ตอนที่ 273
บทที่273 เปิดโปงสถานะ!
October 28, 2026
บทที่273 เปิดโปงสถานะ!
ซูเหลยจ้องมองรถอาวดี้ที่หายไปอยู่ตั้งนาน ทันใดนั้นถึงได้สติกลับมา
หล่อนก้มหน้ามองนิดหน่อย เลือดสดทั้งตัว หล่อนส่งเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น จากนั้นหมุนตัวเดินไปทางหลีชิงเยียนทีละก้าว
หลีชิงเยียนเห็นว่ากำจัดอันตรายเสร็จ ในที่สุดก็ไม่สนใจผมยาวยุ่งเหยิง มองตนเองขึ้นมาดูกระเซอะกระเซิงอย่างสุดจะทน เธอใส่รองเท้าส้นสูงคู่นั้น ออกแรงสุดกำลัง พุ่งเข้าไปหาซูเหลย
“ประธานหลี อย่าเข้ามา” ซูเหลยเอ่ยปาก หล่อนอยากเตือนหลีชิงเยียน ตรงนี้ทุกที่ล้วนเป็นศพมากมายและกองเลือดนอง จึงบอกให้หลีชิงเยียนไม่ต้องเข้าใกล้
แต่หลีชิงเยียนพุ่งเข้าไปตรงหน้าของซูเหลยอย่างไม่สนใจอันตราย กอดซูเหลยเอาไว้ ไม่สนใจว่ามือเรียวเล็กและขาวเนียนของตนเองจะเปื้อนเลือดสดเข้าแล้ว
“ประธานหลี อย่าแตะฉัน” ซูเหลยตอบสนองกลับมาทันที หลีชิงเยียนรักสะอาด หล่อนหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ
“ไม่” หลีชิงเยียนกุมมือของซูเหลยเอาไว้ ส่ายๆ หน้า ในดวงตาเผยความหมายที่แน่วแน่ออกมา
ซูเหลยมองทางหลีชิงเยียน ในสายตาเผยความสับสนออกมาโดยสัญชาตญาณ
แต่ไม่นานหล่อนก็มีปฏิกิริยาเข้ามาแล้ว หลีชิงเยียนกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของหล่อน ถึงได้ทำแบบนี้
“ประธานหลี คุณไม่เป็นไรนะคะ?” หลังโอบกอดอยู่สักพัก ซูเหลยจึงสังเกตดูหลีชิงเยียนสักหน่อย ถามด้วยความห่วงใย
“ฉันไม่บาดเจ็บ แต่ว่าเธอ......” หลีชิงเยียนพูดอย่างจิตใจกระสับกระส่าย
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ พวกนี้ไม่ใช่เลือดของฉัน” ซูเหลยส่ายๆ หน้า พูดอธิบาย
หลีชิงเยียนชำเลืองมองศพที่จมกองเลือดบนพื้นพวกนี้ทีหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นเครืออยู่นิดๆ ถามว่า “คนพวกนี้......สรุปเป็นใครกัน?”
ซูเหลยก้มหน้ามองทีหนึ่ง ลายสักที่ดุร้ายบนศพ ผีห่าซาตานทั้งหลาย......ทั้งยังมีมีดยาวที่วิญญาณชั่วร้ายพุ่งทะยานแต่ละเล่มนั้น ซูเหลยที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนก็วินิจฉัยออกมาได้ในแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “อิทธิพลใต้ดินของที่เยี่ยนจิง น่าจะไม่ใช่คนหู้ไห่......เพียงแต่ไม่รู้ทำไมถึงมาจ้องพวกเรา”
“พวกเราพึ่งมาถึงเยี่ยนจิง ทำไมถึงไปเกี่ยวข้องกับอิทธิพลใต้ดินของที่นี่ได้ล่ะ?” หลีชิงเยียนขมวดคิ้วแอบพูดในใจ ทันใดนั้นในใจเธอสั่นไหว นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง......ชั่วขณะนั้นทำให้ดวงตาเธอมีความซับซ้อนปรากฏขึ้น
หรือว่าเป็น.......คนตระกูลเดียวกัน?
หลีชิงเยียนอดนึกย้อนความจำในอดีตขึ้นไม่ได้......ความทรงจำที่เมื่อหลายปีก่อนที่เกือบลืมไปแล้ว ค่อยๆ ปรากฏขึ้น......
“ประธานหลี คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ?” ซูเหลยเห็นร่างกายหลีชิงเยียนสั่นเทา ดวงตางดงามประกายแสงที่แปลกประหลาด จึงอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ ดึงหลีชิงเยียนออกมาจากความทรงจำทันใด
หลีชิงเยียนได้สติกลับ ส่ายๆ หน้า สีหน้าเพิ่มความเศร้าหมองและซับซ้อนขึ้น ส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ฉันไม่เป็นไร”
เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งอิทธิพลใต้ดินพวกนี้มา แต่ตอนนี้ดูแล้วเหมือนจะมีเพียงคนกลุ่มนั้นถึงจะจ้างคนมาฆ่าตนเองได้......เพราะสำหรับคนพวกนั้นแล้ว ตนเองถือเป็นคนชั้นต่ำของตระกูล ไม่ควรมีชีวิตต่อไป
ถึงแม้สาเหตุจะเพราะหลีหง ตระกูลหลีถึงไม่กล้าลงมือต่อหลีชิงเยียน แต่มักจะมีคนที่ในใจเคียดแค้นดูถูก ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง
ถ้าไม่ใช่ซูเหลย ตนเองคงโดนทำลายตายไปตั้งนานแล้ว
“นึกไม่ถึงว่าอิทธิพลใต้ดินของเยี่ยนจิงจะแกร่งขนาดนี้ แค่สาขาหนึ่งก็เกินคาดของฉันแล้ว” ซูเหลยพูดทอดถอนใจ “ถ้าเป็นสำนักใหญ่ งั้นพวกเราอาจจะจมสู่วิกฤตเข้าจริงๆ ......”
“ไม่หรอก” เสียงของซูเหลยพึ่งจบ หลีชิงเยียนเอ่ยปากกะทันหัน ซูเหลยหันหน้า มองทางหลีชิงเยียน เห็นเพียงหลีชิงเยียนสีหน้าสงบ บอกว่า “ช่วงเวลาสำคัญแต่ละครั้งเขาจะปรากฏตัวขึ้น”
ส่วนซูเหลยตอนที่มองเห็นหลีชิงเยียนพูดถึงเขาเผยท่าทางประหลาดใจ ในใจอดสั่นไม่ได้ ก่อนจะแอบถอนหายใจ
หล่อนย่อมมองเห็นภาพเงาคนคนนั้นที่หลีชิงเยียนพูดถึง เพียงแต่ว่าเทียบกับหลีชิงเยียนที่มองเห็นจากที่ไกลๆ ซูเหลยที่มองดูระยะใกล้ ยังมองได้แจ่มชัดมากกว่า
ซูเหลยมองเห็นอย่างชัดแจ๋ว ภาพเงาคนนั้นทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคย.......โดยเฉพาะภาพด้านหลัง แม้กระทั่งมีบางครั้งซูเหลยยังจำผิดง่ายดายมาก
ยังเป็นใครได้ ภาพเงาคนนั้นช่างเหมือนเฉินเป่ยเหลือเกิน
ซูเหลยอ้าๆ ปาก อยากพูดแต่ก็หยุดไป ท้ายสุดไม่ได้พูดอะไร หล่อนเพียงแค่สงสัยและไม่แน่ใจว่านั่นคือเฉินเป่ย
ทั้งสองคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นออร่าหรือว่าฝีมือ และการสังหารหมู่ในวันนี้ช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน เดิมทีไม่ใช่คนเดียวกันแน่นอน
ซูเหลยแอบถอนหายใจเงียบๆ หล่อนยังคงสงสัยต่อเฉินเป่ย หล่อนไม่มีหลักฐานชัดแจ้งตั้งแต่ต้นจนจบ ที่จะพิสูจน์สถานะของเฉินเป่ย
ไม่เพียงแค่นี้ หลังผ่านการโจมตีของเฉินเป่ย ซูเหลยก็ไม่กล้าไปตรวจสอบเฉินเป่ยอีกแล้ว
ความลึกลับของเฉินเป่ยยากหยั่งถึง ทำเอาซูเหลยหวาดผวาแล้ว
“พวกนี้จะจัดการยังไง?” หลีชิงเยียนก้มหน้า มองกองเลือดและศพมากมายที่เป็นวงใหญ่ ใบหน้าซีดขาวขึ้นมา ในใจนึกหวาดกลัว
ถึงแม้เตรียมใจมาแล้ว และเคยเจอเหตุการณ์รบราฆ่าฟันมาสองสามครั้ง แต่ตอนที่มองเห็นฉากนองเลือดที่เหมือนนรกในโลกมนุษย์อีกครั้ง หลีชิงเยียนยังคงหนาวเหน็บในก้นบึ้งหัวใจ กลัวอย่างมาก
“ฉันจะไปโทรศัพท์ไม่เปิดเผยชื่อ ให้ตำรวจท้องถิ่นของเยี่ยนจิงเข้ามาจัดการ” ซูเหลยพูดขึ้น
หลีชิงเยียนพยักหน้า จิตใจรุ่มร้อนกระสับกระส่าย “ระวังหน่อยนะ”
หลีชิงเยียนเป็นห่วง ซูเหลยโทรศัพท์ไม่เปิดเผยชื่อ อาจจะโดนทางตำรวจจับเบาะแสได้
“วางใจเถอะ ไม่เป็นไรหรอก” ซูเหลยยิ้มอ่อนๆ หล่อนในฐานะทีมรบพิเศษหัวเซี่ย โทรศัพท์อำพรางชื่อสายนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ทางตำรวจไม่อาจหาหล่อนเจอแน่