ตอนที่ 96
ตอนที่96 สับเปลี่ยนเรื่องราว
October 28, 2026
ตอนที่96 สับเปลี่ยนเรื่องราว
หลินตู้หัวหันกลับมาดู พอเห็นมามีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาในห้องเงียบๆ ก่อนจะเดินมาบั่งลงบนโต๊ะทำงาน แล้วจุดบุหรี่สูบอย่างสบายอารมณ์
ชายหนุ่มคนนั้นพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะมองไปทางหลินตู้หัวด้วยแววตาคมเข้ม
“นายเป็นใคร ใครอยู่ข้างนอกบ้าง รีบมาไล่คนที่ไม่รู้มารยาทคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้” หลินตู้หัวลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนสั่ง
“คุณคิดว่าลูกน้องที่ไม่ได้เรื่องของคุณพวกนั้นจะตอบคุณได้อีกเหรอ”เฉินเป่ยพ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วยิ้มบาง
“นายเป็นใคร นายทำอะไรกับพวกเขา” หลินตู้หัวถามด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
“พวกเขาง่วงนอน ผมก็เลยทำให้พวกเขานอนหลับไปสักพัก” เฉินเป่ยพูดเสียงเรียบ
“นายเข้ามาตั้งเเต่ตอนไหน แล้วนายเป็นใคร” หลินตู้หัวโบกมือไล่เลขาออกจากห้อง แล้วปิดประตูลง
เฉินเป่ยยิ้มย่อง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามหลินตู้หัว แล้วจ้องมองหลินตู้หัวอย่างหยอกล้อ สายตาลึกล้ำอย่างเข้าใจยาก“ประธานหลิน คุณนี่ขี้ลืมจริงๆเลยนะ เพิ่งจะลงข่าวเล่นงานพวกผมสองสามีภรรยาเสร็จ แต่ตอนนี้กลับลืมผมไปซะได้”
“นายนี่เอง” หลินตู้หัวรู้สึกว่าเฉินเป่ยคุ้นหน้ามาก พอมาสังเกตดูดีๆ ถึงได้นึกขึ้นได้
“ความสัมพันธ์แบบไม่ชัดเจนของนายกับประธานหลีไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมีเวลามาที่นี่ได้ล่ะ”หลังจากที่รู้ฐานะของเฉินเป่ยแล้ว หลินตู้หัวก็สบายใจขึ้น ก่อนจะยิ้มเยาะเย้ย ที่แท้ก็เป็นคนที่หลีชิงเยียนส่งมานี่เอง
“ผมกับประธานหลีรู้สึกคัดค้านกับข่าวที่คุณปล่อยออกไป ก็เลยอยากมาคุยกับคุณสักหน่อย เพื่อที่คุณจะได้แก้ข่าวให้ถูก”เฉินเป่ยพูดสีหน้านิ่ง
“ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” หลินตู้หัวยิ้มเยาะ ก่อนจะโบกมือไล่ “กลับไปบอกคุณหลีเถอะ ว่าข่าวนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด ไม่ใช่ข่าวที่แต่งขึ้นมาเอง ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรทั้งนั้น”
แววตาของเฉินเป่ยหรี่ตาลง “ประธานหลินปฏิเสธเร็วขนาดนี้หรือ ไม่ลองคิดทบทวนสักหน่อยเหรอครับ”
“คิดทบทวนอะไร เรื่องของคุณกับคุณหนูหลีทีมนักข่าวของสำนักพิมพ์เราเก็บรวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว ก่อนหน้านี้ผมก็งวลถึงชื่อเสียงของคุณหลีเลยไม่เผยแพร่ออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกผมจะไม่หาเงิน” หลินตู้หัวพูดเสียงเรียบ “ผมเป็นนักธุรกิจ ใครให้เงินเยอะกว่าผมก็ทำงานให้คนนั้น”
“เข้าใจแล้ว ดูท่าข้อเสนอที่คุณชายหลีให้คุณจะดีมากเลยสินะ”เฉินเป่ยเข้าใจทันที
“ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงินเท่านั้นนะ สิ่งสำคัญคือเขาเป็นคุณชายรองตระกูลหลีแห่งเยี่ยนจิง ฉันไม่ช่วยเขา แล้วยังกล้ามีปัญหากับเขาหรือไง” หลินตู้หัวยิ้มแล้วถามกลับ
“ถ้าคุณลบข่าวนี้ทิัง ผมจะให้ราคามากกว่าที่คุณชายหลีให้คุณสองเท่า”เฉินเป่ยพูดเสียงเรียบ
“ราคาไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่ว่านายไม่ใช่คุณชายหลี” หลินตู้หัวโบกมือไล่อย่างหมดความอดทน “นายออกไปเถอะ ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว”
เฉินเป่นย่นคิ้ว แววตาเริ่มแข็งกร้าว “ประธานหลิน ข้อเสนอต่างๆเราเจรจากันได้ ผมขอเตือนคุณไว้เลย… ทางที่ดีคุณอย่าปฏิเสธข้อเสนอผมจะดีกว่า”
หลินตู้หัวมองหน้าเฉินเป่ยนิ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “นายคิดว่านายเป็นใคร คิดว่าตัวเองเป็นคุณชายหลีหรือไง อย่าเล่นละคร รีบกลับไปซะ ถ้ายังไม่ยอมกลับไปฉันจะปล่อยข่าวพวกนั้นของพวกนายออกไปให้ทุกคนที่อยู่หัวเซี่ยได้รู้หมด”
หลินตู้หัวไม่เห็นเฉินเป่ยอยู่ในสายตา ถึงแม้เฉินเป่ยจะให้ข้อเสนอที่ดีแค่ไหน แต่ในสายตาของหลินตู้หัว ฐานะของเขาเทียบกับคุณชายหลีไม่ได้เลย แล้วทำไมเขาจะต้องผูกสัมพันธ์กับคนแบบนี้ด้วย
ในสายตาของหลินตู้หัว เขาก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งของหลีชิงเยียน และแน่นอนว่าหลินตู้หัวไม่ฟังคำพูดของสุนัขด้วย
หลินตู้หัวเริ่มหมดความอดทน จนในที่สุด เฉินเป่ยก็ส่งสายตาเย็นชาให้ “สุราคำนับมิยอมดื่ม ต้องดื่มสุราทัณฑ์ประธานหลิน นี่เป็นเส้นทางที่คุณเลือกเองนะ”
“เหอะ ยังจะเล่นละครอะไรอีก… ฉันเลือกเองแล้วจะยังไง นายจะทำอะไรฉันได้” หลินตู้หัวยืนกอดอก “อย่างนายจะเทียบอะไรกับคุณชายหลีได้ ทำไมฉันจะต้องฟังที่นายพูดด้วย”
“ผมไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่คุณว่านั่นแหละ แต่อีกหนึ่งนาทีหลังจากนี้คุณจะต้องเสียใจ”เฉินเป่ยนั่งนิ่ง แววตาสนุกสนาน
หลินตู้หัวถูกคำพูดของเฉินเป่ยปลุกอารมณ์โมโหขึ้นมา ก่อนจะพูดขึ้น “ได้ ฉันจะรอดู ว่าหลังจากนี้หนึ่งนาที ฉันหรือนายที่จะเสียใจกันแน่”
“ฉันจะบอกไว้เลย ว่าในมือของฉันมีข้อมูลของนายกีบหลีชิงเยียนเยอะมาก แค่ปล่อยข่าวใดข่าวหนึ่งออกไปก็สามารถทำให้พวกนายโดนด่าจนอยู่ไม่ได้แล้ว คิดจะสู้กับฉัน” หลินตู้หัวหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมาจากลิ้นชัก แล้วมองเฉินเป่ยอย่างได้ใจ ก่อนจะพูด “พวกนายถูกทีมนักข่าวของฉันแอบถ่ายไว้ทั้งหมด ฉันขอเตือนให้นายคุกเข่าขอโทษฉันเดี๋ยวนี้… ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำลายชื่อเสียงของหลีชิงเยียนให้ย่อยยับเดี๋ยวนี้เลย”
หลินตู้หัวพูดอย่างโอ้อวด เขามั่นใจในตัวเองมาก ว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ของเขาสามารถทำให้เฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนอยู่ในเมืองหู้ไห่ไม่ได้อีกต่อไป
เฉินเป่ยก้มหน้าลงหยิบโทรศัพท์ออกมา ส่งข้อความออกไป ก่อนจะจ้องหน้าหลินตู้หัวอย่างสบายอารมณ์
“สิบ เก้า แปด…”เฉินเป่ยเริ่มนับย้อนหลัง ส่วนหลินตู้หัวก็เริ่มสีหน้าดุกร้าว
เฉินเป่ย ช่างไม่กลัวตายเสียจริงๆ
“ได้ นายอยากหาที่ตายเองนะ” หลินตู้หัวยิ้มเยาะ หยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมา กำลังเตรียมจะเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานก็ดังขึ้นมาซะก่อน
พอหลินตู้หัวรับโทรศัพท์ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“ไม่ เป็นไปไม่ได้” หลินตู้หัวส่ายหน้าไปมา ท่าทางของเขาดูตกใจ ไม่อยากจะเชื่อและสับสนใจผสมปนเปกันไปหมด
หลินตู้หัวสั่นไปทั้งตัว เพราะตกใจกับข่าวที่เขาได้ยินมาก เทียบเท่ากับตอนที่ได้รับข่าวบริษัทที่เจริญรุ่งเรืองอย่างสุดขีดเสมือนดวงตะวันอยู่กลางฟ้าแล้วประกาศล้มละลายอย่างกะทันหันก็ว่าได้
หลินตู้หัวสั่นไปทั้งตัว แววตาเหม่อลอยมองไปบนฟ้า
หลังจากวางสายไป หลินตู้หัวก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง สองเท้าอ่อนแรง สีหน้ามึนงงไม่อยากจะเชื่อ