ตอนที่ 512
บทที่ 512 อาวุธชีวภาพ
October 28, 2026
บทที่ 512 อาวุธชีวภาพ
“ชิงเยียน คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เฉินเป่ยประคองคนที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่อย่างชิงเยียนและถามอย่างเป็นกังวล
“ฉันไม่เป็นไร” หลีชิงเยียนส่ายหน้า
“พวกนายออกไปก่อน” เฉินเป่ยหันหน้าไปสั่งพนักงานชายและพนักงานต้อนรับ
ทั้งสองคนมองเฉินเป่ย พวกเขาไม่รู้จักเฉินเป่ย เมื่อเฉินเป่ยพูดสั่งเช่นนั้นจึงดูเหมือนจะไม่ยอมทำตาม แต่น้ำเสียงของเฉินเป่ยแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและยากที่จะปฏิเสธ สุดท้ายพวกเขาก็เดินออกไปจากห้องทำงาน
“อย่าไปใส่ใจเลยชิงเยียน การที่คนยโสอย่างหลีเช่าเทียนทำแบบนี้ แสดงว่ามันไม่รู้จะทำยังไงกับพวกเราแล้ว” เฉินเป่ยประคองหลีชิงเยียนให้นั่งลง จากนั้นจึงพูดปลอบเธอ
อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ผู้ชายทุกคนที่เปิดกล่องแล้วเจอนิ้วมืออย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็รับไม่ได้ทั้งนั้น
หลังจากเฉินเป่ยเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ไม่นานกลิ่นคาวเลือดก็จางหายไป ทำให้หลีชิงเยียนดีขึ้นเยอะ
“นิ้วมือนี่เป็นนิ้วมือของผู้หญิง หลีเช่าเทียนเอาตัวเองเป็นใหญ่ น่าจะเป็นนิ้วของหลีเสียนซูจริงๆ ถือว่าสมควรแล้วที่เธอโดนแบบนี้” เฉินเป่ยวิเคราะห์ออกมา
“หลีเช่าเทียนจะทำอะไร” หลีชิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ยังไม่ล้มเลิกความคิดชั่วๆ เขากับหลีหงยังไม่ยอมแพ้” เฉินเป่ยพูดเนิบๆ
“ยังไม่ล้มเลิกความคิดชั่วๆ งั้นเหรอ” หลีชิงเยียนหันไปมองเฉินเป่ยและเอาแต่จ้องเขาอยู่พักใหญ่ จากนั้นเธอจึงบ่นพึมพำออกมา “หลีเช่าเทียน…”
เสียงของหลีชิงเยียนเบาและเย็นยะเยือก พัสดุในวันนี้ถือเป็นการขู่ฆ่าจากหลีเช่าเทียนอย่างชัดเจน! หลีเช่าเทียนจะบังคับให้เธอทำตาม บีบบังคับให้เธอกลับบ้านหลีและเสียสละแต่งงาน!
ใบหน้าของหลีชิงเยียนเย็นชาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน เธอเดินวนอยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ก็มาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานและกดโทรศัพท์ “รีบส่งข่าวไปที่สำนักข่าวทุกสำนัก บอกว่าฉันมีข่าวร้อนแรงจะเปิดเผยกับพวกเขา”
หลังจากที่เธอคุยเสร็จ เธอก็กดโทรออกอีกครั้ง “ติดต่อนิตยสารด้านการเงินทั้งหมด ฉันพร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ทุกที่!”
เฉินเป่ยมองท่าทางวุ่นวายของหลีชิงเยียน เขายิ้มมุมปากเบาๆ หลีชิงเยียนกำลังตอบโต้กลับ!
เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวขนาดนี้ หลีชิงเยียนไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แถมยังตอบโต้กลับอย่างชาญฉลาด!
ข่าวแพร่กระจายไปบนหน้าสื่อของเมืองเยี่ยนจิงอย่างรวดเร็ว
โทรศัพท์ในห้องของหลีชิงเยียนสายแทบไหม้ หนังสือพิมพ์และสื่อนับไม่ถ้วนกำลังแย่งชิงติดต่อหลีชิงเยียนผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อต้องการทราบข่าวเกี่ยวกับตระกูลหลีจากหลีชิงเยียน
เรื่องราวสกปรกต่างๆ ของหลีเช่าเทียนถูกเปิดโปงบนอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นหัวข้อสนทนายามว่างของผู้คน
ไม่เพียงแค่หลีชิงเยียนจะไม่ตกใจจากนิ้วมือเปื้อนเลือดนั่น อีกทั้งเธอยังตอบกลับอย่างเหี้ยมโหด เธอจะแตกหักกับตระกูลหลีให้ถึงที่สุด!
ภายในห้องนอนของหลีเช่าเทียนที่ตระกูลหลี
“ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ”
เสียงดังออกมาจากห้องของหลีเช่าเทียน
คนใช้สาวยืนอยู่หน้าประตูอย่างหวาดกลัว เธอเห็นสิ่งของแต่ละอย่างถูกทุบ
กระถางดอกไม้ ไม้กอล์ฟ ของที่ถูกแกะสลักขอบทอง หยกอันล้ำค่า ของแต่ละชิ้นกระจายเต็มไปหมดจนทำให้ห้องนอนสุดหรูเละเทะไปหมด!
“เพล้ง” โคมไฟทองคำ 24 กะรัตถูกทุบเข้ากับหน้าต่างจนทำให้หน้าต่างทะลุเป็นรู
“คุณชายหลี คุณใจเย็นก่อนนะคะ” สาวใช้คนสวยพูดเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างๆ
ใบหน้าของหลีเช่าเทียนเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาจับคอเสื้อของสาวใช้คนนั้นเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ
“หลีชิงเยียน ไอ้ผู้หญิงต่ำตม แกต้องไม่ตายดี ฉันจะไม่ปล่อยแกเอาไว้เด็ดขาด!” หลีเช่าเทียนตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง ตอนแรกเขาคิดว่าจะใช้นิ้วมือของหลีเสียนซูทำให้หลีชิงเยียนหวาดกลัวได้ แต่คิดไม่ถึงว่าผลมันจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิดไว้ แถมยังทำให้อีกฝ่ายตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรง เมื่อเห็นข่าวสกปรกๆ บนอินเทอร์เน็ต หลีเช่าเทียนตัวสั่นเทิ้ม ราวกับว่าเขาถูกตบต่อหน้าคนหลายหมื่นคน นี่คือสิ่งที่เขาอับอายมากที่สุด!
“หลีชิงเยียน แกมันสมควรตาย!” หลีเช่าเทียนจับสาวใช้คนสวยเอาไว้แน่น จากนั้นจึงฉีกเสื้อของเธอออก!
เขาจับผมของสาวใช้อย่างรุนแรง เหมือนสัตว์ป่าดุร้ายอย่างไรอย่างนั้น ไฟอันเร่าร้อนปะทุอยู่ในใจของเขา ในตอนนี้เขาคิดว่าสาวใช้เป็นหลีชิงเยียนไปแล้ว หลีเช่าเทียนแก้แค้นอย่างโหดเหี้ยม เขาระบายอารมณ์และข่มเหงโดยไม่สนใจใคร…
สิบนาทีต่อมาสาวใช้วิ่งออกมาจากห้องทำงานของหลีเช่าเทียนด้วยสภาพที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย บนร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฝ่ามือและรอยฟกช้ำ
ขณะนั้นเองลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วพูดว่า “คุณชายหลี เราสั่งให้ทุกสำนักข่าวลบข่าวสกปรกนั่นแล้ว”
“คนต่ำตม!” หลีเช่าเทียนถีบโต๊ะจนหงาย เขาโกรธจนตัวสั่นไปหมด
“รีบจัดนักฆ่ามาให้ฉัน ฉันจะทำให้คนต่ำตมอย่างหลีชิงเยียนตาย ฉันจะทำให้มันตาย!” หลีเช่าเทียนตวาดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
…...
ความโกลาหลในเยี่ยนจิงโดนตระกูลหลีกดเอาไว้ภายในเวลาอันสั้น แต่ทว่าภายในเวลาสองสามชั่วโมงก็เพียงพอที่จะทำให้คนในเยี่ยนจิงพูดกันปากต่อปาก
พลบค่ำที่ Phoneme bar ในเยี่ยนจิง
ภายในบาร์มีชายวัยรุ่นสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง เมื่อเหล้าเข้าปาก เสียงของชายวัยรุ่นทั้งสามคนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
“ให้ตายเถอะ ตามมาทั้งวันไม่เห็นได้อะไรเลย คุณชายหลียังจะให้เราทำเรื่องน่าเบื่อแบบนี้อีก” หนึ่งในชายวัยรุ่นถอนหายใจออกมา
“อะไรกันอีก พวกเราไม่ใช่คนสนิทของคุณชายหลี เขาคงไม่ให้เราทำเรื่องดีๆ หรอก แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรนิ อย่างน้อยก็ได้มีอาหารตา” ชายวัยรุ่นที่ชื่อว่าเสี่ยวเฝิงเอ่ยขึ้นและยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ใช่ ไม่เสียแรงที่หลีเช่าเทียนชอบหลีชิงเยียน รูปร่างนั่น เรียวขานั่น ของล้ำค่าชัดๆ ถ้าได้สัมผัสเล่นสักครั้ง ถึงจะอายุสั้นไปสักสิบปีก็ยอม” ชายวัยรุ่นอีกคนเอ่ยขึ้น
“โธ่ โธ่ แค่คิดก็ฟินแล้ว เฮ้ พวกนายว่าถ้าเราร่วมมือกัน จับร่างงามเอาไว้แล้วมาฟินด้วยกันเป็นไง”
“นั่นมันก็สุดยอดไปเลยสิ”
วัยรุ่นทั้งสามนั่งอยู่ด้วยกันและยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
พวกเขาไม่เห็นว่าขณะที่ตัวเองกำลังคิดชั่วๆ โต๊ะรอบๆ ของพวกเขามีคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ขนาดที่ว่าพนักงานในผับก็ไม่รู้หายไปไหน ประตูผับค่อยๆ ปิดลง
“พวกแกไม่รู้หรอก ตอนที่ฉันเดินตามหลังนังนั่น ท่าทางการเดินของมันเย้ายวนแค่ไหน แกว่าถ้าฉันกดมันลงบนเตียง ให้มันมองหน้าฉัน แววตาของมันจะเป็นยังไง” เสี่ยวเฝิงหรี่ตาลง ในหัวของเขามีแต่ความคิดสกปรก
“กลัวว่าแกจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วล่ะสิ” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างๆ
ทั้งสามได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เสียงนี้เหมือนดังมาจากนรกจนทำให้คนขนลุกในช่วงหน้าร้อนแบบนี้
ทั้งสามคนมองไปข้างๆ พบว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไม่รู้โผล่มายืนข้างพวกเขาตั้งแต่ตอนไหน
ทั้งสามกวาดตามอง ชายคนนั้นดูธรรมดาทั่วไป เว้นแต่ดวงตาคู่นั้น มันลึกราวกับซ่อนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอยู่ในนั้น
“ไอ้น้อง แกเป็นใคร” เสี่ยวเฝิงดื่มเหล้าเกินขนาด จนทำให้เขาพูดอวดดี