ตอนที่ 272
บทที่272 เยี่ยนจิงที่คุ้นเคย!
October 28, 2026
บทที่272 เยี่ยนจิงที่คุ้นเคย!
จางเสี้ยวเทียนอยากจะหนี แต่เฉินเป่ยจะปล่อยเขาไปได้อย่างไรกัน?
หลังนั้นครู่หนึ่ง เลขาฯ บอกกับจางเสี้ยวเทียนว่า “ประธานจางครับ ไม่เห็นตัวคนแล้ว เดาว่าคงโดนทิ้งท้ายแล้วครับ”
จางเสี้ยวเทียนไม่เชื่อ ยื่นหน้ามองไปทางนอกหน้าต่างทีหนึ่ง เห็นว่าท้ายรถว่างเปล่าไป แม้แต่เงาคนยังไม่มี ถึงโล่งอกไปทีหนึ่ง
“สุดท้ายเจ้านั่นก็โดนสะบัดทิ้งไปได้” จางเสี้ยวเทียนถอนหายใจออกมา ความพะวงก้อนใหญ่ในใจถือว่าได้ปล่อยวางลงแล้ว
“ประธานจางครับ ไปหาซ่าหลัวกลางดึก คงไม่ค่อยดีมั้งครับ?” เลขาฯ พูดอย่างลังเล
จางเสี้ยวเทียนทำหน้าเย็นชา “ไม่ดีเหรอ? ไม่ดียังไง คนของพวกเขาทำเรื่องไม่สำเร็จ หนึ่งล้านของฉันนี้ถือว่าถลุงเล่นเหรอ?”
“มีเงินหนาไปล่อต้องมีคนกล้าทำสิ แย่ที่สุดก็ไปหาสำนักใหญ่ของพวกเขา ฉันจะเพิ่มราคาสูงอีกหน่อย......ไม่ว่าวิธีไหน ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้จำเป็นต้องตาย”
จางเสี้ยวเทียนพูดขึ้น ลูบๆ ใบหน้าของตนเองที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำบวมแดง สีหน้าอัปลักษณ์ดุร้าย
เขาไม่อาจปล่อยเฉินเป่ยและหลีชิงเยียนไปอย่างเด็ดขาด......ต่อให้ครอบครัวล่มจมก็ต้องฆ่าพวกเขาสองคน
คำพูดของจางเสี้ยวเทียนพึ่งออกไป ทันใดนั้นรถอาวดี้ก็โคลงเคลงอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้น?” สีหน้าจางเสี้ยวเทียนเปลี่ยนไปทันที ส่วนเลขาฯ ที่อยู่ด้านข้างตวาดถามอย่างโมโหไปทางคนขับ
“ผม......ผมก็ไม่รู้ครับ” คนขับนั้นหน้ามึนงงมาก เขาขับรถยนต์อยู่ปกติ แต่เกิดโยกอย่างรุนแรงจนแทบจะทำให้เขาหักรถไปชนกำแพงด้านข้าง
“จอดรถ!” จางเสี้ยวเทียนตะโกนเสียงดุ
“ปึง!”
ทันใดนั้น มีเสียงดังสนั่นที่แสบแก้วหูดังขึ้นมาจากหลังคารถ จางเสี้ยวเทียนเงยหน้า มองเห็นที่ด้านบนหลังคารถ จากนั้นดวงตาคู่หนึ่งหดจนกลายเป็นเข็มทันที
บนหลังคารถมีรอยหมัดใหญ่บุบลงมา รอยหมัดนั้นชัดเจนมาก แม้กระทั่งยังมองเห็นร่องรอยของนิ้วมือได้
จางเสี้ยวเทียนเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน แวบเดียวก็มีเสียงดังขึ้นอีก หลังคารถเปลี่ยนรูปไม่หยุด รอยหมัดแสดงชัด ทำให้จางเสี้ยวเทียนสีหน้าซีดขาว
“ข้างบนมีคน เขย่ามันลงมา!” จางเสี้ยวเทียนสั่งเสียงดุ
ถนนยามดึกสงัดว่างโล่ง เกือบจะไม่มีรถยนต์ขับผ่าน ถึงแม้จะมีคนเมาเหล้านอนหลับอยู่ข้างถนน ก็คงไม่มีอันตรายอะไร
และเวลานี้ บนถนนที่กว้างขวาง มีรถอาวดี้สีดำคันหนึ่งขับส่ายซ้ายขวาด้วยความเร็วไม่หยุด ส่วนบนหลังคารถก็มีคนคนหนึ่งยืนอยู่ด้านบนอย่างมั่นคง พลังเขย่าสั่นที่มหาศาลไม่ได้สะบัดเขาลงจากหลังคารถได้เลย
ทั้งตัวเขาราวกับตุ๊กแก เหมือนโดนกาวน้ำติดไว้ด้านบน รถอาวดี้สีดำใช้ทุกวิถีทาง แต่ยังไม่สามารถสะบัดเขาลงได้
คนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือเฉินเป่ย
หลังเฉินเป่ยปล่อยหมัดลงบนหลังคารถไม่กี่ที ทันใดนั้นก็เผยรอยยิ้มที่หนาวเย็นเยาะเย้ยออกมา ตามมาด้วยกระจกด้านหลังรถแตกละเอียด ภาพคนคนหนึ่งมุดเข้าไปจากด้านหลังรถ
ชั่วขณะนั้นสีหน้าเลขาฯ เปลี่ยนไปแล้ว และเขาพึ่งมองเห็นหน้าตาของเฉินเป่ยชัดๆ ฝ่ามือใหญ่ที่มีพลังข้างหนึ่งเปิดประตูรถออก ทิ้งเลขาฯ ออกไปทันที
“เอ๋อตงเฉิน!” ในใจจางเสี้ยวเทียนเต้นแรง จ้องเฉินเป่ยอย่างโมโหกัดฟันเอ่ยปาก
“แกคิดว่าแกจะหนีรอด?” เสียงหนึ่งที่มีความหมายเสียดสีเต็มที่ลอยเข้ามาในหูของจางเสี้ยวเทียน ไม่รู้ว่าเฉินเป่ยมานั่งด้านข้างของจางเสี้ยวเทียนตั้งแต่เมื่อไร กำลังมองทางจางเสี้ยวเทียนด้วยแววตาสงบ ในคำพูดกลับเต็มไปด้วยความหมายเสียดสี
“แน่นอนว่าไม่ แต่ถ้าแกฆ่าฉัน แกรู้มั้ยว่าผลคืออะไร?” ใบหน้าจางเสี้ยวเทียนเรียบนิ่ง รับมือกับเฉินเป่ยอย่างสงบ แต่มีเพียงเขาเองที่รู้ว่าหัวใจที่อยู่ภายในเต้นเร็วแค่ไหน ด้านหลังเหงื่อเปียกโชกเสื้อเชิ้ตไปตั้งนานแล้ว
ยามเผชิญหน้ากับเฉินเป่ย จางเสี้ยวเทียนเหมือนกำลังเต้นรำกับหมาป่า เขาเห็นความสามารถของเฉินเป่ยชัดเจน ทั้งสาขาซ่าหลัวโดนทำลายลงหมด กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นที่ลอยมาจากตัวเฉินเป่ย พอที่จะอธิบายได้ว่าเขามีความเหี้ยมโหดมากเท่าไร
“ผล? ผลอะไร?”
“ถ้าฉันตายแล้ว แกไม่เพียงจะโดนซ่าหลัวทั้งหมดตามฆ่าอย่างไม่หยุดหย่อน ยิ่งจะต้องผิดใจกับบุคคลยิ่งใหญ่ของเยี่ยนจิงแบบนับไม่ถ้วนด้วย แกคงกลับหู้ไห่ไม่ได้แน่” จางเสี้ยวเทียนเอ่ยปากนิ่งๆ อยากเพิ่มแรงกดดันให้เฉินเป่ยด้วยท่าทางเรียบเฉย
“อ่อ? ฟังขึ้นมาดูน่าสนใจอยู่หน่อย” มุมปากเฉินเป่ยยกขึ้นเล็กน้อย เผยสีหน้าที่รู้สึกสนใจออกมา
“รู้มั้ย? เครือข่ายเส้นสายของฉันใหญ่มาก ขอเพียงเกิดเรื่องขึ้นกับฉัน ขอเพียงสะกิดนิ้วบุคคลยิ่งใหญ่ส่วนหนึ่งหน่อย แกจะต้องโดนทั้งเยี่ยนจิงโจมตี......” จางเสี้ยวเทียนสงบลงมาก “ความสามารถของบุคคลยิ่งใหญ่ส่วนนี้ แกไม่มีทางจินตนาการได้......ฉันจะเตือนแกไว้ ดีที่สุดอย่ามาลงมือกับฉัน”
หลังจากจางเสี้ยวเทียนพูดพวกนี้จบ ก็แน่ใจเพิ่มขึ้นมาก สำหรับเขาแล้ว พอคำพูดพวกนี้ออกไป เฉินเป่ยย่อมไม่กล้าทำอะไรเขาแต่อย่างใดแน่
“หึๆๆๆ ......”
จางเสี้ยวเทียนพึ่งพูดจบ เฉินเป่ยก็หัวเราะแล้ว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและเหยียดหยาม ทำให้ในใจจางเสี้ยวเทียนไม่มั่นใจอย่างน่าประหลาด
“บุคคลยิ่งใหญ่” เฉินเป่ยสีหน้าสงบ หัวเราะเยาะเย้ย “บุคคลยิ่งใหญ่ไร้สาระอะไร”
จางเสี้ยวเทียนสีหน้าค้างคา คาดไม่ถึงว่าเฉินเป่ยจะไม่กลัวการข่มขู่ของเขาสักนิด ทำให้ในใจเขาไม่สงบขึ้นมาทันใด
แวบหนึ่ง เฉินเป่ยก็คว้าคอเสื้อของจางเสี้ยวเทียนไว้แล้วหัวเราะใส่เขา พร้อมกับบอกว่า “ไปสบายซะ”