ตอนที่ 220
บทที่220 สถิติที่น่ากลัว
October 28, 2026
บทที่220 สถิติที่น่ากลัว
คนที่มาก็คืออธิบดี อธิบดีมองทางเย่ชวงด้วยสีหน้าจริงจังมาก บอกว่า “เย่ชวง เลิกทีม ให้พวกเขารีบหยุดการค้นหาทุกอย่างทันที”
เย่ชวงตะลึง สีหน้าสงสัยไม่เข้าใจ “อธิบดี ตอนนี้เป็นเวลาที่ช่วงชิงทุกวินาที หากค่ำไปกว่านี้ เบาะแสอาจจะโดนทำพังไปได้นะคะ”
อธิบดีส่ายๆ หน้า สีหน้าหนักหน่วง ก้าวมาด้านหน้าก้าวหนึ่ง เดินไปตรงหน้าของเย่ชวง พูดเสียงเนิบ “เย่ชวง เธอไม่เข้าใจ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เธอฉันสามารถควบคุมได้”
เย่ชวงสีหน้าฝืด ก้มหน้ามองทางศพของหลีเช่าหง
อธิบดีโบกมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทยอยแยกย้ายไป มองท่าทางเย่ชวงขมวดคิ้วขึ้น อธิบดีกดเสียงต่ำลง “เมื่อกี้ฉันพึ่งได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง”
“โทรศัพท์ใครคะ?” เย่ชวงถามจากจิตใต้สำนึก
“เยี่ยนจิง เจ้าบ้านของบ้านหลี หลีหง” อธิบดีเอ่ยปากบอก “หลีหงให้พวกเรารักษาสถานที่ไว้ให้ดี นำร่างของหลีเช่าหงส่งกลับไปบ้านหลีที่เยี่ยนจิง”
“ไม่ได้ พวกเรายังมาได้เก็บหลักฐานเสร็จ เบาะแสยังไม่เพียงพอเลยนะคะ ถ้าร่างของเขาส่งกลับไปแล้ว พวกเราจะจับคนร้ายได้ยังไงคะ?” เย่ชวงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลสักนิด พูดอย่างเด็ดขาด
อธิบดีสีหน้าชะงัก ขมวดคิ้วบอก “เย่ชวง เธอไม่เข้าใจรึไง? ความหมายของเจ้าบ้านบ้านหลีคือไม่ต้องการให้พวกเราจับคนร้ายแล้ว เขาเพียงแค่อยากเจอหลีเช่าหงสักหน่อย เรื่องราวต่อไปนี้ให้เขามารับผิดชอบ นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจทั้งสองฝ่ายเหรอ?”
เย่ชวงมองทางอธิบดี ในความเป็นจริงเธอที่ฉลาดเฉียบแหลมรู้ความหมายของอธิบดีตั้งแต่แรกแล้ว
นี่คือคดีที่แก้ยาก ถ้าไม่ได้หาความจริงออกมาให้ได้ จับคนร้ายไว้ มีความเป็นไปได้มากว่าตำแหน่งของอธิบดีจะรักษาไว้ไม่อยู่
แต่คดีนี้ล้มง่ายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
บุคคลทำงานลับเฉพาะที่ได้รับการฝึกอย่างดีเหล่านั้นถูกมือสังหารจัดการทิ้งอย่างง่ายดาย……มือสังหารยิ่งไม่คิดจะหลบซ่อนร่องรอยไป แต่ทว่าทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างโจ่งแจ้ง กำเริบเสิบสานที่สุด
ถึงแม้จะเป็นเย่ชวง ชั่วพริบตาเดียวก็ได้กลิ่นตุๆ ที่ไม่ธรรมดาเข้าจากในคดีนี้
ถ้ามือสังหารไม่มีความสามารถฝีมือมากพอ เป็นไปได้อย่างไรที่คนคนเดียวจะฆ่าทิ้งได้ทั้งโรงแรมนี้……นี่เกือบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
คดีแบบนี้ อธิบดีย่อมยินยอมที่จะมอบมันให้กับหลีหง……ทั้งสามารถเอาใจหลีหงได้และทั้งสามารถรายงานกับด้านบนได้ด้วย เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เรื่องอย่างนี้ทำไมถึงอธิบดีจะไม่ทำล่ะ เต็มใจอย่างมากด้วย
อธิบดีมองทางเย่ชวง สีหน้าเย่ชวงดิ้นรนสงสัย หลังจากนั้นครู่หนึ่งตัดสินใจกะทันหัน มองทางอธิบดีอย่างแน่วแน่ พูดอย่างเฉียบขาด “อธิบดี ถ้ามอบมันให้หลีหง งั้นจะทำยังไงกับคนร้ายกัน ปล่อยให้เขาลอยนวลเหรอ?”
อธิบดีถอนหายใจยาวๆ ทีหนึ่งพลางบอกว่า “เย่ชวง เธอยังเด็กเกินไป เดิมทีเธอไม่รู้ว่าโลกของผู้ใหญ่ไม่ได้มีดีเลวถูกผิด”
เย่ชวงส่ายๆ หน้า เธอยังอยากพูดอะไรอีก ทันใดนั้นอธิบดีก็สีหน้าเย็นชา พูดเสียงสูงขึ้นแบบหนาวเหน็บหลายระดับ “เธอรู้มั้ยว่าการมีตัวตนของหลีหงเป็นยังไงบ้าง? นั่นคือบุคคลที่ควบคุมโลกของเยี่ยนจิง……นี่เธอจะให้ฉันขัดคำสั่งของเขารึไง นี่คือโทษถึงตาย”
“ไม่ใช่แค่โทษประหารชีวิต……” อธิบดีชี้ไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นอกระเบียงทางเดินอย่างฮึกเหิม ตวาดเสียงดุ “ถ้าตามตำหนิบ้านหลีต่อไป ทั้งเธอและฉัน ยังมีพวกเราทั้งสถานีตำรวจหู้ไห่ คงไม่มีสักคนที่หนีรอดได้”
เสียงของอธิบดีหนาวเหน็บทำให้ที่ว่างสั่นสะเทือน “หรือว่าเพื่อความเป็นธรรม เธออยากตัดสินใจ เอาพวกเราทั้งหมดพ่วงเข้าไปด้วยเหรอ?”
ในห้องพักส่วนตัว เงียบสงบ เย่ชวงอึ้งค้างไป เธอมองอธิบดีอย่างใจลอย สีหน้าตกใจอย่างยิ่ง
เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเห็นอธิบดีโมโหมากขนาดนั้น……คาดไม่ถึงว่าเป็นเพียงเพราะคดีนี้
หลังจากที่อธิบดีระเบิดความโกรธเสร็จ ถึงระลึกได้ว่าตนเองเสียอาการ พูดเสียงเนิบช้า “เย่ชวง ฉันกับพ่อของเธอรู้จักกันมาหลายปี ดังนั้นฉันพูดกับเธอมากขนาดนี้แล้ว หวังว่าเธอจะเข้าใจความลำบากของฉัน”
เสียงของอธิบดีหวานละมุนลงมา พูดเสียงนุ่ม “บ้านหลีจากเยี่ยนจิง เดิมทีไม่ใช่ตระกูลที่พวกเราสามารถต่อต้านได้ คำพูดแต่ละอย่างของพวกเขาสามารถทำให้หู้ไห่พินาศได้”
“ฉันรู้แล้วค่ะ” ใบหน้าที่งดงามของเย่ชวง สีหน้ามืดจางลงมาทันใด น้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย
อธิบดีมองเห็นท่าทางนี้ของเย่ชวงก็ค่อนข้างจำใจ ได้แต่แอบถอนหายใจ ตบๆ ไหล่ของเย่ชวง จากนั้นหมุนตัวเดินออกจากห้องพักส่วนตัว
ไม่นานด้านนอกระเบียงทางเดินก็มีคำสั่งของอธิบดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปจากพื้นที่ เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่งคุ้มครองสถานที่
แต่ตอนที่เย่ชวงเดินออกจากพื้นที่ กลับมองเห็นรถไมบัคที่ผ่านการปรับแต่งคันหนึ่งขับเข้ามาจากที่ไกลๆ
หลังรถไมบัคจอดที่ข้างทาง ผู้ชายใส่สูทสองคนก็ยกเปลหามไว้ ดันฝูงชนที่เบียดแน่นอย่างเงียบนิ่ง เดินเข้าในโรงแรม
นั่นเป็นการจัดการของบ้านหลี ต้องการนำร่างของหลีเช่าหงขนกลับเยี่ยนจิง
เย่ชวงมองทางผู้ชายที่ใส่สูทสองคนนั้น ใบหน้างดงามประกายความหมายซับซ้อน สุดท้ายทำได้เพียงเดินเข้าไปในรถตำรวจ นั่งอยู่ในรถตำรวจ แล้วขับไปทางสถานีตำรวจที่ไกลออกไป
…………
อาคารตระกูลหลี เฉินเป่ยนั่งอยู่ในห้องทำงานของตนเอง กำลังเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างออกรสออกชาติ ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ภาพผู้หญิงงดงามคนหนึ่ง ค่อยๆ เดินเข้ามา
หลินเฉว่ใส่ชุดกระโปรงยาวสีขาว หน้าที่แต่งอ่อนๆ ใบนั้น บริสุทธิ์ราวกับใบหน้าของนางฟ้า เต่งตึงอย่างอวบอิ่ม ทำให้พนักงานหญิงของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปมากมายต่างอิจฉาอย่างยิ่ง
นี่คือธรรมชาติ เดิมทีไม่ใช่พวกต่ำต้อยที่สวยหยาดเยิ้มด้วยการฉีดไฮยาลูรอนพวกนั้นจะสามารถเทียบได้
พอหลินเฉว่เดินเข้าห้องทำงานก็ขมวดคิ้วขึ้น เธอได้กลิ่นบุหรี่ที่เข้มข้น ทำให้เธออดไม่ไหวใช้มือปิดจมูกไว้ ตะโกนเสียงดัง “เฉินเป่ย!”
แต่ทว่าเฉินเป่ยกำลังใส่หูฟังแบบครอบศีรษะอยู่ จึงไม่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของหลินเฉว่ จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ นิ้วมือกำลังรัวกดบนแป้นพิมพ์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์อยู่