ตอนที่ 600
บทที่600 ยอมให้จับโดยดี
October 28, 2026
บทที่600 ยอมให้จับโดยดี
อากาศเย็นเฉียบพลันอีกครั้ง ทั้งในห้องโถงอึดอัดไปหมด ลูกหลานตระกูลหวางกลุ่มหนึ่งแม้แต่ใครก็ไม่กล้าพูด วันนี้นายท่านใหญ่...โกรธเป็นฟืนเป็นไฟของจริงแล้ว
“คุณปู่! ขอความเมตตาด้วยครับ!” ทันใดนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านนอกห้องโถงอีกครั้ง
เวลานี้ หวางเหวินห้าวก็พุ่งเข้ามาเช่นกัน ขวางไว้ด้านหน้าของนายท่านใหญ่หวาง
“คุณปู่ครับ ขออย่าได้โกรธเลยนะครับ ถึงแม้ลุงสองจะทำผิดครั้งใหญ่ แต่ยังทำประโยชน์ให้ตระกูลหวางมากกว่า หลายสิบปีมานี้ตระกูลหวางพึ่งลุงสองดูแลมาตลอด ถ้าไม่มีลุงสอง เกรงว่าภายในตระกูลหวางคงวุ่นวายไปตั้งนานแล้ว คุณปู่โปรดเมตตาด้วยนะครับ!” หวางเหวินห้าวพูดเกลี้ยเกล่อมอย่างจริงจัง
วันนี้ ตระกูลหวางเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ถ้าพ่อบ้านใหญ่เกิดเรื่องขึ้นอีก เกรงว่าตระกูลหวางคงวุ่นวายถึงที่สุด ด้วยเหตุผลนี้ จึงจำเป็นต้องหยุดยั้ง
นายท่านใหญ่หวางสีหน้าอึมครึมไม่สบายใจ ในตายังคงแค้นเคือง
ลุงสองคุกเข่าอยู่ที่พื้น น้ำตาไหลนอง ออกแรงคำนับศีรษะลงพื้น “ผมสมควรตาย...เป็นผมที่สมควรตาย...เจ้าบ้าน...คุณชาย พวกคุณไม่ต้องรักษาชีวิตแทนผมหรอกครับ เป็นผมที่ทำผิดต่อตระกูลหวาง...”
นายท่านใหญ่หวางถือปืนไว้ในมือ ไม่ได้พูดสักประโยคเดียว วันนี้...ตระกูลหวางเขาเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ผลกระทบใหญ่หลวงเหลือเกิน ความโกรธของเขาจะสงบลงได้อย่างไร?
“เล่ยิงคือกลยุทธ์สังหารที่ตระกูลหวางปิดซ่อนไว้ ถ้าไม่มีคำสั่งลับสุดยอด จะแตะต้องไม่ได้เด็ดขาด! แกตัดสินใจออกคำสั่งเอง ทำให้เล่ยิงตาย...ตอนนี้ตระกูลหวางของฉันตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ...ถ้าสถานะของเล่ยิงถูกคนเปิดโปง ถูกทางประเทศเจอเข้า...ทั้งตระกูลหวางของฉันจะได้รับหายนะแบบที่ไม่มีทางจินตนาการได้! โทษของแกคือตายสถานเดียว!” นายท่านใหญ่หวางโกรธเคืองมาก ไม่ได้วางปืนในมือลงตั้งแต่ต้นจนจบ เล็งที่ลุงสองตลอด
หวางเหวินห้าวหลานชายรีบก้าวมาตรงหน้านายท่านใหญ่ พูดกล่อมอย่างจริงจัง “คุณปู่ครับ วันนี้ตระกูลหวางของเราเจอหายนะแบบนี้แล้ว ตอนนี้...ถ้าในบ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก...ไม่ว่าภายในหรือภายนอกตระกูลหวางของเราจะวุ่นวายใหญ่! ตระกูลจะขาดการดูแลของลุงสองไม่ได้ครับ!”
ได้ยินคำพูดนี้ ปืนในมือของนายท่านใหญ่หวางถึงค่อยๆ ปล่อยลงมาแล้ว
“คุณปู่ครับ ลุงสองมีความผิด แต่ความผิดไม่สมควรตาย...วิธีจัดการในตอนนี้คือพวกเราควรรีบหาศพของเล่ยิงให้เจอให้ไวที่สุด จากนั้นทำลายศพเผาหลักฐานทิ้ง ขณะเดียวกันกำจัดเบาะแสใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเล่ยิงทั้งหมด แบบนี้ถึงแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสงสัยมาถึงพวกเราเข้า ก็ไม่มีหลักฐาน!” หวางเหวินห้าวพูดจาแบบลุ่มลึกจริงจัง
นายท่านใหญ่หวางดวงตาเคร่งขรึม ทันใดนั้นเขายกปืนขึ้นฉับพลัน “ปัง!”ลั่นไกกะทันหัน
กระสุนลูกหนึ่งยิงออกไปเฉียบไว ยิงหูซ้ายของลุงสองไปโดยตรงจนเลือดสดกระจาย
“วันนี้จะไว้ชีวิตแกสักครั้ง ไสหัวไป!” เสียงนายท่านใหญ่หวางโกรธเคืองหนาวเหน็บ
ลุงสองไม่ได้ดิ้นรนแต่อย่างใด คำนับศีรษะลงบนพื้นหลายครั้ง...จากนั้นถึงอุดใบหูไว้ ภายใต้การประคองของคนใช้ ลุกขึ้นมาแบบสั่นเทา...
คนใช้ประคองลุงสองออกจากห้องโถงด้วยความระมัดระวัง...วันนี้ ในที่สุดลุงสองภายใต้การโน้มน้าวอ้อนวอนของหวางเหวินห้าว จึงรักษาชีวิตของตนเองไว้ได้...
ที่ห้องโถง ทุกคนยังคงเงียบกริบ ไม่กล้าพูดจา
หวางเหวินห้าวกวาดสายตามองทุกคนทีหนึ่ง พูดว่า “พวกคุณออกไปกันเถอะ”
ลูกหลานตระกูลหวางกลุ่มหนึ่งฟังคำสั่ง ต่างถอยออกไปจากห้องโถงแล้ว...
ทั้งในห้องโถง เหลือเพียงนายท่านใหญ่หวางกับเจ้าบ้านหวางหมิงเฉิง และหวางเหวินห้าวทั้งสามคน
นายท่านใหญ่หวางจ้องหวางเหวินห้าว ค่อยๆ ถาม “เหวินห้าว หลานมีวิธีอะไร?”
หวางเหวินห้าวสีหน้าแข็งทื่อ ตอบแบบจริงจัง “อย่างแรก รีบส่งคนไปที่หู้ไห่ หาร่างเล่ยิงกลับมาทำลายหลักฐาน อย่างสอง กำจัดเบาะแสทั้งหมดโดยรอบของเล่ยิง...รวมทั้งคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเขาทั้งหมด...!”
นายท่านใหญ่หวางจ้องเขาอยู่ “ความหมายของหลานคือฆ่ายกครัว?”
หวางเหวินห้าวพยักหน้าช้าๆ “ญาติใกล้ชิดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเล่ยิง กำจัดทิ้งให้สิ้นซาก!”
นายท่านใหญ่หวางเงียบงันอยู่นาน ถึงพยักหน้าหนักแน่นตอบว่า “ได้ ทุกอย่าง ให้หลานไปจัดการ!”
“ครับ คุณปู่!” หวางเหวินห้าวโค้งตัวรับปากด้วยความเคร่งขรึม
นายท่านใหญ่หวางกวาดสายตาหนาวเย็นมองหวางหมิงเฉิงลูกชายตนเองทีหนึ่ง พูดอย่างโมโห “ดูลูกชายตัวดีของแกสิ ฉันให้เวลาแกวันหนึ่ง รีบเอาตัวหวางอู๋ตี๋เจ้าหลานชายสารเลวนั้นมาตรงหน้าฉันให้ได้!”
หวางหมิงเฉิงรีบโค้งตัวก้มลง “ครับ คุณพ่อ...ผมจะรีบเอาตัวหวางอู๋ตี๋กลับมาเมืองจิง..ง”
หวางเหวินห้าวกลอกตา ทันใดนั้นพูดกล่อมไปก่อน “คุณปู่ครับ...ตอนนี้อู๋ตี๋เขาอยู่ที่หู้ไห่......”
“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ รีบลากมันกลับมาให้ฉัน!” พอพูดถึงหวางอู๋ตี๋ ชั่วขณะนั้นนายท่านใหญ่หวางโกรธเคืองขึ้นมาอีก ถ้าไม่ใช่หลานชายสารเลวคนนั้น ตระกูลหวางของเขาจะเจอวิกฤติขั้นนี้ได้อย่างไร?
หวางเหวินห้าวคิดสารพัดวิธีอยากเกลี้ยกล่อมคุณปู่ไว้ แต่คุณปู่กลับตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องเอาตัวหวางอู๋ตี๋กลับมาที่เมืองจิง หวางเหวินห้าวโน้มน้าวไม่สำเร็จ...ทำได้เพียงถือโอกาสถอยออกมา
หวางเหวินห้าวมาถึงด้านหน้าลานห้องมุข ถอนหายใจเบาๆ ทีหนึ่ง...เมื่อคืนเกิดความเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ ทำให้วันนี้ตระกูลหวางพัวพันกับคนมากมายเช่นนี้...อู๋ตี๋เขาตัดสินใจในครั้งนี้โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์เกินไปจริงๆ...ทำให้เกิดหายนะใหญ่หลวง
หวางเหวินห้าวค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ออกมา ต่อสายไปยังหมายเลขของน้องชาย...
...
หู้ไห่ คฤหาสน์ตระกูลจาง
หวางอู๋ตี๋นอนอยู่บนเตียง บนตัวคลุมผ่าห่มผืนหนาชั้นหนึ่ง...เหตุการณ์สั่นสะเทือนจิตใจเมื่อคืนนั้น ทำให้เขาไม่มีทางผ่านช่วงค่ำคืนไปได้อย่างสงบจนถึงตอนนี้...จิตใจของเขาสับสนถึงที่สุด แม้กระทั่งร่างกายยังอ่อนแรงหนาวสั่น
ทันใดนั้นมือถือดังขึ้น หวางอู๋ตี๋รีบหยิบมือถือขึ้นมาดู เป็นพี่ชายโทรศัพท์มา เขารีบรับสายโทรศัพท์ทันที
“พี่...ที่บ้าน...สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” หวางอู๋ตี๋ถามแบบกังวลนิดๆ...เมื่อคืนเขารู้ว่าตนเองก่อเรื่องใหญ่แล้ว...เพราะเหตุนี้ จนถึงปัจจุบันนี้จึงไม่กล้าติดต่อที่บ้าน...
“เฮ้อ...คุณปู่โกรธมาก” ในสายโทรศัพท์ หวางเหวินห้าวพูดด้วยความจำใจ
“เดี๋ยวพ่ออาจจะโทรศัพท์ไปหานาย ให้นายกลับมาที่เมืองจิง...ไม่ว่ายังไงนายอย่ากลับมาเด็ดขาด...หาข้ออ้างเอาเอง บอกว่าที่นี่มีเรื่องสำคัญบางอย่าง สรุปคือบอกปัดไม่ต้องกลับบ้าน” หวางเหวินห้าวบอก
“ทำไม...ผมกลับไปไม่ได้?” หวางอู๋ตี๋ถามด้วยสีหน้าอ่อนแรง มีความไม่เข้าใจนิดๆ
“นายเลอะเลือนเกินไปมั้ย? ตอนนี้คุณปู่กำลังโกรธเลือดขึ้นหน้า เมื่อกี้เขาเกือบจะจัดการลุงสองทิ้งแล้ว! ถ้านายกลับมาที่บ้านในเวลานี้...คุณปู่จะไม่หักขานายหรอกเหรอ?” หวางเหวินห้าวค่อยๆ พูดอธิบาย
ได้ยินคำพูดของพี่ชาย หวางอู๋ตี๋สีหน้าซีดขึ้นไปอีกหลายระดับในชั่วขณะนั้น...เขาสามารถจินตนาการได้ถึงภาพที่คุณปู่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟในเวลานี้ได้...
หวางอู๋ตี๋ลังเลนิดหน่อย ทันใดนั้นบอกว่า “พี่...ผู้ชายคนนั้น เบื้องหลังของเขาไม่ธรรมดาเด็ดขาด ก่อนเล่ยิงตาย เปิดเผยเบาะแสบางอย่างแล้ว...”
หวางเหวินห้าวเงียบงัน ตั้งนานถึงค่อยๆ พูด “ฉันรู้แล้ว เบาะแสก่อนที่เล่ยิงจะตาย ฉันจะค้นหาให้หนัก”
“พี่ ผมอยู่ที่หู้ไห่ ต้องการการสนับสนุน...” เสียงหวางอู๋ตี๋มีความซับซ้อนและล้ำลึกนิดๆ ในที่สุดเอ่ยปากบอก...หลายปีมานี้เขาพึ่งพาฝีมือของตนเองสร้างกิจการมาโดยตลอด แต่ไหนแต่ไรไม่เคยยืมมือของพี่ชาย...แต่วันนี้...เขากลับรู้สึกถึงความไม่ปกติของเรื่องราว...เขาจึงได้แต่เอ่ยปากร้องขอการสนับสนุนของพี่ชาย
“อู๋ตี๋ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว งั้นก็เผชิญหน้าจัดการมัน ตอนนี้สิ่งสำคัญสุดคือหาศพของเล่ยิงกลับมา นายอย่าพึ่งทำอะไรบุ่มบ่าม ฉันจะส่งคนไปที่เมืองหู้ไห่ เป้าหมายมีสองอย่าง อย่างแรกหาศพของเล่ยิงกลับมา อย่างที่สองปกป้องนาย” หวางเหวินห้าวค่อยๆ พูดขึ้น
หวางอู๋ตี๋ได้ยินคำพูดนี้ ความกังวลภายในใจสุดท้ายค่อยๆ สงบลงมาบ้าง “พี่ ผมเข้าใจแล้ว...”
“อู๋ตี๋ จำไว้...เอ๋อตงเฉินคนนั้น ตอนนี้จะแตะต้องไม่ได้!” หวางเหวินห้าวพูดเตือนอีกครั้ง
“ครับ...ผมเข้าใจ...” หวางอู๋ตี๋พูดไม่กี่คำนี้ออกมาด้วยความอัดอั้นที่สุด...วันนี้เขาอยู่ที่หู้ไห่ คาดไม่ถึงโดนเฉินเป่ยคนนั้นเหยียบย่ำเช่นนี้ โดยเฉพาะยังไม่มีโอกาสได้โต้กลับใดๆ อีก...นี่ทำให้เขาอัดอั้นขั้นสุด...
...
เมืองหู้ไห่ ในห้องทำงานที่หรูหราอลังการห้องหนึ่ง หลัวห้าวหรานหัวหน้าสโมสรหู้ไห่นั่งอยู่บนโซฟา ค่อยๆ สูบซิการ์แท่งหนึ่ง...กลิ่นควันซิการ์ที่ตลบอบอวลเข้มข้นปกคลุมเต็มห้องนั้น...เขาถือเอกสารหนาปึกนั้นไว้ในมือ...ดวงตาค่อยๆ หรี่ขึ้นมา
หลัวห้าวหรานต่อสายโทรศัพท์สายหนึ่งแล้ว
“ฮัลโหล ผู้บัญชาการโล่ ผมมีคดีที่มีพยานบุคคลพยานวัตถุครบครันคดีหนึ่ง คุณจะรับหรือไม่?” หลัวห้าวหรานพูดจาแบบมีความหมายลึกซึ้ง