ตอนที่ 279
บทที่279 ให้โอกาสนายสักครั้ง!
October 28, 2026
บทที่279 ให้โอกาสนายสักครั้ง!
แม้กระทั่งมีหมาป่าหิวโหยบางส่วนทนไม่ไหวจนพยายามเบียดไปทางหญิงสาวมัธยมปลายคนนี้แล้ว
คนที่มีแผนการแอบซ่อนพวกนี้ค่อยๆ ยื่นกรงเล็บวายร้ายออกมา.......
ส่วนหญิงสาวมัธยมปลายคนนี้ร้องไห้อย่างเสียใจมาก เธออยากจะพุ่งเข้าไปช่วยพี่ชายของเธอมาก แต่ว่ารอบด้านของสนามต่อสู้ล้วนมีชายล่ำสันแต่ละคนคุ้มกันอยู่ รอยฟกช้ำบนหน้าผากของหญิงสาวมัธยมปลาย เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นเพราะพยายามจะพุ่งเข้าไป
สายตาแต่ละคนตกอยู่บนตัวหญิงสาวมัธยมปลายคนนั้น เธอดูเหมือนร้องไห้มานานแล้ว สะอึกสะอื้นจนร่างกายที่อ่อนนุ่มสั่นไหวตามลม เผยเอวเรียวบางที่อ่อนช้อยออกมา ทำให้คนน้ำลายไหล
“พี่ชาย......” หญิงสาวมัธยมปลายคนนั้นร้องไห้ไปพลางตะโกนไปพลาง เธอมองพี่ชายที่อยู่บนลานต่อสู้ที่ได้รับการทรมาน หัวใจเสมือนโดนมีดกรีด
เฉินเป่ยมองทางพี่น้องคู่นี้ หรี่ดวงตาขึ้นแล้วสังเกตอย่างละเอียด
“เป็นสาวน้อยที่น่าสงสารเสียจริง.......โดนเจ้าคนเลวนั้นทำให้ด่างพร้อย พี่ชายของเธอก็อยากทวงคืนความเป็นธรรม กลับโดนกดขี่รังแก......เฮ้อ.....”
ในฝูงชนที่โวยวายขยับไปมา มีผู้เฒ่าคนหนึ่งที่รู้เรื่องราวบางส่วนพูดทอดถอนใจ
“ฉันพักอยู่แถวนี้ มองเห็นพวกเขาสองคนพี่น้องอยู่ทุกวัน พ่อแม่ตายเร็ว สองพี่สองพึ่งพาอาศัยกันมีชีวิต......รู้สึกว่าสวรรค์นี่ก็จงใจจริงๆ ให้น้องสาวเกิดมาใสบริสุทธิ์ จะไม่เจอคนคิดถึงตลอดได้ยังไง พี่ชายของเธอที่ปกป้องเหมือนดอกไม้สดดอกนี้ แต่พี่ชายเธอรูปร่างผอมขนาดนั้น จะปกป้องได้ยังไงกัน!” ชายอีกคนเสียงดังมาก และราวกับระฆังยักษ์จนทำให้คนแสบแก้วหูไปหมดพูดขึ้นมา “แม่งเอ๊ย นี่ไม่ใช่ไม่กี่วันก่อนพี่ชายเธอไม่ได้ไปรับน้องสาวเลิกเรียนเหรอ ตอนที่เดินผ่านสำนักฝึกวิทยายุทธ ดันถูกเจ้าสำนักนี้สนใจเข้า ได้ยินว่าโดนเหยียดหยามอย่างโหดเหี้ยมรอบหนึ่ง.......คนอื่นเขาเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์นะ เสียหายไปเต็มๆ เลย”
“เจ้าคนนี้มันไม่ใช่คนจริง นี่ไม่ใช่ทำคนเขาอื่นเขาเสียหายแล้วรึไง!”
“แม่งเอ๊ย เห็นว่าตัวเองใหญ่หน่อยแล้วจะเหนือกว่าใครรึไง แจ้งความ!”
ในฝูงชนฮือฮากันอย่างยิ่ง คำพูดของสองคนเมื่อกี้จุดไฟโกรธของคนมากมาย แต่ไม่นานก็มีคนเอ่ยปากอีก ราดน้ำเย็นเตือนสติ “คนอื่นเขาเปิดสำนักฝึกวิทยายุทธ พวกนักสู้ก็ใช้ความรุนแรงทำผิดกฎ เปิดสำนักฝึกวิทยายุทธมากมายอยู่ที่นี่ล้วนเรียกกันว่าราชา ว่ากันว่าเจ้าสำนักคนนี้เก่งกาจเชียวล่ะ ความสามารถเหนือขั้น ยุ่งไม่ได้ เขาเลยมีความมั่นใจกำเริบเสิบสานไปข่มเหงหญิงสาวคนอื่น......แต่พวกเราจะมีวิธีอะไร? ไม่มีทางหรอก ว่ากันว่าเจ้าสำนักคนนี้ทางขาวดำก็เอาหมด ใครก็ไม่กล้าหาเรื่องเขา แต่หญิงสาวที่เสียหายจากน้ำมือเขา ยังไม่ต่ำกว่าสิบกว่าคน!”
“ใช่ๆ ฉันได้ยินมาว่าเขากับผู้คนมากมายของตระกูลอู่ในเยี่ยนจิงมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลว พี่น้องสองคนนี้ ถึงแม้ไม่ได้รับความเป็นธรรมมากมาย ก็คงไม่มีที่ให้ปลดปล่อย”
ทันใดนั้นผู้เฒ่าที่พูดเรื่องราวเมื่อสักครู่ออกมาคนนั้นพูดขึ้น “พวกเราอยู่ในถิ่นของคนอื่นเขานะ ทุกคนเพลาๆ หน่อยเถอะ ครั้งนี้พี่ชายเขาน่าจะโดนต่อยจนตายทั้งเป็น.....ส่วนน้องสาวเขา มีความเป็นไปได้มากว่าจะหนีไม่รอดกรงเล็บของเจ้าสำนัก”
ในฝูงชน คนมากมายมองทางเจ้าสำนักที่รูปร่างกำยำแข็งแกร่งคนนั้น สายตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ว่าใครก็ไม่กล้าเข้าไป
เพราะพวกเขาต่างรู้ว่าขอเพียงแสดงอะไรออกมา มีความเป็นไปได้มากว่าจะมีจุดจบเหมือนพี่ชายคนนั้น
บนลานต่อสู้ ผู้ชายผอมแห้งคนนั้นไม่มีกำลังต่อต้านถึงที่สุด แม้กระทั่งปกป้องตนเองยังทำไม่ได้เลย ทั้งตัวคือเลือด เหมือนกันคนตาย นอนอยู่ที่พื้น
เขาในเวลานี้ ดูขึ้นมาเหมือนใกล้ตาย อ่อนแรงเหมือนเนื้อปลาที่อยู่บนเขียง ได้แต่ปล่อยให้คนฆ่าแกง
ส่วนหญิงสาวมัธยมปลายกำลังมองเขาอยู่ น้ำตาไหลออกมาจากเบ้าตา ร่างกายสั่นเทาอย่างแรง ดูออกว่าในใจเธอฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด
ส่วนเจ้าสำนักคนนั้น มองผู้ชายผอมแห้งคนนั้นจากบนลงล่าง บนหน้าฉีกรอยยิ้มหนาวเย็นที่ดุร้ายขึ้น เขาค่อยๆ ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น เหยียบไปบนตัวผู้ชายที่ผอมแห้ง
“แกไม่ใช่อยากจะมาทวงหาความเป็นธรรมเหรอ ฉันก็ให้ความเป็นธรรมกับแกแล้วไง” เจ้าสำนักหัวเราะเยาะ น้ำเสียงก้าวร้าวโอหัง “ฉันก็แค่เล่นสนุกน้องสาวแกแล้วจะทำไม? โดยเฉพาะน้องสาวแกรสชาติไม่เลว ฉันยังไม่สะใจเท่าไรเลย”
เจ้าสำนักพูดจบ เงยหน้า มองหญิงสาวมัธยมปลายคนนั้นทีหนึ่ง เลียริมฝีปาก ในสายตาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการหยอกเย้า
“แกต้องได้รับกรรมตามสนอง” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยปากอย่างอ่อนแรง เขายังพยายามใช้แรงทั้งตัวพูดออกมา
“กรรมตามสนอง?” เจ้าสำนักหัวเราะเยาะ เหยียบนิ้วมือของผู้ชายผอมแห้งอย่างแรง ปลายเท้าบิดขยับไม่หยุด ความเจ็บปวดสุดจะทนทำให้ผู้ชายผอมแห้งขมวดคิ้วแน่น ทั้งใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
“ฉันคือผลกรรมของแกกับน้องสาวแก แกจะทำอะไรฉันได้?” เจ้าสำนักหัวเราะเสียงดังฮาๆ กำเริบเสิบสานแบบไม่สนใจสักนิดว่าโดยรอบจะมีคนมากเท่าไร
แต่ในชั่วพริบตาเดียว จากในฝูงชนที่เบียดเสียดกันแน่น ทันใดนั้นก็มีเปลวไฟดวงหนึ่งยิงออกมา ความเร็วแบบยากจะจินตนาการได้ ยิงเข้าในปากของเจ้าสำนักแล้ว
ก้นบุหรี่ที่ร้อนและยังไม่ดับ แถมยังมีขี้บุหรี่ร่วงเข้าในปากที่อ้ากว้างของเจ้าสำนักทั้งหมด ถึงแม้คนจะมากแค่ไหน ก็มีเพียงคนจำนวนน้อยที่สามารถมองเห็นภาพลวงตาที่ลอยไปเมื่อสักครู่
แวบหนึ่งสีหน้าเจ้าสำนักเปลี่ยนไปชั่วขณะนั้น สิ่งที่ทำให้ทุกคนสงสัยคือเจ้าสำนักหุบปากไว้ หน้าผากเหงื่อผุดออกมา ทั้งใบหน้าบิดเบี้ยวยิ่งกว่าผู้ชายผอมแห้งคนนั้นตั้งหลายเท่า
เขาเหมือนได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก โค้งตัวไอทันที มีคนมากมายมองเห็น ของเป็นผงถูกเขาคายออกมา สีนั้นเหมือนขี้บุหรี่เลย
ไม่นานเจ้าสำนักก็คายก้นบุหรี่ออกมาแล้ว เวลานี้เขาร้องเสียงดังขึ้นมาอย่างเจ็บปวด ในปากของเขา โดนลวกเป็นแผลไปหลายที่ ทุกที่ล้วนพองหมด
ปกติแผลพุพองหลังไฟไหม้ยังจัดการง่าย แต่แผลพองของเจ้าสำนักอยู่ในปาก
“แค่กๆๆ ......”
เจ้าสำนักกุมหมัด สีหน้าเขาผูกพยาบาท ส่วนฝูงชนที่มุ่งดูจมสู่ความเงียบสงบหมด ในอากาศเงียบสงัดไปแถบหนึ่ง สงบจนน่ากลัว
น้อยมากที่จะเห็นเจ้าสำนักโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทำให้คนเหล่านี้ตัวสั่นเทาอย่างมาก
เจ้าสำนักกวาดตามองทีหนึ่ง รวมทั้งหญิงสาวมัธยมปลายคนนั้น เกือบจะทุกคนต่างก้มหน้าลงกันตอนที่เห็นเจ้าสำนักโกรธเคือง
เพราะเวลานี้ กลิ่นอายที่เจ้าสำนักแพร่กระจายมาช่างเกรียงไกรเหลือเกิน ทำให้พวกเขาไม่กล้าไม่เคารพ
แต่ยกเว้นคนหนึ่งในที่นี้
ห่างออกไปจากเจ้าสำนักสิบกว่าเมตร มีภาพเงาคนหนึ่ง มือทั้งคู่ล้วงกระเป๋ากางเกง ยืนอยู่ตรงนั้นแบบนั้น มองเจ้าสำนักอย่างสงบผิดปกติ