ตอนที่ 469
บทที่ 469 มาร้าย!
October 28, 2026
บทที่ 469 มาร้าย!
ใบหน้างดงามของท่านประธานเทพธิดาเย็นชาลง เธอมองไปที่เฉินเป่ยแล้วพูดอย่างเย็นยะเยือกว่า “หุบปาก!”
เธอทนไม่ไหวกับเฉินเป่ยแล้วจริงๆ! ผู้ชายคนนี้นับวันก็ยิ่งทำตัวใจกล้ามากขึ้น! เขาถึงขั้นกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเธอ!
ท่านประธานเทพธิดาตะคอกเสียงดังเพื่อสั่งให้เฉินเป่ยปิดปาก จางเป่าเฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าแดงก่ำเพราะเขาทั้งสองดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้าง
และจางเป่าเฉิงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของทุกคนในแวดวง หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเฉินเป่ยแล้วสายตาของทุกคนที่มองจางเป่าเฉิงก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
หลีชิงเยียนก็ตระหนักถึงจุดนี้ เธอจึงหันมองไปรอบๆ แล้วมองไปที่เฉินเป่ยอย่างเย็นชา จากนั้นหันหลังแล้วพาจางเป่าเฉิงเดินออกจากสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ผู้ชมหุนหันพลันแล่นรายล้อมเข้ามา เธอเกรงว่าถึงเวลาแล้วจะเดินออกจากฝูงชนลำบาก
ทันทีที่หลีชิงเยียนเดินออกจากหอประชุมก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบแล้วพูดกับเธอด้วยความเคารพ “คุณหลีครับ พิธีมอบรางวัลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ ขออนุญาตเรียนเชิญหัวหน้าสมาคมจางขึ้นให้โอวาทด้วยครับ”
หลีชิงเยียนหันหน้ามองไปที่จางเป่าเฉิง จากนั้นพยักหน้าแล้วก้าวขาเดินออกไปทันทีโดยที่ไม่หันกลับมามองเฉินเป่ยเลย
เสียงรองเท้าส้นสูงที่คมชัดกระทบกับกระเบื้องบนพื้น เฉินเป่ยเดินตามหลังเธอมาติดๆ เขามองซ้ายมองขวาและสุดท้ายก็มองหุ่นที่สมบูรณ์แบบของหลีชิงเยียน มุมปากของเขาโค้งขึ้นอย่างลึกซึ้ง
ท่านประธานเทพธิดาที่เดินอยู่ตรงหน้า แม้เธอจะรู้สึกโกรธอยู่ แต่ไม่สามารถปกปิดความงดงามดั่งเทพธิดาของเธอได้
ความงามแบบนี้ ต่อให้เดินอยู่ที่ไหนก็จะดึงดูดความสนใจของผู้ชายทุกคนอย่างแน่นอน ไม่แพ้แค่นั้น แม้แต่ผู้หญิงหลายๆ คนที่เห็นเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา
เฉินเป่ยเดินตามหลังมาติดๆ จนในที่สุดหลีชิงเยียนก็สุดจะทน เธอหยุดกะทันหันแล้วหันใบหน้าอันงดงามแต่เย็นชาของเธอไปที่เฉินเป่ย จากนั้นพูดอย่างไม่สนใจไยดี “หยุดตามฉันได้ไหม! คุณจะเอายังไงกันแน่!”
เฉินเป่ยตอบอย่างเฉยเมย “ชิงเยียน ผมทำเพื่อความปลอดภัยของคุณนะ คุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีนักฆ่าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ด้วย”
เฉินเป่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งทำให้หลีชิงเยียนอดไม่ได้ที่จะเชื่อเขา
หลีชิงเยียนรู้สึกตระหนักขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่พูดกับเฉินเป่ยก็อ่อนลง แต่น้ำเสียงเย็นชาและประชดประชันยังคงอยู่ “คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก อย่างคุณเหรอจะปกป้องฉันได้?”
เฉินเป่ยถึงกับผงะไปชั่วขณะ จากนั้นสีหน้าของเขาก็ทำอะไรไม่ถูก แม้หลีชิงเยียนจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่เธอก็ไม่เลือกที่จะเชื่อเขา
หลังจากที่หลีชิงเยียนเห็นเฉินเป่ยหลุดลงเธอถึงจะเดินต่อ เสียงรองเท้าส้นสูงที่คมชัดดังขึ้นอีกครั้ง และในขณะนี้เสียงพูดของซูเหลยก็ดังขึ้นข้างๆ เฉินเป่ย “คุณโกหกเธอขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นตัวตลก ต่อให้เป็นผู้หญิงคนไหนก็ต้องโกรธเหมือนกัน”
เฉินเป่ยหันหน้าไปหาซูเหลยที่กำลังมองไปที่หลีชิงเยียนจากด้านหลังแล้วพูดอย่างจริงจัง
เฉินเป่ยรู้สึกอึ้ง ทันใดนั้นเองก็รู้สึกละอายใจ เขาเคยอยู่เมืองนอกและเคยเจออะไรมามากมาย แต่ไม่นึกเลยว่าเขาต้องมาฟังคำสอนจากซูเหลย!
เฉินเป่ยเลิกคิ้วแล้วพูดกับซูเหลยว่า “นี่ผมต้องบอกความจริงกับเธอใช่ไหม?”
ซูเหลยส่ายหัว “ถ้าเปลี่ยนคุณที่ถูกหลอกเป็นเวลานานขนาดนี้ แล้วคุณจะรู้สึกยังไง?”
หลังจากพูดจบ ซูเหลยก็รีบไล่ตามหลีชิงเยียนไปและทิ้งให้เฉินเป่ยอยู่กับความคิดของเขาคนเดียว
หลังจากหลีชิงเยียนเดินออกจากที่นั่งผู้ชม เธอต้องเดินเข้าไปในพื้นที่ของการพนันที่มีระดับต่ำกว่า เพราะคนเกือบทั้งหมดได้แห่กันเข้าไปในการแข่งขันสุดยอดดาบสามเล่ม จึงทำให้โซนการพนันที่มีระดับต่ำว่างเปล่า
หลีชิงเยียนเดินออกไปด้วยความโมโห จากนั้นอารมณ์ของเธอค่อยๆ เย็นลง
เมื่อเธอมองไปรอบๆ ก็เห็นซูเหลยที่กำลังเดินเข้ามาหาเธออย่างเร่งรีบ
“ท่านประธานหลีคะ ท่านเดินออกมาอยู่คนเดียวมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ” ซูเหลยเดินเข้ามาพูดกับหลีชิงเยียนเบาๆ
“ฉันรู้แล้ว เรากลับไปเถอะ” หลีชิงเยียนลูบผมของเธอแล้วตอบเบาๆ
“ค่ะ” ทันทีที่ซูเหลยพยักหน้าตอบ ทันใดนั้นก็มีบางอย่างเข้ามาในการมองเห็นของเธอจากระยะไกลและดึงความสนใจของเธอไป
“มีอะไรเหรอ?” หลีชิงเยียนขมวดคิ้วเบาๆ จากความเข้าใจของเธอที่มีต่อซูเหลย ถ้าซูเหลยแสดงปฏิกิริยาแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
ซูเหลยไม่ได้ตอบอะไร สายตาของเธอได้แต่มองไปที่ไกล และเมื่อหลีชิงเยียนมองไปในทิศทางเดียวกับซูเหลย ทันใดนั้นเธอก็เห็นรถหรูคันหนึ่งขับมาแต่ไกลแล้วมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอกับซูเหลย
หลีชิงเยียนมองไปที่รถหรูคันนั้น ทันใดนั้นเธอก็ขมวดคิ้ว เพราะเธอคุ้นเคยกับรถหรูคันนี้มาก