ตอนที่ 91
ตอนที่91 พอเหมาะสมก็สมควรหยุด
October 28, 2026
ตอนที่91 พอเหมาะสมก็สมควรหยุด
เซินหวยเฟิงหันกลับมา แล้วมองไปทางเฉินเป่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในใจหวาดหวั่น
เขาไม่เข้าใจ สิ่งที่เฉินเป่ยพูดออกมามันหมายความว่ายังไง
แค่โทรออกไปครั้งหนึ่ง จะทำอะไรได้
แววตาที่คมลึกของเซินหวยเฟิงมองไปทางเฉินเป่ย ก่อนจะเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเฉินเป่ย ก่อนจะยกยิ้มเยาะ “ฉันจะคอยดูว่านายจะคุยโม้ว่ายังไง”
“ถ้าหลังกดโทรไปแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะ” เซินหวยเฟิงยิ้มชั่วร้าย “ฉันเองก็ไม่ได้ต้องการอะไร แค่นายคุกเข่าลง แล้วขอโทษฉันก็พอ”
ซูเสี่ยวหยุนยืนกอดอก มองการกระทำของเซินหวยเฟิง ภายในใจรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
ความหวังสุดท้ายที่เธอมีต่อเซินหวยเฟิง หายไปในพริบตา
“เซินหวยเฟิง พอได้แล้ว ทำอะไรอย่าให้มันมากจนเกินไป”ซูเสี่ยวหยุนขมวดคิ้วแน่น
“สงสารสามีแล้วหรือไง หรือคืนนี้คุณจะกลับโรงแรมกับผมก็ได้…”เซินหวยเฟิงมองไปที่ใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์ของซูเสี่ยวหยุน ก่อนจะพูดกวน
“เพี๊ยะ” เซินหวยเฟิงยังพูดไม่ทันจบ หน้าของเขาก็ถูกตบจนปรากฏรอยฝ่ามือแดง
เสียงตบนั้น เสียงดังฟังชัดมาก ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงกันไปหมด
เซินหวยเฟิงที่มีหน้าที่การงานดีที่สุดในงานเลี้ยงรุ่น กลับโดนตบหน้าอย่างเต็มแรง
สายตาของทุกคนหันไปพร้อมกัน แรงตบนั้นน่ากลัวมาก จนทำให้เซินหวยเฟิงล้มลงบนพื้น
เซินหวยเฟิงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ใบหน้าข้างที่โดนตบเริ่มบวมแดง เซินหวยเฟิงกุมหน้าตัวสั่น
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตกตะลึง มองไปทางเฉินเป่ยที่ยืนหน้านิ่งอยู่ที่เดิม
นี่เฉินเป่ยกล้าตบหน้าเซินหวยเฟิงเลยเหรอ
“นายกล้าดียังไง”เซินหวยเฟิงรีบลุกขึ้นมา แล้วมองไปทางเฉินเป่ย ก่อนจะส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายออกมา
“ทำไมฉันจะไม่กล้า”เฉินเป่ยมองไปทางเซินหวยเฟิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ถึงเง็กเซียนฮ่องเต้อยู่ที่นี่ฉันก็กล้าตบ นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร”
หลังจากพูดจบ เฉินเป่ยก็ง้างมือขึ้นมา แล้วตบหน้าเซินหวยเฟิงอีกครั้ง
“เพี๊ยะ”
ทุกคนในเหตุการณ์ตกอยู่ในความเงียบ เห็นแค่ว่าใบหน้าอีกข้างของเซินหวยเฟิงมีรอยแดงขึ้นด้วย
แม้แต่ซูเสี่ยวหยุน ใบหน้าที่งดงามของเธอก็ตะลึงไปเช่นกัน เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเป่ยจะลงไม้ลงมือจริงๆ
“เพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะ”
เฉินเป่ยใช้ทั้งมือซ้ายและมือขวาตบใบหน้าของเซินหวยเฟิงสลับกันไปมา จนเซถอยหลังออกมาหลายก้าว
“กล้าพูดแทะโลมภรรยาของฉัน หาที่ตายชัดๆ”เฉินเป่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่กลับทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ตกตะลึงไปหมด
ไม่ว่าใครก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างเซินหวยเฟิง จะได้เจอเข้ากับผู้ชายที่บ้าบอไม่ทำการทำงานอย่างเฉินเป่ยได้
“ตึก”
เฉินเป่ยปล่อยหมัดออกไป จนถูกหน้าอกของเซินหวยเฟิงอย่างแรง
เซินหวยเฟิงรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายสั่นสะเทือนไปหมดทั้งตัว ก่อนที่จะกระเด็นออกไปชนกับกำแพงด้านหลัง
ภาพวาดที่แขวนไว้บนกำแพงแตกออกจากกัน สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบสงบ จนแม้แต่เข็มตกพื้นยังสามารถได้ยินเสียง
ทุกคนในงานยืนมองเซินหวยเฟิงที่หน้าบวมช้ำ นอนหมดสติอยู่ ต่างพากันมึนงง
“โอ้โห คนคนนี้ใจกล้าจริงๆเลย ที่กล้าลงมือทำร้ายคุณชายเซินแบบนี้”
“เล่นซะหนักเลย รอคุณชายเซินได้สติกลับมา เขาแย่แน่ๆ”
ชายร่างท้วมที่ชื่อประธานจ้าวกลัวจนตัวสั่นไปนานแล้ว เขายังจะกล้าพูดอะไรอีกล่ะ
คนที่กล้าทำร้ายเซินหวยเฟิงจนกลายเป็นแบบนี้ คนที่ไม่กลัวตายแบบนี้ เขาจะกล้าไปมีปัญหาด้วยได้ยังไงกัน
เฉินเป่ยหันหน้ากลับมา แล้วมองไปทางซูเสี่ยวหยุน พอสายตาของทั้งคู่สบตากัน เฉินเป่ยก็ยิ้มออกมา แล้วเดินเข้าไปหาซูเสี่ยวหยุน ก่อนจะโอบไหล่ซูเสี่ยวหยุนอย่างสนิทสนม
ซูเสี่ยวหยุนกระพริบตาถี่ๆ ภายใต้สายตาของทุกคนที่กำลังมองอยู่ คนที่ฉลาดเฉลียวควบคุมอารมณ์ตัวเองเก่งอย่างเธอ กลับเหมือนตั้งตัวไม่ทัน
“เมื่อก่อนนายไม่คู่ควรกับภรรยาฉัน ตอนนี้ก็ยังไม่คู่ควร นายมันก็แค่แมงดา”เฉินเป่ยพูดจบก็หันหลัง แล้วเดินออกจากงานไปทันที
“หยุดนะ” เซินหวยเฟิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกำแพง ก่อนจะมองแผ่นหลังของเฉินเป่ยกับซูเสี่ยวหยุนอย่างอาฆาตแค้น แล้วพูด “ฝากไว้ก่อนเถอะ พวกแกทั้งสองคนชายชั่วหญิงแพศยา”
ทันใดนั้นเอง เฉินเป่ยหยุดเดิน ก่อนจะแสยะยิ้มขึ้นมา
เขาล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วมองสายเรียกเข้าพบว่าเป็นเบอร์ที่เขาโทรหาก่อนหน้านี้
“ผมขอไปคุยโทรศัพท์”เฉินเป่ยหันไปพูดกับซูเสี่ยวหยุนอย่างอ่อนโยน
“ไปเถอะ” ซูเสี่ยวหยุนพยักหน้าให้ เฉินเป่ยเดินไปอีกด้าน ก่อนจะได้ยินเสียงหอบหายใจของชายหนุ่มดังมาจากปลายสาย
“เมื่อตะกี้โทรไปทำไมนายไม่รับสาย ตอนนี้โทรกลับมาทำไม…”