ตอนที่ 409
บทที่409 เทพเจ้าแห่งสงครามของนรก
October 28, 2026
บทที่409 เทพเจ้าแห่งสงครามของนรก
“ปล่อยฉันนะ!”
บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่อ่อนนุ่ม หลีชิงเยียนพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่ไม่ว่าร่างกายของเธอจะบิดขยับอย่างไร กลับถูกเต๋อกุลาทับอยู่ใต้ตัวอย่างง่ายดายตั้งแต่ต้นจนจบ แม้แต่ซูเหลยยังไม่มีวิธี หลีชิงเยียนดิ้นรนอย่างไร จะมีประโยชน์ได้อย่างไรกันล่ะ?
“ปล่อยหล่อนนะ!”
ซูเหลยกลั้นความเจ็บปวดที่หลังเอาไว้ ปีนขึ้นมาแบบโซซัดโซเซ ทันใดนั้นพุ่งไปทางเต๋อกุลาสุดกำลังชีวิต
“หักกระดูกแล้วยังจะลุกขึ้นมาได้อีกรึไง?” เต๋อกุลาหันหน้า หลังมองซูเหลยด้วยสีหน้าแข็งทื่อ จากนั้นเผยแสงที่เย็นยะเยือกออกมา จากนั้นเต๋อกุลาก็ก้าวเท้าออกมา ร่างกายระเบิดวาร์ป ชั่วพริบตาเดียวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของซูเหลยแล้ว ปล่อยหมัดหนึ่งใส่หน้าอกของซูเหลย
ความจริงฝีมือของซูเหลยไม่ถือว่าอ่อน ตอนหลังยังได้รับความแข็งแกร่งของยาสีม่วงหลอดนั้นอีก สมรรถภาพร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ถ้าเปลี่ยนเป็นซูเหลยในอดีต คงบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ที่พื้นไปตั้งนานแล้ว
ซูเหลยในตอนนี้ สามารถปีนขึ้นมาได้ ทำให้เต๋อกุลารู้สึกตกใจอย่างมาก
“ปึก!”
เสียงระเบิดหนักอึ้งดังขึ้น หมัดที่แฝงด้วยความโกรธเคืองนั้นของเต๋อกุลาต่อยลงที่หน้าอกของซูเหลย ทั้งร่างกายซูเหลยถอยหลังไปตึกๆๆ อย่างควบคุมไม่อยู่
ซูเหลยถอยหลังไปหลายสิบก้าวเต็มๆ ถึงทรงตัวนิ่งไว้ได้
และเพียงแวบหนึ่ง ดวงตาที่หนาวเหน็บของเต๋อกุลาสาดส่องความหมายที่ดุเดือดรุนแรงออกมา จากนั้นเต๋อกุลากุมหมัดโดยฉับพลัน ปรากฏตัวด้านหน้าของซูเหลยอีกครั้งหนึ่ง
“ปึก!”
ร่างกายของซูเหลยสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง โดนอีกหมัดหนึ่ง
“เฮือก!” เต๋อกุลาต่อยหมัดหนึ่งที่ตัวซูเหลย ร่างกายซูเหลยสั่นเทาอย่างแรง ละอองเลือดฟุ้งกระจาย พ่นออกมาจากในปากของซูเหลย
หมัดนี้ของเต๋อกุลาแฝงไปด้วยพลังที่เพิ่มความสยองขวัญยิ่งกว่าหมัดที่แล้ว ด้วยร่างกายของซูเหลย เดิมทีไม่อาจต้านทานได้
“ปึง!” ทั้งตัวของซูเหลยล้มกระเด็นออกไปดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ กระแทกบนผนังเสียงดังกระหึ่ม...ผนังที่แบกรับคานที่แข็งแรงตกแต่งอย่างสวยงาม โดนแรงหนักสยองขวัญจู่โจม คาดไม่ถึงรับกำลังสยองขวัญแบบนี้ไม่ไหว แตกร้าวแยกออกทันที รอยร้าวกระจายตัวไปรอบด้านอย่างบ้าระห่ำ
“แกร๊กๆๆ......” บนผนังที่รองรับคาน มีเสียงแกร๊กๆ ดังสะท้อน ซูเหลยค่อยๆ ไหลร่วงจากบนผนัง บนฝาผนัง ปรากฏหลุมลึกที่เป็นรูปร่างคนรอยหนึ่งขึ้นมา
ซูเหลยกัดฟัน ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างแรง หมัดเมื่อสักครู่นี้ของเต๋อกุลานั้นช่างน่าสยดสยองเหลือเกิน ทำให้ทั่วร่างกายหล่อนกระดูกหักไปหลายที่ ความปวดร้าวไหลทะลักท่วมท้นดุจกระแสน้ำ เกือบจะท่วมนองกลืนกินจิตใจของหล่อน
ซูเหลยมองทางเต๋อกุลา ในแววตาเผยความตกใจหวาดกลัวอย่างรุนแรงออกมา เธอไม่เคยเจอบุคคลที่ความสามารถสยองขวัญเช่นนี้แบบเต๋อกุลามาก่อน ไม่มีทางใช้หลักเหตุผลทั่วไปมานิยามได้
ซูเหลยพยายามอยากลุกขึ้นมาสุดชีวิต แต่เดิมทีหล่อนทำไม่ได้ ทั่วทั้งตัวของหล่อนไม่รู้ว่ามีตรงที่กระดูกหักมากแค่ไหน หล่อนไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนี้มาก่อน
ถ้าไม่ใช่ยาสีม่วงหลอดนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูเหลยคงตายไปตั้งนานแล้ว หล่อนยังสามารถพึ่งพิงสมรรถภาพร่างกายที่ทระนงองอาจราวกับเหล็กยืนยันมาถึงตอนนี้ นี่คือเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่งแล้ว
“พวกเธอคนหัวเซี่ย มีคำโบราณหนึ่งว่าไว้ เอาไข่ไปกระทบหิน” เต๋อกุลาเอ่ยปากนิ่งๆ ในแววตาของเขาประกายความหนาวเหน็บคลุ้งกระจายไปทั่ว เขามองซูเหลยอย่างเย็นชา พวกต่ำต้อยที่ไม่รู้จักที่ตายแบบซูเหลยนี้ เต๋อกุลาจะค่อยๆ เหยียดหยามหล่อนถึงจัดการทิ้งไป
ที่เต๋อกุลารับสืบทอดมาคือสายเลือดของตระกูลผู้ดีเก่าแก่แห่งยุโรป เผชิญหน้ากับซูเหลยคนผิวเหลืองแบบนี้ เต๋อกุลาย่อมมีความรู้สึกดีเลิศอยู่เหนือมวลชนกว่า
หัวเซี่ยพัฒนาสูงขึ้นแบบยุคปัจจุบัน ใช้เวลาห้าสิบปีเดินในเส้นทางร้อยปีสำเร็จ แต่ที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นยุโรป คนหัวเซี่ยที่ผิวสีเหลือง เทียบกับคนผิวดำไม่ดีกว่ากันไปถึงไหน ยังคงโดนคนดูถูกเหยียดหยาม คนชั้นต่ำ
“ใครให้ความมั่นใจเธอกัน ทำให้เธอต่อต้านฉันได้?” เต๋อกุลาค่อยๆ เดินมาตรงหน้าของซูเหลย ก้มหน้าจ้องมองซูเหลย มุมปากฉีกรอยยิ้มหนาวเย็นโหดร้ายขึ้น
ซูเหลยเงยหน้า จ้องมองเต๋อกุลา ถึงแม้ร่างกายของหล่อนจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ในแววตาของหล่อนกำลังประกายความแน่วแน่ไม่ยอมอ่อนข้อ
“คนที่แกไม่อยากจะผิดใจไง” ซูเหลยตอบกลับ
เต๋อกุลายืนอยู่ที่เดิม ได้ยินคำพูดของซูเหลย สีหน้าเย็นชาทันใด ในแววตามีความหมายเย็นเฉียบแวบผ่าน
วินาทีต่อมา เต๋อกุลาโบกมือหนึ่งออกมาอย่างรู้สึกอับอายจนโกรธเคือง เสียงกระหึ่มดังขึ้น แก้มข้างซ้ายของซูเหลยแดงเลือดไปแถบหนึ่ง สภาพน่าเวทนาอย่างยิ่ง
ซูเหลยจับแก้มของตนเองไว้ ส่วนเต๋อกุลามองซูเหลยอยู่ สีหน้าหนาวเย็นเสียดสี “คนที่ฉันไม่อยากผิดใจ? โอหัง ที่นี่ยังไม่มีคนที่ฉันไม่กล้าผิดใจ!”
และในเวลานี้ เต๋อกุลาพึ่งพูดจบ เสียงที่เย็นยะเยือกมาก และเผยแรงอาฆาตแค้นรุนแรงลอยมาเข้าหูของเต๋อกุลา จากอีกด้านหนึ่ง “ใช่เหรอ! เต๋อกุลา ที่แท้ลืมการชดใช้ที่รันทดในอดีตไปแล้วสินะ”
เต๋อกุลาสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ภาษาต่างประเทศที่คล่องแคล่วนี้ลอยเขาในหูเขา คาดไม่ถึงทำให้เขาขนลุกขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ