ตอนที่ 531
บทที่531 เสียงเอะอะโวยวาย!
October 28, 2026
บทที่531 เสียงเอะอะโวยวาย!
เฉินเป่ยมองหวาหย่าหรุ่ย เอ่ยปากถามอย่างสนใจ “เธอพึ่งอายุเท่าไรเอง ใช้น้ำเสียงก้าวร้าวขนาดนี้ พ่อเธอรู้มั้ย?”
“นี่เป็นเรื่องครอบครัวของพวกฉัน นายทำหน้าที่งานของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว” หวาหย่าหรุ่ยตอบไปอย่างหมดความอดทน
เฉินเป่ยหัวเราะแบบเล่นแง่ เหมือนไม่ได้โกรธเคืองสักนิด ขับรถของตนเองต่อไป
ไม่นานรถยนต์จอดอยู่หน้าประตูของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป เฉินเป่ยและหวาหย่าหรุ่ยพึ่งลงรถ มองเห็นหลีชิงเยียนเดินออกจากบริษัทมาต้อนรับหวาหย่าหรุ่ยด้วยความกระตือรือร้น
“คุณหวา คุณมาที่บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปของพวกเราได้ เป็นเกียรติของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปจังเลยค่ะ” หลีชิงเยียนแต่งตัวชุดกระโปรงสูทเป็นทางการ ขับรูปร่างที่เซ็กซี่สมบูรณ์แบบ และไม่มีที่ตำหนิของเธอนั้นออกมาได้ชัดเจน
“ฉันแค่รับปากคำขอของคุณพ่อฉันมาค่ะ เลยถือโอกาสมาขอโทษคุณสำหรับเมื่อคืนที่เกิดเรื่องไม่ดี หวังว่าคุณจะไม่เอาไปใส่ใจนะคะ” ตอนที่หวาหย่าหรุ่ยอยู่ต่อหน้าเฉินเป่ยอย่างกับเป็นเจ้าหญิง แต่พออยู่ต่อหน้าหลีชิงเยียน ชั่วขณะนั้นเก็บอาการอยู่มาก สุภาพเรียบร้อย อ่อนโยนมีเสน่ห์
จากบนตัวของหล่อน คาดไม่ถึงจะปล่อยกิริยาท่าทางงดงามน่าหลงใหลที่ไม่แพ้หลีชิงเยียนออกมา
นี่อดทำให้เฉินเป่ยมองเพิ่มมากขึ้นไม่ได้ สาวงามที่มีบุคลิกภาพดีขนาดนี้ เห็นไม่มากแล้วจริงๆ
และตอนที่สายตาของเฉินเป่ยย้ายออกจากตัวหวาหย่าหรุ่ยไม่ได้ ทันใดนั้นกลับถูกหลีชิงเยียนสังเกตเจอเข้าให้
“มองพอรึยัง?” หลีชิงเยียนมองกลับไปอย่างเย็นชา
ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง แต่ไหนแต่ไรมักจะมีความคิดอิจฉา โดยเฉพาะระหว่างผู้หญิงสวยงามเช่นนี้ หลีชิงเยียนย่อมไม่อนุญาตให้ดวงตาของเฉินเป่ยมองมั่วไปทั่วเป็นธรรมดา นี่ทำให้ภายในใจเธอไม่สบายเอามากๆ
เฉินเป่ยโดนหลีชิงเยียนจับการกระทำไว้ได้ จึงหัวเราะกระอักกระอ่วน
หวาหย่าหรุ่ยจ้องเฉินเป่ยด้วยแววตาสงสัย...แต่งตัวด้วยสูทที่มอมแมมสุดจะทน ผมเผ้ายุ่งเหยิง...ในปากคาบบุหรี่อย่างกำเริบเสิบสาน หน้าตาเล่นแง่เต็มที่ เหมือนกับพวกนักเลงข้างถนนอย่างยิ่ง...แต่คาดไม่ถึงเขาสามารถทำให้หลีชิงเยียนมีปฏิกิริยาหนักขนาดนี้...สองคนนี้ เหมือนว่ายังน่าสนใจอยู่มากล่ะ?
“คุณหวา เชิญตามฉันมาค่ะ” หลีชิงเยียนพูดจบ จึงหมุนตัวใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปด้านในอย่างสง่าผ่าเผย
เฉินเป่ยสังเกตเห็นสายตาของหวาหย่าหรุ่ยสาวสวยอายุน้อยแล้ว เขาขยิบตาไปให้หวาหย่าหรุ่ย พูดหยอกล้อ “คนสวย พี่หล่อรึเปล่า?”
หวาหย่าหรุ่ยมองค้อนตอบเขาไป สายตานั้นดูรังเกียจมากแค่ไหนก็รังเกียจมากแค่นั้น
เห็นว่าสาวสวยที่มีชีวิตชีวาคนนี้รังเกียจตนเองเช่นนี้ เฉินเป่ยนั่นเรียกว่ากลัดกลุ้มไปเลย “ฉันถามหน่อยคนสวย...ทำไมเธอใช้สายตาแบบนี้มองฉัน? ฉันแย่มากเลยเหรอ?”
หวาหย่าหรุ่ยขมวดคิ้วนิดหน่อย พยักหน้าอย่างจริงจังแล้ว
เฉินเป่ยยิ่งหมดคำจะพูดไปอีก เหยดเข้ นานๆ จะเจอสาวงามสักคน คาดไม่ถึงโดนหล่อนรังเกียจเช่นนี้...
......
หลังเฉินเป่ยกลับมาถึงห้องทำงาน หลีชิงเยียนก็ไม่ให้เขาเข้าห้องทำงาน ตัดขาดเขาอยู่ด้านนอกห้องทำงานแล้ว และดึงผ้าม่านปิดอีก เหมือนว่าจงใจไม่ให้เฉินเป่ยไปมองหวาหย่าหรุ่ย
“นี่แม่ง...คงไม่ได้หึงแล้วล่ะมั้ง......” ในใจเฉินเป่ยบ่นพึมพำ
จนกระทั่งถึงช่วงพลบค่ำ เฉินเป่ยที่ว่างไม่มีอะไรทำถึงโดนหลีชิงเยียนตามตัวไป หลีชิงเยียนพาหวาหย่าหรุ่ยเดินมาถึงด้านหน้าเฉินเป่ย พูดกำชับ “ส่งคุณหวากลับบ้าน ขับรถระวังด้วย อย่าให้เกิดเรื่องอะไร”
เฉินเป่ยมองทางใบหน้างดงามที่เพริศพริ้งราวกับเจียระไนมาของหลีชิงเยียน รีบพยักหน้าไม่เลิก “ได้เลยครับ ประธานหลีคุณสบายใจได้เลย”
บนถนน รถยนต์ขับด้วยความเร็ว หวาหย่าหรุ่ยที่นั่งเบาะหลังเอ่ยปากถามกะทันหัน “นายกับประธานหลี สรุปมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน?”
เฉินเป่ยเงยหน้า หลังมองที่หวาหย่าหรุ่ยผ่านกระจกหลัง หวาหย่าหรุ่ยพูดว่า “สัมผัสที่หกของฉันแม่นมาก นายกับประธานหลีคิดว่าต้องไม่ธรรมดาเด็ดขาด สายตาที่หล่อนมองนายก็แตกต่างออกไป”