ตอนที่ 411
บทที่411 นี่ ก็คืออาวุธโค่นแก
October 28, 2026
บทที่411 นี่ ก็คืออาวุธโค่นแก
เต๋อกุลาจ้องเฉินเป่ยไว้ ภายในแววตาที่หนาวเหน็บ ในที่สุดเผยสีหน้าที่เคร่งขรึมนิดๆ ออกมาแล้ว
อยู่ไกลเกินกว่าหลายสิบเมตร ชั่วขณะหนึ่งเฉินเป่ยสามารถทำลายชุดร่อนของเขาทิ้งได้ เรื่องแบบนี้คนทั่วไปทำไม่ได้แน่
เต๋อกุลาจ้องเฉินเป่ยอย่างเย็นชา ถึงแม้ว่าในใจจะเห็นความสำคัญของเฉินเป่ยมาก แต่ภายนอกยังคงเอ่ยปากบอกแบบนิ่งๆ “ถึงแม้แกจะยังมีฝีมืออยู่หน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากเท่าไรกับขี้โรคแห่งเอเชียพวกนี้”
“ขี้โรคแห่งเอเชีย?” เฉินเป่ยเดินไปทางเต๋อกุลาทีละก้าว พื้นสนามหญ้าที่ใต้เท้าสั่นสะเทือนแตกร้าวทั้งหมด
สีหน้าของเฉินเป่ยยิ่งเย็นเฉียบ ในน้ำเสียงเผยการเยาะเย้ยที่เข้มข้น “พูดอย่างกับชนเผาเลือดของพวกแกเป็นตระกูลที่สูงส่งอะไรอย่างนั้น หลบอยู่ในปราสาทของพวกแก เอาตัวรอดไปวันๆ......”
คำพูดของเฉินเป่ยราวกับเข็มเล่มหนึ่ง ทิ่มแทงเต๋อกุลาจนเจ็บอย่างแรง เต๋อกุลาจ้องมองเฉินเป่ย ค่อยๆ พูดว่า “ฉันไม่สนว่าแกรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง แต่วันนี้ แกกับสองคนนั้น ไม่อาจมีชีวิตรอดได้อย่างเด็ดขาด”
“ทั่วทั้งต่างประเทศ ยังไม่มีใครกล้าแตะผู้หญิงของฉัน ดูแล้วตอนนั้นฉันคงลงโทษชนเผ่าเลือดเบาเกินไป ทำให้พวกแกต้องได้รับบทเรียนที่สาสม” เสียงดังของคำพูดแต่ละคำของเฉินเป่ยและฝีเท้าที่ก้าวลงสะเทือนเลื่อนลั่นนั้นดังก้อง บนตัวของเขามีกลิ่นอายหนาวเย็นโหดเหี้ยมรวมตัวคลุ้งกระจายทั่ว ต่อให้เขาไม่ได้ใส่หน้ากากและเสื้อคลุมดำของราชาหลง แต่ท่วงทีของเขายังปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ไม่หลงเหลือท่าทีอันธพาลแบบในช่วงปกติเลย ดวงตาสาดส่องแสงอาฆาตแค้นที่ดุเดือดออกมา ทำให้เต๋อกุลายืนอยู่ด้านหน้าของเขา เหมือนกับเผชิญหน้ากับมังกรดุร้ายตัวหนึ่ง
นี่คือราชาหลง เอ่ยปากมาก็เป็นพลังแห่งเจ้าผู้ครอบครองที่คนอื่นไม่มีทางเทียบ เพียงแค่กลิ่นอายที่ส่งออกจากตัวเขา เพียงพอที่จะทำให้คนนับไม่ถ้วนสีหน้าเปลี่ยนยกใหญ่ได้
เต๋อกุลารู้สึกถึงกลิ่นอายที่แพร่กระจายจากบนตัวเฉินเป่ยนั้นได้อย่างชัดเจน ชั่วขณะนั้นจิตใจสั่นไหว ในใจแอบพูดว่าถึงแม้คนที่อยู่ต่อหน้าจะต่างกันกับราชาหลงในตำนานอย่างมาก แต่คาดไม่ถึงจะทำให้เขาเกิดความคิดหวาดกลัวนิดๆ แล้ว
เต๋อกุลามองทางเฉินเป่ย เขาไม่ยอมรับไม่ได้ ตอนนี้เขาไม่กล้าประมาทข้าศึกสักนิดเดียว โดยเฉพาะเฉินเป่ย เกินกว่าความคาดหมายของเขา
“การลงโทษของชนเผ่าเลือด แกล้อเล่นบ้าอะไรกัน ชนเผ่าเลือดของฉันสืบทอดมายาวนานพันปี...ไม่เคยมีใครที่ไหนทำให้ชนเผ่าเลือดของฉันยอมแพ้ได้” เต๋อกุลาหัวเราะเสียงดัง เสียงเผยการเสียดสีที่รุนแรง เฉินเป่ยพูดไร้สาระเต็มปากเต็มคำ ทำให้เดิมทีเขาไม่เชื่อ
“นั่นเป็นผู้หญิงของแก...คิดไม่ถึงผู้หญิงแบบนั้นจะโดนพวกต่ำต้อยแบบแกครอบครองไป น่าเสียดายจริงๆ เลย” เต๋อกุลาเอ่ยปากเย้ยหยัน “ถ้าหล่อนอยู่ที่ชนเผ่าเลือดของพวกฉัน ฉันว่าหล่อนก็ไม่เลวดี พวกฉันกำลังขาดสัตว์เลือดที่สวยงามชั้นเลิศคนหนึ่งอยู่พอดี”
“วอนหาที่ตาย!” สีหน้าเฉินเป่ยสงบลงมากะทันหัน เพียงแต่ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างฉับพลัน วาร์ปไปพุ่งโจมตีทางเต๋อกุลา
วินาทีนั้นจากบนตัวของเฉินเป่ยระเบิดแรงอาฆาตแค้นสั่นสะท้านออกมา ทำให้ท้องฟ้าเหมือนมืดมิดหมด เหมือนถูกแรงอาฆาตแค้นของเฉินเป่ยทำเอาหวาดกลัวเข้า
แววตาที่ดูถูกของเต๋อกุลา เขาไม่ได้เอาเฉินเป่ยในเวลานี้มาใส่ใจอะไร เดิมทีเขาไม่รู้ว่าเฉินเป่ยที่อยู่ตรงหน้า ในที่สุดก็โมโหแล้ว
เฉินเป่ยในวินาทีนั้น ภายในใจเกิดเจตนาต้องฆ่าขึ้นแล้ว หลังจากที่เต๋อกุลาเอ่ยปากพูดประโยคนั้นออกมา เท่ากับว่าเต๋อกุลาโดนตัดสินประหารชีวิตเรียบร้อย
ตอนจุดอ่อนของผู้มีอำนาจโดนใครเจอ คนนั้นหาที่ตาย
เต๋อกุลาเหยียดหยามเฉินเป่ย บางทีอาจยังจะไม่เจอผลลัพธ์ที่ร้ายแรงเช่นนี้...แต่เมื่อสักครู่สิ่งที่เต๋อกุลาเหยียบย่ำ เป็นที่หวงแหนของเฉินเป่ย....หลีชิงเยียน
เต๋อกุลาได้แตะโดนขีดจำกัดของเฉินเป่ยที่ห้ามแตะต้องเข้า
“ปึง!” เฉินเป่ยก้าวเท้าบนสนามหญ้า พื้นสนามหญ้าแตกร้าวแกร่กๆ และทั้งตัวของเฉินเป่ยราวกับลูกธนูที่ยิงออกไปจากคันธนู พุ่งจู่โจมไปหาเต๋อกุลา
“ฮู้!” ลมแรงคำรามเข้ามา ทุกที่ที่เฉินเป่ยผ่าน ที่ว่างในอากาศ ปรากฏระลอกคลื่นที่สามารถมองเห็นด้วยเปล่าขึ้นมา
ลูกตาทั้งคู่ของเต๋อกุลาหดลงเท่าเข็ม ความเร็วของเฉินเป่ย คาดไม่ถึงยังสยองขวัญกว่าความเร็วของเขาอีก
ชั่วพริบตาเดียว เฉินเป่ยก็ปรากฏตัวตรงหน้าของเขาแล้ว
แววตาเต๋อกุลาเปล่งประกาย ความเร็วของเฉิยเป่ยช่างไวเหลือเกิน เกินกว่าความคาดหมายของเต๋อกุลาโดยสิ้นเชิง
ในใจของเต๋อกุลาตะลึงยกแขนสองข้างตั้งการ์ดโดยจิตใต้สำนึก ขวางไว้ทันใด
และเวลานี้เฉินเป่ยยกหมัดขึ้นฉับพลัน เส้นเลือดที่แขนขวานูนขึ้น ราวกับงูเขียวที่ดุร้ายหลายตัว
แววตาของเฉินเป่ยเย็นชา จากบนลงล่าง หมัดนั้นแฝงด้วยกำลังมหาศาล ต่อยลงเสียงดังกระหึ่ม
“ปึง!”
เสียงดังสนั่น กำลังสยองขวัญระเบิดออกมา ทั้งร่างกายของเต๋อกุลาล้มกระเด็นออกไปโดยตรง
“ตืดๆๆ!”
ทั้งตัวของเต๋อกุลากระเด็นลอยออกไปอย่างรวดเร็วดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ ลอยไปไกลสามสิบกว่าเมตรเต็มๆ กลิ้งตลบบนพื้นนับครั้งไม่ถ้วน จากนั้นถึงล้มลงบนพื้น หน้ามอมแมมไปด้วยฝุ่น
“แค่กๆ......”
เต๋อกุลาปัดๆ ฝุ่นบนตัวแล้วลุกขึ้นยืนอย่างซวนเซ เขาในเวลานี้ หน้าตามอมแมม กระเซอะกระเซิงอย่างยิ่ง ท่วงท่าสูงศักดิ์สง่างามก่อนหน้านี้ ไม่หลงเหลือสักนิดเดียว