ตอนที่ 110
บทที่110 หวนกลับคืนมาอีก?
October 28, 2026
บทที่110 หวนกลับคืนมาอีก?
เฉินเป่ยกวาดตามองซูเสี่ยวหยุนทีหนึ่ง ซูเสี่ยวหยุนสีหน้าเรียบนิ่ง ถามขึ้นแบบสบายๆ มีเพียงในดวงตางดงามของเธอที่ประกายความล้ำลึก เปิดโปงออกมาก
“ออกไปดูด้านหน้านิดหน่อย กลัวว่าคนด้านนอกจะโจมตีเข้ามาแล้วทำให้คุณได้รับอันตราย” เฉินเป่ยหัวเราะเบาๆ
“จริงเหรอ?” ซูเสี่ยวหยุนสงสัย ก่อนหน้านี้เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นมีภาพคนคนหนึ่งที่เผด็จการมาก คนหนึ่งกำลังจัดการอีกสิบคน
ซูเสี่ยวหยุนจ้องมองเฉินเป่ยไว้ เธอมักรู้สึกว่าเฉินเป่ยพยายามปิดซ่อนอะไรไว้มาโดยตลอด บนตัวเขามีความลับอะไรอย่างแน่นอน แต่ซูเสี่ยวหยุนจับพิรุธไม่ได้
“คนด้านนอกเมื่อกี้นั้นแกร่งมากจริงๆ คนเดียวสั่นสะเทือนไปทั้งหมด” ใบหน้างดงามที่มีเสน่ห์ของซูเสี่ยวหยุนบานเป็นกระด้ง เพียงแต่น่าเสียดายที่มืดเกินไป เธอจึงเห็นเพียงภาพด้านหลังที่ไม่ชัดเจน
“บอดี้การ์ดของประธานหลีที่จ้างมา เป็นบริษัทบอดี้การ์ดอันดับหนึ่งของหัวเซี่ย บอดี้การ์ดหลายคนในวงการบันเทิงวงการธุรกิจล้วนจ้างมาจากบริษัทแห่งนั้น” เฉินเป่ยพยักหน้าตอบ ฝีมือของบอดี้การ์ดเหล่านี้แกร่งมาก
“แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าฉันมองเห็นภาพด้านหลังนั้นไม่เหมือนเป็นบอดี้การ์ดพวกนั้นล่ะ เขาเก่งกาจกว่าบอดี้การ์ดพวกนั้นมากเลย” ซูเสี่ยวหยุนเอ่ยปากแบบมีความหมายแฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
ภายในใจเฉินเป่ยเต้นอย่างแรง เขาจ้องมองดวงตางดงามของซูเสี่ยวหยุน มักรู้สึกว่าในคำพูดของซูเสี่ยวหยุนมีอะไรบางอย่าง มีความหมายแอบแฝงที่อยากบอก
แต่สีหน้าของเฉินเป่ยสงบมาก ถึงแม้ซูเสี่ยวหยุนจะจู่โจมมาอย่างไร ล้วนไม่ได้คำตอบอะไรออกมาได้
คำตอบของเฉินเป่ยไม่มีจุดบกพร่องสักนิด ถึงแม้ซูเสี่ยวหยุนจะฉลาดปราดเปรียว ยังไม่สังเกตถึงข้อพิรุธใดๆ ออกมาได้
“เวลาก็ดึกแล้ว ไม่นอนเหรอ?” ในที่สุดเฉินเป่ยเอ่ยปาก ตบตาเพื่อให้แขกออกไป
“นายไล่ฉันไปเหรอ?” ดวงตางดงามของซูเสี่ยวหยุนกะพริบเล็กน้อย พูดเสียงฉอเลาะ
“คุณไม่กลัวผมจะจับคุณกินรึไง?” เฉินเป่ยยิ้มตอบ
“นายจะหนีมั้ย?” ซูเสี่ยวหยุนขยับเข้าใกล้อีกก้าวหนึ่ง กลิ่นหอมที่เย้ายวนกระโจนเข้าจมูกเฉินเป่ย
เฉินเป่ยเงยหน้า มองใบหน้าที่ขาวนวลสะอาดใบนั้น เผยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ ตามมาด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ดั่งดอกกล้วยไม้นั้น อุณหภูมิในอากาศเพิ่มขึ้น เปลี่ยนมาเป็นร้อนแห้งอย่างน่าประหลาด
สายตาของเฉินเป่ยกวาดผ่านเนินเขาสูงตระหง่านสีขาว เวลานี้เพียงหลบซ่อนใต้ชุดนอนบางเบา ขอเพียงเฉินเป่ยดึงเบาๆ สีขาวราวหิมะขนาดใหญ่นั้น ก็สามารถเปิดเผยออกมาได้
ในเวลานี้ ทันใดนั้นมีเสียงแปลกๆ ขึ้นมาจากด้านล่าง ทำให้เฉินเป่ยขมวดคิ้ว
ภาพคนทรวดทรงงดงามเซ็กซี่คนหนึ่งปรากฏตัวที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้น ทำให้ใบหน้างดงามของซูเสี่ยวหยุนเผยความตกใจ
“ทำไมเธอถึงกลับถึงบ้านเร็วขนาดนี้?” ซูเสี่ยวหยุนไม่เข้าใจพลางถามขึ้น
เฉินเป่ยกลัดกลุ้มอยู่บ้าง ด่าในใจ เชี้ยเอ๊ย……ตั้งนานไม่ยอมกลับมา ดันกลับมาเวลานี้ ทำลายเรื่องดีจริงๆ
ไม่นานเสียงของหลีชิงเยียนกับซูเหลยทั้งสองคนพูดคุยกันลอยมาจากด้านล่าง ทำให้ใบหน้าซูเสี่ยวหยุนประหม่าขึ้นมา รีบจัดแต่งผมยาวที่ยุ่งเหยิง ชุดนอนที่ยับยู่ยี่ไปหมด
“ซูเสี่ยวหยุน” หลีชิงเยียนเดินเข้าใกล้คฤหาสน์หรู มองไปรอบๆ พบว่าเฉินเป่ยกับซูเสี่ยวหยุนสองคนต่างก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนกัน
“มาแล้ว” ซูเสี่ยวหยุนตะโกนขึ้น รีบเดินออกมาจากห้องนอนของเฉินเป่ย
“เธอทำอะไรกันอยู่ชั้นสอง?” หลีชิงเยียนถามด้วยสงสัย
“ชมวิว” ซูเสี่ยวหยุนพูดขึ้น
“ชมวิวตอนดึกดื่น เธอหลอกผีรึไง?” หลีชิงเยียนดูถูก
“เธอไม่เชื่อก็ช่างเถอะ” ซูเสี่ยวหยุนทำเสียงฟึดฟัด เฉินเป่ยก็เดินตามมาลงมาจากชั้นสอง ยิ้มกระอักกระอ่วนพูดว่า “ประธานหลี คุณกลับมาแล้ว หิวน้ำแล้วล่ะสิ ผมจะไปเทน้ำชาให้คุณแก้วหนึ่ง”
บนโซฟา เฉินเป่ยเทชาร้อนอย่างระมัดระวัง หลีชิงเยียนนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้างดงามราวกับเจียระไนเขียนความเหนื่อยล้าเต็มไปหมด กำลังพิงที่โซฟา พักผ่อนสายตา
ซูเสี่ยวหยุนและซูเหลยนั่งอยู่ด้านข้าง หลังเฉินเป่ยชงชาเสร็จ ยกมาตรงหน้าของหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนจิบน้ำชาอึกหนึ่งแล้ววางลงมา “ช่วงนี้ตระกูลหลีสร้างศัตรูมากมาย ยังไม่รู้ว่าหลีเช่าเทียนจะใช้ลูกไม้ไม่ดีอะไรอีก ถานกงก็มาหาเรื่องถึงที่แล้ว”
หลีชิงเยียนถอนหายใจเบาๆ บ้านหลีที่เยี่ยนจิงก็ปวดหัวพอแล้ว ถานกงยังปรากฏตัวขึ้นอีก ทำให้ตระกูลหลีเหนื่อยที่จะรับมือ
สีหน้าเฉินเป่ยคล้ายปกติ ซูเสี่ยวหยุนที่อยู่ด้านข้างเหมือนคิดอะไรอยู่ จากนั้นเอ่ยปากขึ้น “บริษัทตระกูลหลีไม่ใช่พ้นวิกฤติมาได้แล้วเหรอ?”
“ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะผู้ใจดีท่านหนึ่งลงมือช่วยเหลือ” หลีชิงเยียนมองทางซูเสี่ยวหยุน ดวงตางดงามประกายแสงอันแวววาว “สถานะของเขาไม่ธรรมดาเด็ดขาด สามารถทำให้ถานกงท่านโจวไม่กล้าระบายความโกรธออกมา เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งหัวเซี่ยแน่นอน”
“ประเด็นสำคัญสุดคือเขาบอกฉันว่ามีคนวานให้เขาลงมือ ฉันไม่เข้าใจ คนที่ทำให้เขาลงมือได้ สถานะไม่ธรรมดาเด็ดขาด แต่ทำไมถึงไม่ลงมือเอง……”
หลีชิงเยียนคาดเดา ผู้ที่ไหว้วานชิงเหนียนลงมือท่านนั้นอาจจะเป็นผู้ลึกลับที่ช่วยเธอมาหลายครั้งก่อน
“ถ้าเป็นผู้ลึกลับที่ช่วยเหลือเธอมาครั้งแล้วครั้งเล่าคนนั้น งั้นเขาคงจะไม่ชอบเธอเข้าแล้วเหรอ?” ซูเสี่ยวหยุนยิ้มบอก
“ฉันอยากรู้จักเขามาก ถ้ามีโอกาสรู้จัก ฉันจะต้องตั้งใจขอบคุณเขาดีๆ แน่” ใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนจริงใจ
เฉินเป่ยที่อยู่ด้านข้างลูบๆ จมูกอย่างอึดอัดอยู่บ้าง ตอนนั้นในสมองเขาผุดความคิดที่แปลกประหลาดมากออกมา ถ้าหลีชิงเยียนรู้ว่าผู้ลึกลับคนนั้นเป็นเขาจะมีปฏิกิริยาอะไร?
หลีชิงเยียนเงยหน้า มองเฉินเป่ยทีหนึ่ง แอบพูดในใจ ทำไมระหว่างคนเราถึงต่างกันมากขนาดนั้น เป็นผู้ชายเหมือนกัน เฉินเป่ยไม่มีความทะเยอทะยานและปณิธานอันยิ่งใหญ่สักนิด ยินยอมทำงานบ้านอยู่ที่บ้าน ได้รับค่าครองชีพเพียงไม่กี่หมื่น
หลีชิงเยียนไม่ได้วาดหวังให้เฉินเป่ยเป็นเหมือนผู้ลึกลับ แต่ขอเพียงเฉินเป่ยเอาการเอางานสักหน่อยก็พอ
แต่น่าเสียดายที่หลีชิงเยียนมองเฉินเป่ยออกตั้งนานแล้ว เฉินเป่ยเป็นเจ้าหนุ่มที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ หลีชิงเยียนจึงยอมแพ้ไป
“สิ่งที่ฉันกังวลคือชิงเหนียนคนนั้นปกป้องตระกูลหลีได้แค่ครั้งหนึ่ง ต่อไปตระกูลหลีจะได้รับอันตรายหรือไม่ก็ไม่รู้ ถานกงไม่อาจปล่อยพวกเราไปแบบนี้……” หลีชิงเยียนถอนหายใจ
“วางใจเถอะชิงเยียน ผมได้ยินว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น” เฉินเป่ยยิ้มปลอบใจ
หลีชิงเยียนมองค้อนเฉินเป่ยทีหนึ่ง “ให้นายพูดรึยัง?”
หลังเฉินเป่ยหุบปากลง หลีชิงเยียนพูดว่า “นายรู้อะไร ข่าวที่ลือไปทั่วนายก็เชื่อแล้ว หาเรื่องถานกงไปแล้ว ต่อไปบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปคงมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาไม่ได้นอนแน่ๆ”