ตอนที่ 306
บทที่306 ยั่วโมโหฉันผลลัพธ์ร้ายแรงมาก!
October 28, 2026
บทที่306 ยั่วโมโหฉันผลลัพธ์ร้ายแรงมาก!
“หาให้ละเอียด” หลีชิงเยียนเอ่ยปากด้วยเสียงมีเสน่ห์ เธอหายใจลึกๆ อยู่ไม่ขาดสาย พยายามให้ตนเองสงบลงมาแล้วบอกไป
ซูเหลยพยักหน้า มองไปโดยรอบ กวาดสายตาไปทุกมุมของห้องรับแขกอย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้ร่องรอยสักนิดหลุดรอดไป
ทันใดนั้นดวงตาทั้งคู่ของหล่อนแข็งตัว สายตาตกอยู่จุดหนึ่ง พูดเสียงดัง “ประธานหลี คุณเข้ามาดูสักหน่อยค่ะ”
หลีชิงเยียนใส่รองเท้าส้นสูง รีบร้อนเดินมาที่ข้างกายของซูเหลย เห็นเพียงซูเหลยชี้ไปที่รอยเลือดหนึ่งบนพื้น สีหน้าเคร่งขรึม “ประธานหลีคะ คุณดูสิ ที่นี่มีรอยเลือด”
หลีชิงเยียนนั่งยองลงมา สังเกตดูรอยเลือดนี้อย่างละเอียด สีหน้าเปลี่ยนไปซีดขาวอย่างยิ่ง มือเรียวงามข้างนั้น สั่นเทาอย่างมาก
เธอไม่อยากเชื่อ......แต่ความจริงของรอยเลือดนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว
ในใจหลีชิงเยียนก่อนหน้านี้เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้น และยิ่งรุนแรงเพิ่ม ทำให้ในใจเธอเต้นแรง ยิ่งไม่สบายใจขึ้นมา
“รอยเลือดนี้มีไปตลอดจนถึงขอบหน้าต่าง......เขาน่าจะกระโดดลงไปจากขอบหน้าต่าง” ไม่เสียแรงที่ซูเหลยอยู่ในทีมรบพิเศษ ไม่ว่าความคิดหรือว่าความสามารถในการสังเกต ล้วนรอบคอบกว่าคนทั่วไปอยู่มาก
“เพียงแต่.......” ไม่นานซูเหลยเผยสีหน้าที่สงสัยออกมา “ถ้าเป็นการกระโดดลงไป ควรจะมีร่องรอยของพวกรอยเท้า...แต่ตรงนี้มีเพียงกระจกแตกกระจาย ไม่เกิดร่องรอยสักนิดเดียว...” ซูเหลยพูดอย่างครุ่นคิด
“กระโดดลงไป....” หลีชิงเยียนเดินมาถึงข้างหน้าต่าง มองทางด้านนอกหน้าต่าง กลางอากาศหลายสิบเมตรเต็มๆ กระโดดลงไปจากที่นี่ โดยพื้นฐานต้องตายอย่างไม่มีข้อสงสัย
ในใจหลีชิงเยียนหนาวเหน็บ เธอมองด้านล่างตึกด้วยใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแดงสั่นเทาเล็กน้อย ไม่มีทางควบคุมตนเองได้เลย
“ประธานหลีคะ คุณอย่าพึ่งร้อนใจ ยังหาศพไม่เจอ พวกนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่ยืนยัน” ซูเหลยเห็นหลีชิงเยียนฮึกเหิมจนใกล้พูดอะไรไม่ออก จึงรีบพูดปลอบใจ
“จะต้องหาศพให้เจอ ถึงเป็นก็ต้องเห็นคน ถ้าตายก็ต้องเห็นศพ!” ดวงตาที่เศร้าใจอย่างยิ่งของหลีชิงเยียนเผยความแน่วแน่นิดๆ ออกมา ถึงแม้เจ้าหมอนี่จะตายไปจริง เธอก็ต้องพาศพกลับไปที่หู้ไห่ นำไปฝังศพ
“ค่ะ” ซูเหลยตอบรับ แต่ถึงแม้ว่าจะพูดมาขนาดนี้ แต่พอสายตาของหล่อนกวาดผ่านห้องนี้ ยังเผยความสงสัยผิดที่ปกติออกมา
หล่อนย่อมมีบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกหลีชิงเยียน จากการวินิจฉัยของหล่อน ที่นี่ระเบิดการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างยิ่งฉากหนึ่งขึ้นแล้ว ทุกที่ล้วนเป็นความเสียหายจากระเบิดที่ถูกการต่อสู้สร้างขึ้น
ส่วนสถานะลึกลับของเฉินเป่ย ว่ากันตามเหตุผลแล้ว ความสามารถของเขาลึกเกินหยั่งถึง ไม่น่าจะตายไปง่ายดายขนาดนี้
“แจ้งตำรวจ จะต้องค้นหาออกมา สรุปมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” หลีชิงเยียนกัดริมฝีปากแดงไว้พูดขึ้น
“แจ้งตำรวจอะไรกันเล่า เป็นห่วงผมขนาดนี้ โทรศัพท์หาผมก็ไม่จบแล้วเหรอ?”
ในเวลานี้ จากหน้าประตูห้องพัก ด้านหลังของหลีชิงเยียนและซูเหลย กลางโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด มีเสียงที่อันธพาลอย่างหาที่สุดไม่ได้เสียงหนึ่งลอยเข้ามาแล้ว
ร่างกายหลีชิงเยียนสั่นเทา ใบหน้างดงามหลังแข็งทื่อแวบหนึ่ง เผยความดีใจที่ยากจะเชื่อถือออกมา...เสียงนี้ เธอช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน นอกจากเฉินเป่ยแล้ว ใครยังจะกล้าพูดจาน้ำเสียงที่ต่ำทรามแบบนี้กันอีก?
และปกติหลีชิงเยียนไม่ชอบน้ำเสียงนี้มากเหลือเกิน ทว่าตอนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นชินขนาดนั้น สนิทสนมขนาดนั้น แม้กระทั่งทำให้ในใจลึกๆ ของเธอราวกับมีกระแสอบอุ่นไหลผ่าน
ส่วนซูเหลยก็อดมองทางหน้าประตูไม่ได้ หน้าประตูห้อง ภาพเงาคนหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ เดินเข้ามาจากด้านนอก
หลังจากที่หลีชิงเยียนมองเห็นเฉินเป่ย ความกังวลก้อนใหญ่ที่ตันอยู่ในใจถึงได้คลายลงมา
เจ้าหมอนี่ ที่แท้ยังไม่ตาย หลีชิงเยียนรู้ว่าชีวิตของเจ้าหมอนี่แข็งแกร่งเหมือนกับแมลงสาบ จะตายแบบนี้ได้อย่างไรกัน
เฉินเป่ยล้วงมือทั้งคู่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เดินเข้าห้องมาอย่างสงบ ภาพที่โหดร้ายพวกนั้นที่นอกระเบียงทางเดิน ไม่มีผลกระทบต่อเขาสักนิดเดียว เขายังคงสบายอกสบายใจขนาดนั้น ทำให้หลีชิงเยียนสงสัยขึ้นมา เจ้าหมอนี่ใช่คนหรือไม่
คนทั่วไปมองเห็นภาพที่โหดร้ายอย่างกับขุมนรกขนาดนั้น ขาทั้งสองไม่อ่อนแรง ไม่อยากอาเจียนสิถึงแปลก
สรุปจิตใจของเขาดีมากแค่ไหนกัน ถึงยังสามารถสงบได้ขนาดนี้?
หลังเฉินเป่ยเดินมาถึงตรงหน้าของหลีชิงเยียน สีหน้าที่ร้อนรนของหลีชิงเยียนก็หดหายไปไม่น้อย มองเฉินเป่ยอยู่ พูดจาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “สรุปเกิดอะไรขึ้น อธิบายมาหน่อยได้ไหม?”
เฉินเป่ยกวาดสายตาทีหนึ่ง และหันหน้ามองไปรอบด้าน ตะลึงแล้วถามว่า “ประธานหลี อธิบายอะไรกัน?”
ไม่นานหลีชิงเยียนก็เก็บซ่อนความกังวลของตนเองลงไป เธอในเวลานี้กำลังกอดหน้าอกไว้ ยักคิ้ว “อธิบายอะไร? นายว่าไงล่ะ? แน่นอนว่าที่นี่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไง!”
หลีชิงเยียนเสียงเย็นเฉียบ กลับยังคงเต็มไปด้วยพลังดึงดูด เวลานี้มองเฉินเป่ยอยู่ ในตาลึกมีความโมโหก่อหวอด “รีบว่ามา!”
นี่ถึงทำให้เฉินเป่ยตอบสนองเข้ามา หัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน “เฮ้ย ที่แท้ก็อธิบายอันนี้เอง......ประธานหลี เข้าใจผิดแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”
ใบหน้าหลีชิงเยียนค้างคา ชั่วขณะนั้นสีหน้าดูเยาะเย้ยขึ้นมา “นายก็ไม่รู้เหมือนกัน? หรือว่าต้องให้ฉันไปถามอากาศเหรอ?”
“ถ้าไม่พูดความจริง ฉันจะบอกพ่อฉันตอนนี้เลยว่าให้ไล่นายออกจากตระกูลหลี ต่อไปอย่าเข้ามาที่ประตูบ้านตระกูลหลีอีก!” สีหน้าหลีชิงเยียนเย็นชาอย่างกะทันหัน เอ่ยปากแบบชัดถ้อยชัดคำ
เฉินเป่ยหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน ทำหน้าขมขื่น พูดอธิบาย “เฮ้อ ผมพูด ผมพูดแล้วยังไม่พอเหรอ.......”
เฉินเป่ยพูดๆ อยู่ หลีชิงเยียนกับซูเหลยก็ขมวดคิ้วขึ้น และในใจของหลีชิงเยียน หัวใจกลับเต้นตึกตักแรงขึ้นมา สายตาที่มองทางเฉินเป่ยก็เปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัว
ซูเหลยขมวดคิ้ว “นายหมายความว่ามีคนอยากฆ่านาย มีผู้ลึกลับปรากฏตัวขึ้น ให้นายออกไป แล้วพวกเขาก็ต่อสู้กันอยู่ในห้องนาย?”
เฉินเป่ยพยักหน้าแล้ว ส่วนหลีชิงเยียนเงียบงันไม่พูดอะไร......คำพูดแบบนี้ปกติคงเพียงเล่าให้เด็กน้อยฟัง ไม่มีหลักฐานความเป็นจริงใดๆ แต่หลีชิงเยียนกลับเลือกที่จะเชื่ออย่างน่าประหลาดใจ
เพราะเธอเคยเห็นผู้ลึกลับท่านนั้นมาด้วยตาตนเอง......ออร่าที่เกรียงไกรของผู้ลึกลับท่านนั้น เดิมทีไม่สามารถเปรียบเทียบกับเฉินเป่ยเจ้าหมอนี่ได้......และก่อนหน้านี้ผู้ลึกลับก็เคยปรากฏตัวอย่างบังเอิญไม่น้อยครั้ง ครั้งนี้ หลีชิงเยียนจึงไม่มีเหตุผลไม่เชื่ออีกครั้ง
“คนที่ฆ่านายเป็นใคร?” ซูเหลยสอบถาม
“ไม่รู้สิ เรียกตัวเองว่าท่านผู้อาวุโสของอะไรของตระกูลอวี้” เฉินเป่ยทำหน้างงงวย แต่ดวงตาหลีชิงเยียนกลับหดอย่างแรง...สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย คาดไม่ถึงเป็นตระกูลอวี้อยากจะฆ่าพวกเขา...นอกจากอวี้ย้งเซวียนบงการแล้ว ยังเป็นใครได้อีก