ตอนที่ 594
บทที่594 มีคำสั่งออกมา
October 28, 2026
บทที่594 มีคำสั่งออกมา
จากนั้นเฉินเป่ยถึงปล่อยมือของหลีชิงเยียนออก หลีชิงเยียนถลึงตาใส่เฉินเป่ยอย่างแรงทีหนึ่ง ทันใดนั้นในใจหลีชิงเยียนผุดไฟโกรธที่ดุเดือดขึ้น ไอ้สารเลวที่สมควรตายคนนี้ ผู้ชายที่น่าขยะแขยง
หลีชิงเยียนโมโหเดือดดาล หมุนตัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใส่รองเท้าส้นสูงสะบัดมือแล้วออกไปจากห้องโถงงานเลี้ยงโดยตรง
เฉินเป่ยมองภาพด้านหลังที่เซ็กซี่นั้นของหลีชิงเยียน หัวเราะอย่างจำใจแล้วเดินออกจากห้องงานเลี้ยงตามไปติดๆ...หลีชิงเยียนตัวหลักไปแล้ว...เขายังอยู่ที่นี่ทำอะไรกันล่ะ? ในเมื่อที่ควรกินควรดื่มก็กินมาพอสมควรแล้ว
ด้านนอกโรงแรมไอดับเบิลยูซี หลีชิงเยียนใส่รองเท้าส้นสูงเดินออกมาอย่างโมโหเดือดดาล เปิดมือถือขึ้นทันที เรียกรถแท็กซี่คันหนึ่งมา
“นี่ชิงเยียน รอผมก่อนสิ” เฉินเป่ยตามออกมาอย่างขี้โกง
หลีชิงเยียนเวลานี้กำลังโกรธเลือดขึ้นหน้าเชียวล่ะ เดิมทีไม่สนใจเขา
เฉินเป่ยเดินมาถึงด้านข้างชิงเยียนเบาๆ จากนั้นโอบเอวเล็กของเธอเอาไว้ พูดเสียงละมุน “ชิงเยียน อย่าโกรธนะ”
“นายปล่อยฉันออกนะ! นายมันไอ้คนไร้ยางอายสารเลว! นายอยากทำอะไรก็ไปทำอันนั้น ไม่เกี่ยวกับฉัน!” หลีชิงเยียนใบหน้าหนาวเย็นอย่างยิ่ง หายใจยุ่งเหยิงอยู่บ้าง
เฉินเป่ยโอบเอวของเธอไว้ กอดเธอเข้าในอ้อมอกแนบแน่น...รู้สึกถึงกลิ่นอายที่หยาดเยิ้มน่าประทับใจนั้นของเทพธิดา หอมหวานดุจดอกกล้วยไม้ กลิ่นหอมเตะจมูก
หลีชิงเยียนพยายามดิ้นรน แต่เฉินเป่ยพลังมหาศาล โอบเธอไว้แน่น ไม่ปล่อยโอกาสเธอให้ได้ดิ้นรนทั้งสิ้น
“ชิงเยียน อย่าโกรธเลยนะ ครั้งหน้าผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว...” เฉินเป่ยกอดเธอไว้ ค่อยๆ พูดอธิบาย
พอได้ยินคำอธิบายของเฉินเป่ย การดิ้นของหลีชิงเยียนก็ค่อยๆ เบาลงมาแล้ว...
“ชิงเยียน ไม่โกรธแล้วนะ ได้มั้ย~” เฉินเป่ยพูดเสียงอ่อนโยน
หลีชิงเยียนไม่ได้พูดอะไร แอบอิงอยู่ในอ้อมอกของเฉินเป่ยแบบนี้...เธอในเวลานี้ หัวใจเต้นสับสนเป็นพิเศษ...
เฉินเป่ยกอดเธอไว้ วินาทีนี้เขารู้สึกถึงความผ่อนคลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ความรู้สึกที่ได้กอดผู้หญิงที่รักไว้ในอ้อมอก บางทีนี่อาจคือสิ่งที่เรียกว่าความรักล่ะมั้ง
เฉินเป่ยถูที่แก้มของเธอเบาๆ ทั้งสองแนบอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนม~
จากนั้นหลีชิงเยียนดิ้นรนขึ้นมาอีกครั้ง เธอสำนึกขึ้นได้ในขณะนั้น ตนเองเหมือนถูกเฉินเป่ยหลอกลวงเข้าแล้ว
ทั้งที่บอกว่าตนเองว่าจะไม่ทำแบบนั้น แต่ยังมาโอบตนเองเอาไว้แน่น เขาอยากทำอะไรกันแน่?
ดวงตาหลีชิงเยียนหดตัว ตามมาด้วยใบหน้าเย็นชาอีกครั้งหนึ่ง
ในเวลานี้เอง...ทันใดนั้นเฉินเป่ยก็ขบที่ติ่งหูของเธอไว้แล้ว...
ร่างกายหลีชิงเยียนสั่นรุนแรงไปทั้งตัว ราวกับโดนกระแสไฟ
หลีชิงเยียนดิ้นรนรุนแรงยิ่งขึ้น เฉินเป่ยในเวลานี้ราวกับกลายเป็นปีศาจร้ายตนหนึ่ง เธออยากจะหนีออกจากกรงเล็บปีศาจ
เฉินเป่ยกอดเธอแน่น ไม่ให้เธอดิ้นรน...
หลีชิงเยียนดิ้นรนไม่หลุด ภายใต้ความกังวลมากๆ นั้น ยังอ้าปากกว้าง กัดบนไหล่ของเฉินเป่ยอย่างแรงทีหนึ่ง
“โอ๊ย——” เฉินเป่ยร้องโอดครวญ นี่ต่างหากที่โดนบังคับให้ปล่อยหลีชิงเยียนออก
“หลีชิงเยียน คุณเป็นเสือเหรอ ทำไมถึงกัดคนอื่นมั่วซั่ว!” เฉินเป่ยเจ็บจนยิงฟันเบ้ปาก พยายามถูรอยฟันบนไหลของตนเอง
“ฉันก็เป็นเสือ นายจะทำอะไรฉันได้?” ใบหน้าของหลีชิงเยียนหนาวเย็น พูดข่มขู่อย่างเดือดดาล “ถ้านายกล้ามาเล่นแง่กับฉันอีก นายเชื่อรึเปล่าว่าฉันจะตอนนาย!”
เฉินเป่ยถอนหายใจแบบเลี่ยงไม่ได้ “ชาตินี้หลงรักคุณที่เป็นแม่เสือตัวนี้แล้ว ดูแล้วชาติก่อนผมคงติดค้างคุณ...”
เฉินเป่ยดึงมือของหลีชิงเยียนไว้ สุดท้ายยังกล่อมเธอให้เข้ามาในรถได้ เฉินเป่ยคาดเข็มขัดนิรภัยให้หลีชิงเยียนก่อนด้วยตัวเอง จากนั้นถือโอกาสที่หลีชิงเยียนไม่สังเกต ขยับเข้าไปที่ใบหน้างดงามของเธอทันใด จูบไปทีหนึ่งแบบกำเริบเสิบสาน
หลีชิงเยียนตกตะลึงไปก่อน จากนั้นโกรธเคือง ทำท่าอยากจะจัดการเฉินเป่ย
ยังดีเฉินเป่ยวิ่งเร็วมาก...มุดเข้าที่นั่งคนขับทันที ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไป...
หลังจากที่รถเบนซ์ออกไปได้ไม่นาน รถออฟโรดสีขาวคันหนึ่งก็ค่อยๆ สตาร์ทเครื่อง ตามอยู่ด้านหลังตลอดทางแบบไม่ช้าไม่เร็ว...
รถเบนซ์ค่อยๆ จอดอยู่ที่หน้าประตูตระกูลหลี หลีชิงเยียนลงจากรถ ใส่รองเท้าส้นสูงเดินเข้าในคฤหาสน์อย่างเชื่องช้า
......
เวลานี้
เมืองหู้ไห่ ห้องคนไข้พิเศษในโรงพยาบาลใจกลางเมือง
หวางอู๋ตี๋นอนอยู่บนโซฟา พันผ้าพันแผลสีขาวเอาไว้ ห่อหุ้มตนเองอย่างกับเป็นมัมมี่ ลูกน้องคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของหวางอู๋ตี๋ด้วยความเคารพนอบน้อม สั่นเทาไปทั้งตัว เหมือนว่าบนตัวหวางอู๋ตี๋มีท่วงทีสยองขวัญไร้รูปร่าง ทำให้ลูกน้องคนนี้สั่นเทิ้มไม่เลิก ไม่กล้าแม้แต่เอ่ยปาก
หวางอู๋ตี๋ในเวลานี้สีหน้าอึมครึมหม่นหมอง หลายวันมานี้สีหน้าของเขาไม่เคยดีขึ้นมาเลย อยู่ในสภาพอึมครึมน่ากลัวแบบนี้มาตลอด เขาไม่พอใจ ไม่ยินยอม เขาจะยอมให้เฉินเป่ยมาเหยียบย่ำตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร? เขาเป็นบุคคลผู้น่าภูมิใจของตระกูลหวาง ไม่เคยมีใครกล้าเหยียดหยามเขาเช่นนี้มาก่อน แต่ปัจจุบันนี้...ที่เมืองหู้ไห่เล็กๆ แห่งนี้ ตนเองกลับมาโดนเหยียบย่ำได้ขนาดนี้
ยากจะจินตนาการจริงๆ ถ้าให้คนอื่นของตระกูลหวางรู้เรื่องนี้เข้า ถ้าเรื่องนี้ลอยไปถึงตระกูล...เกรงว่าเขาหวางอู๋ตี๋ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่ บุคคลของตระกูลวิทยายุทธคนอื่นคงเห็นเขาเป็นตัวตลกน่าอับอาย
สำหรับเฉินเป่ยคนนี้...เวลานี้หวางอู๋ตี๋มีเพียงความคิดเดียว นั่นคือวิธีแก้แค้นในใจเขา เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถแก้ไขได้ก็คือตาย
ในช่วงที่หวางอู๋ตี๋ไม่รู้ตัว เขาเผลอกุมหมัดทั้งสองไว้แน่นแล้ว...ในขณะนี้ไฟโกรธภายในใจของหวางอู๋ตี๋ยากจะควบคุม เขาจะต้อง...จะต้องฟันโดยไม่สนใจผลลัพธ์ใดๆ——ฟันเฉินเป่ย
หวางอู๋ตี๋สูดหายใจทอดยาวเย็นยะเยือก ต่อสายไปยังหมายเลขหนึ่งโดยตรง
“คุณชายหวาง คุณไม่ได้ไปที่หู้ไห่เหรอครับ มีอะไรสั่งการครับ?” ในสายนั้น เสียงแก่หง่อมค่อยๆ ลอยออกมา เสียงดูแก่อย่างยิ่ง แต่กลับเผยความลุ่มลึกที่ทอดยาว
“ลุงสอง ผมต้องการไหว้วานลุงเรื่องหนึ่ง!” หวางอู๋ตี๋กุมหมัดแน่น พูดด้วยเสียงดังห้าวอย่างยิ่ง มีความคิดอยากจะฆ่าแบบดุเดือด
ในสายโทรศัพท์นั้น ลุงสองของหวางอู๋ตี๋เงียบลงไปก่อน จากนั้นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงตกใจ ค่อยๆ ถามขึ้น “มีเรื่องอะไรต้องการให้ผมทำครับ หรือว่าคุณเจอเรื่องวุ่นวายที่หู้ไห่แล้ว?”
หวางอู๋ตี๋สีหน้าผันแปรดุร้าย พูดช้าๆ “ผมอยากฟันคนคนหนึ่ง! ต้องการเล่ยิง!”
“คุณชายสอง คุณอยากฟันใคร? ถึงกับต้องให้ส่งเล่ยิงไปลงมือเลยเหรอครับ?” เสียงของลุงสองหวาดวิตกขึ้นอีก เล่ยิงคือหนึ่งในวิธีการลับที่ตระกูลหวางปิดซ่อน หากไม่ใช่กรณีพิเศษ จะไม่ใช้เล่ยิงเด็ดขาด...นี่คืออาวุธลับที่พอจะสามารถกอบกู้ตระกูลได้
ดวงตาหวางอู๋ตี๋แข็งขึ้นไม่ขยับ ทั้งตัวมีแรงอาฆาตแค้นมหึมา เขาค่อยๆ พูดออกมาสองคำ “เฉิน——เป่ย!”
ในสายโทรศัพท์นั้นเงียบงัน ลุงสองไม่ได้พูดอะไร เขาเหมือนจมสู่การครุ่นคิด
ในสายโทรศัพท์ ลุงสองตกอยู่ในการครุ่นคิดอีกครั้ง ระดมกำลังเล่ยิง...นี่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทั่วไป สถานะของเล่ยิงอ่อนไหวเหลือเกิน ถ้าระหว่างนั้นเกิดความผิดพลาดขึ้น ย่อมไม่กล้าจินตนาการผลสุดท้าย
“ลุงสอง ครั้งนี้ลุงต้องช่วยผมนะ!” หวางอู๋ตี๋กุมหมัดแน่น พูดอ้อนวอน เขาคุณชายสองของตระกูลหวาง...ไม่เคยอ้อนวอนเกินเหตุต่อหน้าผู้ใหญ่เช่นนี้มาก่อน เขาเมื่อในอดีตนั้น อยู่ที่เยี่ยนจิงมีพลังยิ่งใหญ่ จำเป็นต้องขอร้องใครที่ไหน? ต้องการหยิบยืมกำลังของตระกูลที่ไหน? มีเพียงใช้กำลังของเขาคนเดียว เพียงแค่พึ่งการวางแผนการนั้นของเขา ก็สามารถฟันพลิกสถานการณ์ได้แล้ว ไม่มีใครสู้ได้
แต่วันนี้...คุณชายสองตระกูลหวางผู้น่าเกรงขามท่านนี้...คาดไม่ถึงถูกบังคับให้โทรศัพท์ติดต่อครอบครัว ขอร้องลุงสอง...ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่สนใจผลที่ตามมาจากการเคลื่อนย้ายเล่ยิงออกโจมตีอีกด้วย? นี่...เป็นวิธีที่ไม่มีทางให้เลี้ยวกลับ หวางอู๋ตี๋โดนบีบจนหมดหนทางจริงๆ
“คุณชายสอง นี่คุณกำลังทำให้ผมลำบากใจอยู่นะครับ...” เสียงลุงสองจำใจ “เล่ยิงเป็นการสังหารที่ตระกูลหวางปิดซ่อน คุณชายสอง คุณเข้าใจผลได้ผลเสียในนี้มากกว่าผมซะอีก...ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา อย่างนั้นผลสุดท้าย...”
หวางอู๋ตี๋กุมหมัดแน่น สีหน้าผันแปรกลับไปกลับมา พูดอย่างจริงจัง “ลุงสอง เรื่องนี้...ผมมีแผนการของตัวเอง ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของผม! จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดเด็ดขาด พอเล่ยิงออกมา เอ๋อตงเฉินจะต้องตาย! ทุกอย่าง...จะจบสิ้น!”
ในโทรศัพท์ ลุงสองนิ่งเงียบเป็นครั้งที่สาม แม้แต่ลุงสองตระกูลหวางที่ผ่านมรสุมชีวิตมานานคนนี้ยังไม่มีทางตัดสินใจได้เช่นนี้...ผลกระทบของเล่ยิงนั้น ที่จริงช่างอ่อนไหวเหลือเกิน
ตั้งนานลุงสองถึงค่อยๆ ถอนหายใจทีหนึ่ง...
“คุณชายสอง ในเมื่อคุณยืนกรานจะให้ออก...งั้นผมจะเอาชีวิตมาช่วยคุณสักครั้งแล้วกัน!” เสียงของลุงสองแก่หง่อมลุ่มลึก มีความจำใจที่ทอดยาว
การโยกย้ายเล่ยิงนั้น ถ้าถูกพบเข้า นี่คือโทษหนักของตระกูล ถ้าถูกนายท่านใหญ่ตระกูลหวางตำหนิขึ้นมา บางที...ชีวิตของเขาคงรักษาไว้ไม่รอด แต่...ลุงสองจะมีวิธีอะไรอีกล่ะ? คุณชายสองที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเอ่ยปากวิงวอนเขาเลย มาวันนี้กลับอ้อนวอนเช่นนี้ เขายังทำอย่างไรได้อีก? ได้แต่เอาชีวิตมาเป็นเดิมพัน ช่วยเหลือคุณชายสองสักครั้ง
พอหวางอู๋ตี๋ได้ยินลุงสองตอบรับ สีหน้าเปลี่ยนแปลงในชั่วขณะหนึ่ง ยิ่งกุมหมัดแน่นขึ้น นั่นคือความฮึกเหิม ความรู้สึกฮึกเหิมแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณชายสองของตระกูลท่านนี้ไม่เคยตื่นเต้นแบบในวันนี้มาก่อน แม้แต่การหายใจยังถี่ขึ้นอยู่บ้าง เล่ยิง——ในที่สุดจะได้ลงมือแล้ว
พอเล่ยิงออกมา ย่อมสังหารนองเลือดไปทั่ว
เล่ยิงเป็นหนึ่งในการสังหารมากมายที่ตระกูลปิดซ่อน สาเหตุที่ต้องปิดบังต่อภายนอก เพราะผลกระทบพัวพันลึกซึ้งเหลือเกิน