ตอนที่ 435
บทที่435 เป็นปฏิปักษ์กับทั้งทิศตะวันตก!
October 28, 2026
บทที่435 เป็นปฏิปักษ์กับทั้งทิศตะวันตก!
“ค่ะ” สาวใช้คนนั้นก้มหน้ารับปาก ในใจกลับกำลังสั่นเทาเล็กน้อย
สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างได้ยินบทสนทนาของโม่ถีซือและเฉินเป่ยเข้าไปเต็มๆ ถึงแม้จะไม่ได้ยินคำพูดของเฉินเป่ย ทว่าพอจะเดาเนื้อหาคร่าวๆ ได้เกือบหมด
และตอนที่ได้ยินโม่ถีซือจะลงมือด้วยตนเอง ในใจหล่อนสั่นเทาไม่หยุด ตื่นตกใจอย่างมาก
แต่สาวใช้กลับไม่กล้าฝ่าฝืน ไม่นานก็กลับไปด้านในตำหนักอีกครั้งหนึ่ง พูดอย่างเคารพนอบน้อม “ส่วนผสมและอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในห้องทดลองปลอดเชื้อเรียบร้อยแล้วค่ะ”
โม่ถีซือพยักหน้าแล้ว จากนั้นใช้เสียงที่มีเพียงตนเองได้ยินพูดพึมพำขึ้น “ราชาหลง นายติดหนี้บุญคุณฉันอีกครั้งแล้ว”
เสียงของโม่ถีซือเบามาก เดิมทีทำให้สาวใช้คนนั้นได้ยินไม่ชัดเจน เห็นเพียงท่าทางโม่ถีซือกลับมาหนาวเหน็บเช่นเมื่อก่อน เอ่ยปากบอก “ไปเถอะ”
“เชิญค่ะ”
หลังสาวใช้เดินมาถึงหน้าประตูห้องทดลองเป็นเพื่อนโม่ถีซือ จากนั้นหยุดลงมา อยากเข้าสู่ห้องทดลองปลอดเชื้อต้องใช้ฝีมือระดับหนึ่ง และถึงสาวใช้จะเข้าไป ก็ยากจะช่วยเหลืออะไรโม่ถีซือได้ จึงถือโอกาสรออยู่ด้านนอก
เวลาผ่านไปแต่ละนาทีแต่ละวินาที ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ประตูของห้องทดลองถึงค่อยๆ เปิดออก โม่ถีซือหน้าตาอ่อนล้า เดินออกมาจากในห้องทดลอง
โม่ถีซือพึ่งเดินออกจากห้องทดลอง ดวงตาทั้งคู่มืดมัวลอยๆ ราวกับอยู่ด้านในสูญเสียจิตวิญญาณไป ทำให้เธอเหนื่อยล้าสุดๆ
พอโม่ถีซือก้าวเท้าออกมาจากห้องทดลอง ร่างกายซวนเซนิดหน่อย เกือบจะล้มลงที่พื้น
โชคดีที่สาวใช้ด้านข้างเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูมาตลอด เห็นโม่ถีซือไม่ปกติ จึงรีบพยุงโม่ถีซือเอาไว้
“ท่านเป็นอะไรไปคะ?” สาวใช้คนนั้นถามขึ้น
“ฉันไม่เป็นไร” โม่ถีซือส่ายหน้า น้ำเสียงแหบแห้ง เผยความหมายอ่อนแรง
“ท่านเป็นอะไรเหรอคะ?” สาวใช้คนนั้นขมวดคิ้วแน่น ทั้งร่างกายของโม่ถีซืออ่อนพับไปที่ตัวของหล่อน นี่ทำให้สาวใช้เป็นห่วงสถานการณ์ของโม่ถีซืออย่างมาก
“รีบส่งคนเอามันไปให้ในมือของกองทหารหลง จำไว้ จะต้องรักษาเป็นความลับ...เดี๋ยวฉันจะหาตำแหน่งของกองทหารหลงออกมาให้” โม่ถีซือควักขวดสีฟ้าขวดหนึ่งออกมาจากในอก ยัดไปในมือของสาวใช้แล้ว
สาวใช้เงยหน้า มองทางโม่ถีซือ หล่อนอ้าๆ ปาก ตั้งแต่ต้นจนจบอยากพูดอะไร แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ฉันแค่ใช้พลังไปมากเกินกำลังเท่านั้น พักผ่อนสักพักหนึ่งก็ดีขึ้น” เหมือนเพียงแวบเดียวโม่ถีซือก็มองความกลัวและความกังวลของสาวใช้ออก
สาวใช้หมุนตัว หลังวิ่งเหยาะๆ จากไป โม่ถีซือมองทางที่สาวใช้จากไป ล้วงมือถือออกมาช้าๆ โทรศัพท์ไปหาเฉินเป่ยแล้ว
และเวลานี้ เฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนเดินออกจากในร้านอาหาร หลังซูเหลยทานขนมหวานเสร็จ หลีชิงเยียนไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่นอีกต่อไป แต่ว่าเดินไปยังห้องพักของโรงแรม
“รอหลังจากฉันเก็บห้องเสร็จ ค่อยไปที่งานพนันเพชรพลอย” หลีชิงเยียนทิ้งประโยคหนึ่งอย่างเย็นชา ก่อนจะออกไปอย่างรวดเร็ว
เฉินเป่ยมองภาพด้านหลังที่เซ็กซี่ของหลีชิงเยียนพลางยิ้มเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าหลีชิงเยียนพอใจกับการตกแต่งของห้องที่เขาทำเมื่อคืนมาก ตอนนี้เดาว่าอยากจะเข้าไปพักในห้องนั้นจนอดใจไม่ไหวแล้วมั้ง
ตอนที่เฉินเป่ยมองภาพด้านหลังของหลีชิงเยียนแล้วเผยรอยยิ้มที่มีความสนใจออกมา ทันใดนั้น ซูเหลยที่อยู่ด้านข้างก็จ้องเฉินเป่ยด้วยสายตาซับซ้อน
“เฉินเป่ย” ซูเหลยเรียกเสียงเบา
เฉินเป่ยหันหน้า มองทางซูเหลย ถามว่า “มีอะไรเหรอ?”
ซูเหลยจ้องมองเฉินเป่ยอยู่ มองอยู่สักพักหนึ่ง แม้กระทั่งเฉินเป่ยยังขนลุกอยู่บ้าง ซูเหลยถึงเอ่ยปากเสียงเบาๆ พูดมาคำหนึ่งแล้ว “ขอบคุณนะ”
“ฉันแค่ให้ยาที่รักษาบาดแผลกับเธอเอง ไม่มีอะไรต้องขอบคุณ” เฉินเป่ยเอ่ยปากนิ่งๆ โบกๆ มือ เหมือนไม่ใส่ใจอะไรสักนิด
แต่ทว่าสายตาที่ซูเหลยมองทางเฉินเป่ยยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะหล่อนรู้ว่าถึงแม้เฉินเป่ยจะแสดงออกว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่หล่อนรู้อย่างชัดเจน ยาขวดนั้นที่รับมาเมื่อคืนนี้ เกรงว่าราคาของมันคงไม่ได้ธรรมดาขนาดนี้เป็นแน่
หล่อนรู้ดีอยู่แก่ใจ ย่อมเข้าใจเป็นธรรมดา จะมียารักษาแผลที่ไหนกันที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของหล่อนให้แกร่งขึ้นได้ด้วย ยิ่งสามารถกำจัดอาการบาดเจ็บภายในร่างกายของหล่อนไปได้อีก
ยาแบบนี้ หล่อนพบได้น้อยมาก ถึงแม้ตอนแรกที่อยู่ในทีมรบพิเศษ ซึ่งครอบครองทรัพยากรมากมาย ยังไม่เคยเจอยาที่มีประสิทธิภาพมหัศจรรย์เช่นนี้
ส่วนเฉินเป่ยเพียงพูดแค่ว่าเป็นยารักษาบาดแผลขวดเดียวอย่างเรียบง่าย...ซูเหลยย่อมไม่เชื่อ เฉินเป่ยรักษาแผลให้หล่อน ต้องใช้ยาดีขนาดนี้เลยเหรอ
ท่าทีของซูเหลยที่มีต่อเฉินเป่ยนั้นยิ่งเกิดความรู้สึกผิดในใจ เกรงว่าหล่อนเองคงยังนึกไม่ถึงว่าจะมีสักวันหนึ่ง ท่าทีของหล่อนต่อเฉินเป่ยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้
“ขอบคุณนะ” ซูเหลยเอ่ยปากอีกครั้ง การดูดซึมต่อตัวยาสองครั้ง ทำให้สมรรถภาพร่างกายของซูเหลยยิ่งแข็งแรงเพิ่มขึ้น และห่างไกลเกินกว่าตอนที่หล่อนปลดประจำการจากทีมรบพิเศษด้วย
แม้กระทั่งซูเหลยยังไม่สงสัยสักนิด หากไม่ตนเองที่ยังไม่ได้ดูดซึมยาเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าตนเอง คงไม่มีกำลังสู้กลับอย่างเด็ดขาด
มือของซูเหลยกุมหมัดสักหน่อยอย่างควบคุมไม่อยู่ ทั่วตัวมีพลังที่เต็มเปี่ยมไปทั้งหมดจนพูดไม่ถูก แม้กระทั่งทำให้ความมั่นใจของซูเหลยเพิ่มขึ้นมาด้วย เกิดภาพลวงตาว่าตนเองสามารถสู้ได้หลายคนมาก