ตอนที่ 285
บทที่285 เชิญเอาหน้าไถลพื้นไปได้เลย!
October 28, 2026
บทที่285 เชิญเอาหน้าไถลพื้นไปได้เลย!
..............
งานพนันเพชรพลอยจัดขึ้นที่โถงการค้าที่ใหญ่สุดของเยี่ยนจิง ตอนที่พวกเขาเฉินเป่ยรีบไปถึงงาน มองผ่านกระจกรถออกไป กว้างสุดลูกหูลูกตา ฝูงชนมากมายแน่นขนัด เพียงแค่มองแวบเดียวก็ทำให้หนังศีรษะชา
ช่างมากเหลือเกิน........ความกว้างขวางของโถงการค้าทำให้หลีชิงเยียนรู้สึกมหัศจรรย์ใจ
หลีชิงเยียนอ้าริมฝีปากแดงเล็กน้อย ในดวงตาประกายความตื่นตะลึงที่ยากจะปกปิด “คาดไม่ถึงว่าที่นี่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่แบบนี้นะ......”
หลีชิงเยียนพึมพำกับตนเอง ไม่นานสีหน้าซับซ้อนขึ้นมา......เธอพบเข้าฉับพลัน ช่วงสิบกว่าปีสั้นๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงของเยี่ยนจิงทำให้ตนเองรู้สึกแปลกหน้าแล้ว
“ปีหนึ่งเปลี่ยนไปอย่างหนึ่ง เรื่องปกติ” ในเวลานี้ มีเสียงหนึ่งลอยมาจากด้านข้าง หลีชิงเยียนหันหน้า มองเห็นเฉินเป่ยสีหน้าเรียบเฉย
หลีชิงเยียนยื่นๆ ปาก ดุด้วยเสียงเย็นชา “นายจะรู้อะไร”
หลังบ่นเสร็จ หลีชิงเยียนเปิดประตูรถออก เดินออกไปจากในรถ
เฉินเป่ยมองภาพด้านหลังที่มีเสน่ห์ของหลีชิงเยียน มุมปากฉีกรอยยิ้มนิดๆ ขึ้น
หลังซูเหลยจอดรถเรียบร้อย ไม่นานทั้งสามคนก็ปรากฏตัวที่ทางเข้า เดินก้าวเข้าไปเร็วๆ
หลังหลีชิงเยียนรื้อกระเป๋าสักครู่ สีหน้าตะลึงทันที หาบัตรผ่านไม่เจอ
“เกิดเรื่องอะไรกัน?” ซูเหลยที่อยู่ด้านข้างหลีชิงเยียนมองทางหลีชิงเยียน แอบถามเสียงต่ำ
“ฉันก็ไม่รู้” หลีชิงเยียนส่ายหน้าแล้ว ทันใดนั้นสีหน้าเธอเปลี่ยน นึกขึ้นมาได้ แวบหนึ่งสีหน้าดูแย่มาก “ฉันนึกขึ้นได้แล้ว ทิ้งบัตรผ่านไว้ในบ้านที่หู้ไห่ ลืมเอามาแล้ว”
เฉินเป่ยหรี่ดวงตาขึ้น ส่วนซูเหลยขมวดคิ้วขึ้น “งั้นทำยังไงดี?”
หลีชิงเยียนมองทางพนักงานรักษาความปลอดภัย สีหน้าเพิ่มความหวังมาหลายระดับ หวังว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยจะผ่อนปรนให้หน่อย ให้พวกเขาเข้าไป
นึกไม่ถึงว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนนี้สังเกตหลีชิงเยียนตั้งแต่บนลงล่างทีหนึ่ง โบกๆ มือ พูดอย่างรำคาญ “ไม่มีบัตรผ่านก็รีบไสหัวไป ถึงแม้เป็นเทพเจ้ามาจากไหน ถ้าไม่มีบัตรผ่านก็เข้ามาไม่ได้”
ขณะพูด พนักงานรักษาความปลอดภัยไล่หลีชิงเยียนพวกเขาไปด้านข้างแล้ว
หลีชิงเยียนมองพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างโมโห สีหน้าเต็มไปด้วยความจำใจ
กลับคาดไม่ถึงว่าเวลานี้ มีเสียงหนึ่งลอยมาจากด้านข้าง “โอ๊ะ นี่ไม่ใช่ประธานหลีผู้โด่งดังเหรอ?”
หลีชิงเยียนเงยหน้า มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้ว
“คุณคือ.......” ใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนเผยความสงสัยออกมา เธอจำชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ว่าเป็นใคร ไม่มีความทรงจำเลยแม้แต่นิด
“โอ๊ะ คุณจำผมไม่ได้เป็นธรรมดา แต่ผมรู้จักคุณ” น้ำเสียงชายหนุ่มแปลกประหลาดกำกวม ทำให้หลีชิงเยียนขมวดคิ้วขึ้นแล้ว สีหน้าไม่พอใจขึ้นมา
“ฉันไม่รู้จักคุณ” หลีชิงเยียนพูดไป
“ลูกสาวของหลีหยาง หลีชิงเยียน ไม่เพียงมีชื่อเสียงโด่งดังที่หู้ไห่ ผมอยู่ที่เยี่ยนจิง ก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณมาไม่น้อย......โดยเฉพาะตระกูลหลีมีคนในตระกูลโดนไล่ออกจากบ้านไป” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยปากยิ้มบอก
ส่วนหลีชิงเยียนดวงตาแข็งกร้าว มองทางชายหนุ่ม น้ำเสียงเย็นชาขึ้นมา “นายเป็นคนในตระกูลหลี?”
“ไม่ผิด ฉันชื่อหลีผิง ไม่รู้เธอยังพอจำได้รึเปล่า ตอนแรกที่พ่อเธอโดนไล่ออกจากตระกูลวันนั้น เป็นพ่อฉันลงมือด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มหัวเราะเยาะหึๆ สายตาเต็มไปด้วยการเหน็บแนม “ผ่านไปหลายปีขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าหลีหยางแข็งแรงดีอยู่รึเปล่า?”
หลีชิงเยียนสีหน้าหนาวเย็น เอ่ยปากชัดถ้อยชัดคำ “พ่อฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง”
ซูเหลยและเฉินเป่ยที่อยู่ด้านข้างดูฉากนี้อยู่ในสายตาอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าหลีชิงเยียนมีความขัดแย้งอะไรกับหลีผิง
หลีผิงหัวเราะฮาๆ พูดว่า “เมื่อไรกัน ไม่สู้ให้หลีหยางกลับไปบ้านหลีสักครั้ง พวกเราคนในตระกูลมากมายล้วนคิดถึงเขามาก อยากถามเขาหน่อยว่าหลังถูกตระกูลคัดออก ใช้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง”
หลีชิงเยียนจ้องมองหลีผิงอย่างเมินเฉย นี่คือการยั่วเย้าและเหน็บแนม ทั้งหมดนี้เป็นการเหยียดหยามบิดาของเธอโดยกลายๆ
มือเรียวงามคู่นั้นกำแน่น ข้อนิ้วมือซีดขาวขึ้น เห็นได้ว่าในใจเธอโกรธเคืองมากแค่ไหน
“ถึงจะแย่แค่ไหนก็ยังดีกว่าตระกูลหลีของพวกนาย” หลีชิงเยียนใช้พลังทั้งตัวเอ่ยปากอย่างเย็นยะเยือก แม้กระทั่งน้ำเสียงกำลังสั่นเครือ
“ตระกูลหลีของฉัน? เธออย่าลืมสิ เธอก็แซ่หลีเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกฉันสุดจะทนแค่ไหน.......ก็เป็นคนตระกูลหลีที่เหมาะสมถูกต้อง เทียบกับพวกเธอพ่อลูกที่อย่างกับวิญญาณเร่ร่อน ย่อมมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา” หลีผิงมองหลีชิงเยียนอยู่ ในคำพูดเต็มไปด้วยความรู้สึกดีเลิศแบบยากจะอธิบายให้กระจ่าง
หลีชิงเยียนจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ในใจมีความโกรธกำลังก่อหวอด
คำพูดของหลีผิงทิ่มโดนแผลในใจของหลีชิงเยียนแล้ว......เธอไม่ได้ลืม หลายปีก่อนที่เธอกับหลีหยางโดนขับไล่ออกจากตระกูลหลี
ด้านหลังหลีชิงเยียน เฉินเป่ยมองดูฉากนี้อย่างสงบ หรี่ดวงตาขึ้น
ในแววตาของเฉินเป่ยประกายความหมายลุ่มลึกที่อธิบายออกมาไม่ถูก