ตอนที่ 305
บทที่305 หลง!
October 28, 2026
บทที่305 หลง!
“ศพทั้งตัว?” เฉินเป่ยตะลึงเล็กน้อย จากนั้นมองท่านผู้อาวุโสพลางพูดว่า “ก้อนหินกากๆ สองก้อนนั้น ฉันยังไม่ได้ตัด แกต้องการก็เอาไปได้เลย” เฉินเป่ยพูดอยู่ น้ำเสียงชะงัก มองท่านผู้อาวุโสด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ให้หินสองก้อนนี้กับแก แกก็ไม่เหลือศพทั้งตัว”
น้ำเสียงของเฉินเป่ยช่างสงบนิ่งเหลือเกิน ราวกับกำลังพูดความจริงที่แน่นอนเรื่องหนึ่ง
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!” ท่านผู้อาวุโสสีหน้ายิ่งหนาวเหน็บขึ้น เขาก้าวเท้าออกมา เสียงเย็นเฉียบ เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้นไร้ขีดจำกัด “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเหลือแต่หัวให้แกอันเดียวก็พอแล้ว”
“ชิ้ง!”
คมมีดปาดมาทางเฉินเป่ยอย่างโหดเหี้ยม กั้นด้วยที่ว่างกลางอากาศ ล้วนรู้สึกได้ถึงความหนาวสะท้านของคมมีดนั้น
มีดในมือของท่านผู้อาวุโสนั้นเป็นมีดวิเศษเล่มหนึ่งจริง แม้แต่หลังเฉินเป่ยมองเห็นและปะทะหลายครั้งขนาดนั้น มีดวิเศษยังไม่โดนเขาผ่าหักไปได้ อดเผยความตกใจออกมาไม่ไหว
ตระกูลอวี้ ในฐานะตระกูลการพนันเพชรพลอย ตนเองจึงมีความสามารถในการประเมินราคา เจอกับมีดวิเศษแบบนี้เข้า ย่อมมองจุดที่ไม่ธรรมดาของมันออกโดยธรรมชาติ ไม่รู้ว่าจ่ายไปด้วยราคามากเท่าไรถึงซื้อมันมาได้
“ชิ้งๆๆ!”
คมมีดที่แวววาวปะทะฟาดฟันกับแสงสีดำที่ไวราวกับฟ้าแลบอยู่ไม่ขาดสาย ประกายไฟสาดกระเซ็นไปทั่ว เสียงเสียดสีดังขึ้นไม่หยุด
สีหน้าของท่านผู้อาวุโสยิ่งหนักหน่วงขึ้น เพราะความสามารถของเฉินเป่ย นับวันยิ่งเกินกว่าความคาดหมายของเขา
ตอนแรกเขาคิดว่าเฉินเป่ยเป็นเพียงพวกกระจอก กลับนึกไม่ถึงว่าจนถึงตอนนี้เฉินเป่ยยังไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเลย แม้กระทั่งยังแอบกดหัวเขาไว้อีก
ท่านผู้อาวุโสกัดฟัน เขามองทางเฉินเป่ย อย่างไรเสียเขาก็นึกไม่ออกว่าเฉินเป่ยจะครอบครองความสามารถแบบนี้ไว้ ตนเองยังดูไม่ออกเลย นี่เป็นการเยาะเย้ยแค่ไหนกัน?
พอค่อยๆ ผ่านไป ท่านผู้อาวุโสก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงแล้ว......ถึงแม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่ง แต่หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือดมาสักพัก ในที่สุดก็เผยเบาะแสแล้ว...ลมหายใจของเขาถี่ขึ้น การกระทำก็ช้าลงมาด้วย
“เหนื่อยเร็วขนาดนี้เลย ฉันยังเล่นไม่หนำใจเลย” ทันใดนั้นเฉินเป่ยยกมุมปากขึ้น มองท่านผู้อาวุโสอย่างมีเลศนัย
ท่านผู้อาวุโสมองเฉินเป่ยอย่างโมโห เขาอยากพูดอะไรบ้าง แต่เขาพูดอะไรไม่ออก โดนเฉินเป่ยทำให้โมโหจนแทบไม่ไหว
สิ่งที่ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นตกใจคือพอเฉินเป่ยพูด เขาถึงพบว่าเฉินเป่ยผ่อนคลายอย่างมาก แม้กระทั่งน้ำเสียงก็ยังสงบนิ่งอย่างยิ่ง ไม่มีท่าทางเหนื่อยล้าสักนิดเดียว จิตวิญญาณเต็มร้อย ทำให้ท่านผู้อาวุโสคาดไม่ถึง
นี่เป็นไปได้อย่างไร ความสามารถของเขาแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
ท่านผู้อาวุโสย่อมไม่เข้าใจ ฝีมือของเขาเกรียงไกร แต่การต่อสู้ขั้นสูงแบบนี้ ความทนทานของเขาไม่ได้แกร่งขนาดนั้น...แต่เฉินเป่ยล่ะ การต่อสู้ดุเดือดขั้นสูงแบบนี้ เขาเหมือนไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย
แววตาท่านผู้อาวุโสหดอย่างแรง ลูกตาดำขลับหดตัวลงเป็นเส้น รู้สึกถึงความมหัศจรรย์และความตกใจที่รุนแรง
“ฝีมือแค่นี้เองเหรอ?” เฉินเป่ยเอ่ยปากนิ่งๆ เหมือนกำลังยั่วเย้าท่านผู้อาวุโส
ท่านผู้อาวุโสกัดฟัน เขาตกเป็นเบี้ยล่างแล้ว ได้แต่ต้านทานแสงสีดำที่รวดเร็วราวสายฟ้าแลบนั้นของเฉินเป่ย
ส่วนเฉินเป่ยสายตาล้ำลึก คล้ายกำลังมองท่านผู้อาวุโสทะลุ เขาส่ายๆ หน้า ทันใดนั้นเสียงหนาวเหน็บลุ่มลึกก็ผุดขึ้นมา
มุมปากของเขาวาดเส้นรัศมีวงกลมขึ้น เอ่ยปากพูดชัดถ้อยชัดคำ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่เล่นกับแกแล้ว!”
ท่านผู้อาวุโสสีหน้าเปลี่ยนยกใหญ่ จากบนตัวเฉินเป่ย ระเบิดกลิ่นอายที่ทำให้ท่านผู้อาวุโสตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน
ภายในแววตาของเฉินเป่ยสาดส่องความหมายกระหายเลือดออกมา วินาทีนั้น เฉินเป่ยเหมือนแปลงร่างเป็นปีศาจร้าย
จิตใจท่านผู้อาวุโสสั่นสะท้าน เขางงไปหมดแล้ว สีหน้าดูแย่...กลิ่นอายนั้นบนตัวของเฉินเป่ยช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน ยิ่งใหญ่จนทำให้เขาเกือบหมดหวัง
“แกเป็นใครกันแน่...” ท่านผู้อาวุโสเอ่ยปาก กลิ่นอายสยองขวัญที่ระเบิดออกมาจากบนตัวเฉินเป่ยทำให้เขาไม่เพียงมองตื้นลึกหนาบางของเฉินเป่ยไม่ออก เฉินเป่ยเป็นการมีตัวตนที่เขาทำได้เพียงแหงนหน้ามอง
“ปึง!”
เฉินเป่ยเก็บหลงหยาไว้ เท้าหนึ่งที่ดุจท่อนเหล็กโจมตีออกไปอย่างดุเดือดรุนแรง จู่โจมที่หน้าอกของท่านผู้อาวุโสราวสายฟ้าแลบ
เสียงหดหู่ดังกระหึ่ม ทั้งตัวของท่านผู้อาวุโสกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่สายขาด หน้าต่างกระจกใสแตกร้าวโดยฉับพลัน ส่วนทั้งตัวท่านผู้อาวุโสร่วงลงมาจากอากาศ เสียงร้องคำราม ก่อนจะกระแทกลงบนพื้น
กระเบื้องคุณภาพสูงแต่ละแผ่นที่ก่อเป็นขั้นบันไดเกลี้ยงเกลาราบเรียบ ทันใดนั้นก็ถูกท่านผู้อาวุโสร่วงลงมา กระแทกอย่างแรง ร้าวแยกดังแกรกๆ กลายเป็นรอยร้าวรูปใยแมงมุม
ส่วนลูกน้องสองคนนั้นกำลังพิงอยู่ข้างรถยนต์คุยโวโอ้อวด เวลานี้ พวกเขากำลังคาดเดาว่าท่านผู้อาวุโสต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงเดินออกมาจากด้านใน
“พึ่งผ่านไปห้านาทีเอง ฉันเดาว่าสิบนาที ท่านผู้อาวุโสจะเดินออกมาจากหน้าประตูโรงแรม”
“สิบนาที? จะเร็วอะไรขนาดนี้ ท่านผู้อาวุโสไม่ใช่เทพสักหน่อย อย่างมากที่สุดครึ่งชั่วโมง!”
ตอนที่ทั้งสองคนถกเถียงหันไม่เลิก ทันใดนั้นมีเสียงดังกระหึ่มดังขึ้น ดึงดูดความสนใจของสองคน
ทั้งสองมองไปตามเสียง เห็นเพียงที่ไม่ไกลจากพวกเขา บนขั้นพันไดกระเบื้องนั้น มีภาพเงาคนนอนอย่างกระเซอะกระเซิง และเปื้อนรอยเลือด ส่วนภาพเงาคนนี้ พวกเขาเหมือนคุ้นเคยอย่างมาก.......
ทั้งสองกำลังสงสัย เข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง และหลังจากเข้าไปใกล้ ก็ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมฉับพลัน คล้ายกับมองเห็นภาพที่สยดสยองอะไรเข้า
“ท่านผู้อาวุโส........” ลูกน้องคนหนึ่งตกอกตกใจ ร้องออกมาแบบกลั้นไม่อยู่
“ฉันไม่ได้ดูผิดไปใช่มั้ย นี่เป็นท่านผู้อาวุโส!”
“ท่านผู้อาวุโสเหมือนว่า...ตายแล้ว!”
“รีบรายงานคุณชายอวี้สิ!”