ตอนที่ 414
บทที่414 ฆ่าฉับพลันแบบเกินความคาดหมาย!
October 28, 2026
บทที่414 ฆ่าฉับพลันแบบเกินความคาดหมาย!
เต๋อกุลายืนอยู่ที่เดิม สายตาเขาถลึงตาใส่เฉินเป่ยเขม็ง ในใจเกิดอาการปั่นป่วนอย่างมาก
ราชาหลงที่สมควรตายคนนี้ คาดไม่ถึงแม้แต่ความลับของชนเผ่าเลือดแบบนี้ยังรู้หมด
เต๋อกุลารู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วทั้งตัว ราวกับตกลงหลุมน้ำแข็ง เขาอดไม่ได้ผุดความคิดที่ติดต่อกันขึ้นไม่ขาดสายแม้แต่เรื่องนี้เฉินเป่ยยังรู้ อย่างนั้นชนเผ่าเลือดอยู่ต่อหน้าเขา ยังมีความลับอะไรกันอีก
แทบจะ...ไม่มีความลับสักนิดเดียวมั้ง?
ในสายตาที่เต๋อกุลามองทางเฉินเป่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะคิดให้ละเอียดแล้ว ร่างกายของเขาหวาดผวาจึงสั่นเทาอย่างรุนแรง ในใจยากจะสงบลง
“สรุปนาย ยังรู้อะไรอีก!” สายตาที่เต๋อกุลามองทางเฉินเป่ยเต็มไปด้วยความตกใจซับซ้อนที่สุด
“สิ่งที่ฉันสมควรรู้ ย่อมรู้ทั้งหมด” แววตาเฉินเป่ยนิ่งเฉยกว่าเหตุ ทันใดนั้นบรรยากาศเงียบงัน สงบจนผิดปกติเกินไป
“นายอยากทำอะไรกับชนเผ่าเลือดกันแน่?” เต๋อกุลากลืนน้ำลายแล้ว เขามองทางเฉินเป่ย ในใจผุดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างหนึ่งขึ้น
ถ้าไม่ใช่ว่าเขาเข้ามาครั้งนี้ เดิมทีคงไม่รู้ว่าราชาหลงอยู่ที่หัวเซี่ย ยิ่งจะไม่รู้ว่าราชาหลงเข้าใจชนเผ่าเลือดอย่างถ่องแท้เช่นนี้ด้วย
ตัวเต๋อกุลาอดไม่ไหวผุดความคิดมากมายขึ้นไม่ขาดสาย เริ่มเดาจุดมุ่งหมายของราชาหลงขึ้นมา ราชาหลงเข้าใจชนเผ่าเลือดขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาร้ายแอบแฝงอยู่ คงไม่ได้คิดดีอะไร
“แกคิดว่าแกมีสิทธิ์ถามคำถามนี้กับฉันเหรอ?” มุมปากเฉินเป่ยยกเส้นรัศมีวงกลมที่หนาวเหน็บเหยียดหยามขึ้น จ้องมองเต๋อกุลาอย่างเมินเฉย
เต๋อกุลาร่างกายสั่นเทา คำพูดและท่าทีของเฉินเป่ยในเวลานี้เสมือนเป็นฝ่ามือหนึ่ง ตบลงบนหน้าของเต๋อกุลาอย่างโหดเหี้ยม เป็นการตอบโต้อันทรงพลังที่สุดต่อเต๋อกุลาผู้ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่สูงเหนือมวลชน
หน้าเต๋อกุลาแดงเถือกขึ้นมา “ฉันสามารถตายได้ แต่นายห้ามลงมือกับตระกูลของฉันเป็นอันขาด!” เต๋อกุลากัดฟันแน่น เขาพ่นออกมาจากร่องฟันอย่างชัดถ้อยชัดคำ เขารู้ดีมาก ถ้าราชาหลงลงมือ ลูกน้องของเขากองทหารหลงที่เพียงแค่คนได้ยินต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อกลุ่มนั้น จะต้องได้รับคำชี้แนะของราชาหลง จากนั้นทุ่มกำลังเต็มที่ ถึงแม้ปราสาทเต๋อกุลาจะมีความสามารถมหาศาล แต่ยามเผชิญหน้ากับกองทหารหลงที่ขึ้นชื่อในต่างประเทศ เดิมทีไม่มีโอกาสชนะใดๆ
ในปราสาทเต๋อกุลามีท่านผู้อาวุโสในแต่ละยุคที่ผ่านมามากมายออกนั่งบัญชาการด้วยตนเอง แต่ถึงแม้เผชิญหน้ากับกองทหารหลง ท่านผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่สามารถพลิกสถานการณ์จากร้ายกลายมาเป็นดีได้
กองทหารหลง...นั่นเป็นกองทหารอันดับหนึ่งลูกน้องของราชาหลง ราชาหลงนำทัพพวกเขา ไม่รู้พิชิตเขตต้องห้ามที่อันตรายมามากเท่าไร
แม้แต่โลกชั่วร้ายในอดีตยังโดนเฉินเป่ยนำทัพกองทหารหลงก่อกวนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
กองทหารว่าจ้างกลุ่มนั้น ถึงแม้คนเหล่านั้นมีจำนวนเกินกว่ากองทหารเหนือชั้นเป็นร้อยเท่า ทว่ายังไม่กล้าหาเรื่องเอาง่ายๆ ปฏิบัติอย่างเกรงใจแบบหาที่เปรียบไม่ได้
แน่นอนว่ากองทหารหลงเป็นอิทธิพลพิเศษที่สุดกลุ่มหนึ่งบนโลก ต่อให้ราชาหลงเลือกปลดเกษียณ แต่กองทหารหลงก็ไม่มีทางแยกย้าย ยังคงดำรงอยู่ พยายามรักษาลำดับที่ต่างประเทศเอาไว้ ทำให้อิทธิพลที่กำลังก่อหวอดทำการร้ายมากมายหวาดกลัวแล้ว
เต๋อกุลาย่อมไม่กังวลว่าราชาหลงจะไปทำอะไรปราสาทเต๋อกุลาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขากังวลคือถ้าราชาหลงลงมือ กระตุ้นให้กองทหารหลงลงมือด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ปราสาทเต๋อกุลาจะหลบหายนะได้อย่างโชคดี แต่คงอาการสาหัสเป็นแน่
กองทหารหลงเป็นการมีตัวตนอิทธิพลที่ตนเองชนเผ่าเลือด ปราสาทเต๋อกุลา จะผิดใจไม่ได้โดยเด็ดขาด
ขณะที่เผชิญหน้ากับข้อเรียกร้องของเต๋อกุลา สีหน้าที่สงบของเฉินเป่ยปรากฏแววเยาะเย้ยที่เย็นยะเยือกขึ้น “แกเป็นคนแรกที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ ในสถานการณ์แบบนี้ คาดไม่ถึงยังกล้าเสนอเงื่อนไข”
จากนั้นเสียงของเฉินเป่ยเย็นชาฉับพลัน ดวงตาสาดส่องแสงเย็นหนาวเหน็บออกมา เอ่ยปากบอกอย่างเมินเฉย “ถ้าชนเผ่าเลือดยังกล้าปรากฏตัวที่ต่างประเทศอีก ฉันจะฆ่าให้เรียบ! ไม่เหลือสักคน!”
“ปราสาทเต๋อกุลาไม่มีความจำเป็นต้องดำรงอยู่อีกต่อไป” เสียงของเฉินเป่ยยิ่งหนาวเย็นชัดเจน ราวกับลอยมาจากนรก ทำให้เต๋อกุลาขนลุกขนพอง
ดวงตาเต๋อกุลาเผยความหมดหวัง เวลานี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งสงครามไร้ศัตรูที่เหนือกว่าทั้งต่างประเทศ ยังเป็นผู้ชายแต่งเข้าบ้านผู้หญิงกระจอกๆ ของตระกูลหลีที่ไหนกัน
และเวลานี้ ราชาหลงเอ่ยปากมาเช่นนี้ เกือบจะคาดโทษสังหารยกครัวให้ชนเผ่าเลือดเรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้น เต๋อกุลาร่างกายสั่นเทา แววตาเผยความดุร้าย เขาจ้องเฉินเป่ยอย่างเย็นชา แววตาเผยความบ้าคลั่งอันดุร้าย ทั่วทั้งตัวมีกลิ่นอายสยองขวัญปีนขึ้นมาอย่างคลุ้มคลั่ง
ดวงตาของเต๋อกุลาเปลี่ยนไปแดงก่ำ เต็มไปด้วยแสงแห่งความเกลียดชังและดุดันไร้ขีดจำกัด เขาเอ่ยปากบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ราชาหลง ทีแรกฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนี้ แต่นี่คือนายบีบฉันเอง”
เต๋อกุลาตะโกนขึ้นฉับพลัน สีหน้าดุเดือดโกรธเคือง ราวกับปีศาจร้ายในนรกโผล่ขึ้นมาบนโลก
เฉินเป่ยยืนอยู่ที่เดิม ยักคิ้ว กลิ่นอายที่อยู่บนตัวเต๋อกุลานั้น ทำให้เขาเกิดความคิดที่ไม่สบายใจและความรู้สึกอันตรายถึงชีวิตนิดๆ ขึ้นมาแล้ว
เต๋อกุลาแสดงท่าทีสู้สุดชีวิตออกมาอย่างแจ่มแจ้ง
แวบหนึ่ง เต๋อกุลาสีหน้าเปลี่ยนไป เผยสีหน้าที่ปวดร้าวออกมา ตามมาด้วยดวงตาของเขาถูกสีแดงเลือดเข้าแทนที่
หลังจากเขาอ้าปาก เขี้ยวที่อยู่ในปากยาวออกมาอย่างรวดเร็วแบบที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เขี้ยวทั้งสี่ซี่ ดูขึ้นมาน่าสยดสยองมาก แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันกับลักษณะของปีศาจร้ายพวกนั้น
มองเห็นท่าทางแบบนี้ของเต๋อกุลา เฉินเป่ยถึงตอบสนองกลับมาแล้ว บนหน้ามีการเย้ยหยันแวบผ่าน พูดอย่างเรียบเฉย “ทำไม ไม่คิดจะปิดซ่อนสถานะของตัวเองแล้วเหรอ? ในที่สุดก็ยอมรับแล้วสินะ...พวกแกเป็นพวกไร้ความเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ป่าเถื่อนแล้วรึไง?”
เผชิญหน้ากับการเหยียดหยามเบาๆ ของเฉินเป่ย สีหน้าเขียวปัดของเต๋อกุลายิ่งเย็นยะเยือกขึ้น ประกายแรงอาฆาตแค้นอย่างเข้มข้น