ตอนที่ 456
บทที่456 ถอนตัวออกเอง!
October 28, 2026
บทที่456 ถอนตัวออกเอง!
ซู่!
พอคำพูดนี้ของเฉินเป่ยออกมา ชั่วขณะนั้นต่างเงียบสงบลงมากันหมด ผู้ตัดสินที่อยู่โดยรอบผู้ตัดสินกานเหล่านั้น ขนตั้งชันไปทั้งตัวชั่วขณะหนึ่ง ขนลุกขนพองไปทั่วตัวขึ้นมาแล้ว
ชั่วขณะนั้นสีหน้าที่ผู้ตัดสินเหล่านั้นมองทางเฉินเป่ยเปลี่ยนไปมาก สายตาเพิ่มความตื่นตกใจแล้ว
ทันใดนั้นบรรยากาศเงียบงัน ผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ด้านข้างผู้ตัดสินกานเหล่านั้นรู้สึกได้อย่างกะทันหัน อุณหภูมิโดยรอบของอากาศลดลงอย่างรวดเร็วทันใด
ในอากาศเหมือนมีแรงอาฆาตที่หนาวเย็นปกคลุมเต็มไปทั่วไม่หยุด......ร่างกายของผู้ตัดสินเหล่านั้นกำลังสั่นเทาเบาๆ ในใจของพวกเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
ผู้ตัดสินกานจ้องเฉินเป่ยอย่างเย็นชา เมื่อสักครู่คำพูดประโยคนั้นของเฉินเป่ยลอยเข้าในหูของแต่ละคนอย่างชัดเจน นี่เกือบจะทำให้ผู้ตัดสินกานสูญเสียศักดิ์ศรีไป
ในฐานะบุคคลรุ่นใหญ่ของวงการพนันเพชรพลอย และรับหน้าที่ผู้ตัดสินของสุดยอดดาบสามเล่มมานานหลายปีขนาดนี้ ผู้ตัดสินกานสะสมชื่อเสียงและเกียรติยศในวงการพนันเพชรพลอยมาไม่น้อย
ในสายตาของผู้คนมากมาย ผู้ตัดสินกานแทบจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่มีเอกลักษณ์ ถ้าไม่อย่างนั้นทางสุดยอดดาบสามเล่มคงไม่เชิญผู้ตัดสินกานหลายครั้งขนาดนั้น นี่ชัดเจนว่าเป็นการยอมรับต่อเขาแบบหนึ่ง
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้ตัดสินที่ลึกลับอีกท่านหนึ่งมาซักถามสงสัยผู้ตัดสินกานกลางงาน ยิ่งใช้คำพูดที่กำเริบเสิบสานมาโจมตี ว่าผู้ตัดสินกานนากำลังสบประมาทเหยียดหยามหยกพวกนี้
ในสายตาของผู้คนมากมาย เฉินเป่ยไม่ใช่กำลังท้าทายผู้ตัดสินกานอยู่เหรอ การท้าทายผู้ทรงอิทธิพล ดังนั้นถึงเกิดความวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้
ซู่!
ทั้งตัวผู้ตัดสินกานท่าทางเปลี่ยนไป สีหน้าอึมครึมดูย่ำแย่มาก หน้าผากมีเส้นเลือดกระตุกอยู่ไม่เลิก
การเหยียดหยามที่โจ่งแจ้งแบบไม่ปกปิดใดๆ ของเฉินเป่ยนี้ ทำให้เขายอมได้อย่างไรกันเล่า?
สายตาแต่ละคู่ตกอยู่บนตัวของผู้ตัดสินกาน ผู้ตัดสินกานหัวเราะเยาะทีหนึ่ง ในสายตามีแรงอาฆาตที่เหน็บหนาว จ้องมองเฉินเป่ย จากนั้นค่อยๆ พูดว่า “ฉันไม่เข้าใจ หรือว่านายเข้าใจ?”
เฉินเป่ยก้มหน้า มองไฟของดวงอาทิตย์ที่อยู่ในฝ่ามือแวบหนึ่ง ทันใดนั้นเป่าลมหายใจทีหนึ่งแล้ว หินแตกสีเขียวละเอียดกองหนึ่งถูกเป่าจนสะอาดเกลี้ยง
พวกนี้ล้วนเป็นเมล็ดหยกระดับต่ำก่อนหน้านี้ที่ภายหลังแตกละเอียดกลายมาเป็นเศษหิน ในฝ่ามือของเฉินเป่ยเวลานี้เหลือเพียงไฟของดวงอาทิตย์เล็กๆ พวกนี้ กองอยู่ในฝ่ามือของเฉินเป่ย แสงสีทองเรืองรองจ้าตาระยิบระยับ
นิ้วมือของเฉินเป่ยถูเม็ดทรายสีทองพวกนี้ไปมา ถ้าไม่ใช่แสงรุ่งโรจน์ที่จ้าตาดุจแสงแดด ทรายสีทองพวกนี้คงถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทรายทั่วไปได้ง่ายมาก
“นายเข้าใจเหรอ ทำไมเริ่มแรกนายถึงดูไม่ออกว่านี่คือไฟของดวงอาทิตย์? หรือพูดว่าเริ่มแรกนายมีเจตนาอย่างอื่น เลยไม่คิดจะพูดออกมา จงใจให้บางคนตกรอบไป?” เฉินเป่ยเอ่ยปากอย่างอารมณ์สงบ ชั่วขณะนั้นทำให้มุมปากของผู้ตัดสินกานหดอย่างแรง
และก่อนหน้านี้ผู้ตัดสินที่สนับสนุนผู้ตัดสินกานขมวดคิ้วกันชั่วขณะหนึ่ง พลางตะโกนเสียงดุ “หุบปาก นี่นายกำลังพูดจาไร้สาระ!”
“ฉันพูดจาไร้สาระ?” เฉินเป่ยกวาดตามองผู้ตัดสินเหล่านั้นแวบหนึ่ง “พวกนายก็เหมือนกัน ล้วนเป็นผู้ตัดสินที่สมาคมการพนันเพชรพลอยเชิญมา ฉันมีเหตุผลที่จะสงสัยพวกนายกับผู้ตัดสินกานร่วมมือกัน จงใจวางแผนพุ่งเป้าโจมตีบางคนด้วยกัน!”
พรึบ!
คำพูดประโยคนี้ของเฉินเป่ย ชั่วพริบตาเดียวก็ผิดใจผู้ตัดสินมากมายแล้ว ผู้ตัดสินเหล่านั้นต่างลุกขึ้นมาอย่างแค้นเคือง เริ่มตำหนิเฉินเป่ย
เฉินเป่ยฟังคำตำหนิของคนเหล่านี้อยู่ สีหน้าไม่ได้สั่นไหวแต่อย่างใด เหมือนกับว่าไม่ได้ยินอย่างนั้น ก้มหน้าเล่นไฟของดวงอาทิตย์เล็กๆ นั้นต่อไป
ในเวลานี้เอง ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นมาฉับพลัน “ฉันมีชีวิตมาจนอายุปูนนี้ ยังไม่เคยได้ยินไฟของดวงอาทิตย์อะไรมาก่อนเลย”
ทุกคนมองไปตามเสียง เห็นว่าผู้ตัดสินกานก้าวเท้าออกมา เดินมาตรงหน้าของเฉินเป่ย มองเฉินเป่ย พูดว่า “ไฟของดวงอาทิตย์ แต่ไหนแต่ไรฉันไม่เคยได้ยิน”
“ใช่ ฉันก็ไม่เคยได้ยินหยกประเภทนี้เหมือนกัน”
“ของเล่นนี้กลัวว่าเคยมีแต่เกิดขึ้นในนิยายมั้ง จะมีตัวตนจริงได้ยังไงกัน?”
เวลานี้ไม่เพียงแต่ที่นั่งผู้ตัดสินเกิดความวุ่นวาย ทั้งโถงประชุมต่างค่อยถกเถียงร้อนแรงขึ้นมา สีหน้าของคนดูมากมายแปลกประหลาดที่สุด เพราะไฟของดวงอาทิตย์คำนี้ช่างดูเพ้อฝันเหลือเกิน นี่เดิมทีทำให้พวกเขายากจะเชื่อ
“นายไม่เคยได้ยินเหรอ นั่นแสดงว่าพวกนายมีความรู้เท่าหางอึ่ง มีสิทธิ์อะไรที่มีความรู้งูๆ ปลาๆ อย่างพวกนาย ถึงจะตัดสินมันว่ามีตัวตนจริงหรือไม่?” เฉินเป่ยตอบกลับนิ่งๆ
และในขณะเดียวกันตอนที่เฉินเป่ยกับผู้ตัดสินพวกนี้โต้เถียงไม่เลิก ในห้องทำงานหัวหน้าสมาคมที่โซนพนันระดับสูง ภาพเงาคนคนหนึ่งพุ่งเข้าไปในห้องทำงานอย่างรีบร้อน ร้อนใจตะโกนบอก “หัวหน้าสมาคมครับ ไม่ดีแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
“ไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้หมดแล้ว”