งเห็นความหล่อเหลาแบบยากจะหาใครเทียบได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เย่ชวงควักเครื่องบันทึกเสียงแบบพกพาเล็กๆ ออกมา วางบนโต๊ะน้ำชา เริ่มการสอบปากคำ
ถามคำถามต่อเนื่องกันไม่น้อย จางข่ายลอนตอบอย่างฉับพลันโดยไม่ต้องหยุดคิด ทำให้เย่ชวงยังหาช่องโหว่ไม่ได้ ขมวดคิ้วแน่น
สายตาเย่ชวงจับจ้องไปที่สีหน้าเรียบเฉยของจางข่ายล่อนนิ่ง น้ำเสียงค่อยๆ เย็นเยือกอย่างไม่พอใจ “เจ้าของบ้านตระกูลจาง ฉันอยากจะเห็นศพของคนในตระกูลที่ตายไปพวกนั้น คงจะไม่ได้ทำเกินไปนะคะ”
“คุณเย่ ผมแนะนำว่าทางที่ดีที่สุดคุณอย่าดูเลยจะดีกว่า เพราะเป็นห่วงว่าหลังจากดูแล้ว คุณอาจจะไม่เชื่อว่าศพพวกนั้นเป็นของจริง” จางข่ายลอนยิ้มบางๆ พอเขาโบกมือ คนสองคนร่างกำยำของตระกูลจางก็ยกศพเย็นเยือกที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาวเดินเข้ามา วางไว้บนพื้น
เย่ชวงเปิดผ้าออก กวาดสายตามอง ดวงตาคู่นั้นหรี่เล็กทันที นัยน์ตาฉายความสยดสยอง
เย่ชวงชะงัก แววตาเธอเผยให้เห็นความเหลือเชื่อออกมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกของศพนั้น
ศพที่เย็นเยือกก็นอนอยู่บนพื้นเช่นนี้ ดวงตาคู่นั้นเบิกตาโพลงอย่างไม่น่าเชื่อ! ในแววตา เต็มไปด้วยความตื่นกลัว! เขาตายตาไม่หลับ!
หน้าอกของเขายุบ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา…อีกสิ่งหนึ่งที่เย่ชวงมองเห็น ก็คือรอยเท้าที่เห็นได้ชัดเจนบนร่างของศพนั้น!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เย่ชวงมองออก ก็คือศพที่เย็นเยือกอยู่นั้น ถูกแรงเท้าถีบของฆาตกร เตะเพียงครั้งเดียวจนเสียชีวิตจนอย่างชัดเจน
“กระดูกซี่โครงที่หน้าอกทั้งหมดหัก หน้าอกยุบ…นี่คือความแข็งแกร่งของฆาตกร…” เสียงของจางข่ายลอนดังขึ้นมาจากด้านข้าง “ทั้งหมดนี้ ใช้เพียงลูกเตะเดียว”
เย่ชวงสูดหายใจเข้า เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองไปยังจางข่ายลอน ถามเสียงขรึมว่า “คุณยังรู้อะไรอีกมั้ยคะ”